
ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ Outsource Service HelpDesk IT Service 081-870-4551 Line OA @thaiload

นับวันการตลาดออนไลน์หรือ Digital Marketing จะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากขึ้นทุกขณะ ดังนั้นสิ่งที่สินค้าและนักการตลาดจะต้องรับมือคือเท่าทันต่อความต้องการของผู้บริโภคพร้อมๆ กับเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสื่อโฆษณาด้วย
ดังนั้นนอกจากการเรียนรู้และติดตามความเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มที่ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เรียกว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควบคู่กับช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์คือ การสร้างสื่อที่จะใช้ในการเผยแพร่ ด้วยเหตุนี้ทำให้ Adobe ซึ่งถือว่าเป็นผู้พัฒนาเครื่องมือทำงานทางด้านการสร้างสรรค์สื่อที่อยู่คู่วงการโฆษณาและการออกแบบมานาน ได้มีการปรับตัวด้วยเช่นกัน โดยล่าสุดในงาน Adobe Experience Forum Thailand 2018 ได้มีการพูดถึงหรือย้ำถึงเครื่องมือที่เรียกว่า Adobe Advertising Cloud อีกครั้ง
Adobe Advertising Cloud เป็นส่วนหนึ่งของ Adobe Experience Cloud ที่ครอบคลุมถึง Advertising Cloud Creative ของ Adobe ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือ ให้นักการตลาดสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น เช่น หากมีไอเดียใดๆ ที่ต้องการพรีเซนต์หรือนำเสนอโปรเจ็กสามารถที่จะถ่ายทอดความคิดออกมาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว หรือในอีกด้านหนึ่งหากมีงานที่ต้องปรับแก้ก็สามารถทำได้เองหรือทำได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องกลับไปเริ่มกระบวนการในการทำพรีเซนต์หรือชิ้นงานตัวอย่างใหม่เสมอไป ซึ่งการทำงานลักษณะนี้ที่ผ่านมา การที่จะถ่ายทอดไอเดียออกมาเป็นรูปธรรมหรือมีการปรับแก้ต้นแบบจำเป็นที่จะต้องอาศัยนักออกแบบและต้องทำงานผ่านโปรแกรมกราฟิกที่ต้องใช้เวลา ซึ่งในยุคนี้อาจไม่ทันต่อการแข่งขัน
Adobe Creative Cloud ไม่เพียงใช้งานได้อัตโนมัติใน Advertising Cloud Creative ซึ่งทำให้นักการตลาดสามารถปรับแต่งหรือกำหนดกลุ่มเป้าหมายของงานโฆษณาดิสเพลย์ตามขนาดที่หลากหลายและเพิ่มความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงชิ้นงานโฆษณาด้วยตนเอง ยังสามารถทำงานร่วมกับ Adobe Analytics Cloud เพื่อช่วยนักการตลาดวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวัดผล การเชื่อมโยงโฆษณากับผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือความสามารถในการใช้ดัชนี Demand-Side Platform (DSP) เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณา
จริงๆ เครื่องมือตัวนี้ Adobe Advertising Cloud ในงาน Adobe Experience Forum Thailand 2017ก็ได้ถูกพูดถึงมาแล้ว แต่จากการตอบรับที่ดีและปัจจุบันมีลูกค้าแล้วกว่า 1,000 รายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Allstate, Ford, Johnson & Johnson, Kraft, Liberty Mutual, L’Oréal, MGM, Nickelodeon และ Southwest Airlines ต่างก็ใช้เครื่องมือตัวนี้ โดยมีมูลค่าการจัดการค่าใช้จ่ายโฆษณาราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ในปี 2018 นี้จะมีการย้ำถึง Adobe Advertising Cloud อีกครั้ง
เป็นงานอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกงานหนึ่งที่ต้องติดตามกันทุกปีกับงาน Google I/O 2018 โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม ครั้งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างมาอัปเดตกันหน่อย
Android P : เป็นฟีเจอร์การควบคุมสมาร์ทโฟน Android ที่ออกแบบมาให้ใช้ Gesture หรือการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งในทีนี้คือลากนิ้วในรูปแบบต่างๆ แทนการใช้ปุ่มควบคุม 3 ปุ่มแบบเดิม

Google Assistant/Google Duplex : ความน่าสนใจมี 2 ส่วนด้วยกันคือ การอัปเดต 6 เสียงใหม่สำหรับการใช้งานของ Google Assistant แต่ที่เด็ดสุดๆ และเรียกความสนใจในงานได้อย่างมากคือ ฟีเจอร์ของ Google Assistant ที่ชื่อว่า Google Duplex ซึ่งเปรียบเสมือนเลขาส่วนตัวที่ใช้โทรนัดหมายหรือติดต่อผู้คนแทนเจ้าของได้ มันน่าทึ่งตรงที่สามารถสนทนาได้เหมือนคนจริงๆ โดยที่ปลายทางไม่รู้เลยว่ากำลังคุยกับ AI

Smart Display : ผู้ช่วยส่วนตัวเหมือนกัน Amazon’s Echo ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง เห็นว่าจะขายในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว

Google Maps : ในการค้นหาสถานที่จะมีแท็บ For You เพิ่มขึ้นมาเพื่อแสดงสถานที่ที่คิดว่าเราน่าจะสนใจ เช่น ร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น รวมถึงข้อมูลเบื้องต้นอย่าง การรีวิว คะแนนที่ได้รับ ฯลฯ ในส่วนของการนำทางจะมีฟีเจอร์ AR Street View เพิ่มขึ้นมา โดยเราจะเห็นเส้นทางที่เป็นภาพจริงและมีสัญลักษณ์การนำทางเพิ่มขึ้นมาบนหน้าจอ ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าถึงตรงไหน แยกไหน เราต้องไปทางไหน เรียกว่าเห็นภาพกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

Google Lens : ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ง่ายๆ ด้วยการสแกนตรงข้อความที่สนใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการจากรูปภาพได้ด้วย
นับตั้งแต่มีข่าวชาวจีนสั่งซื้อทุเรียนจำนวนถึง 80,000 ลูกภายในเวลาเพียง 1 นาทีผ่านเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Tmall หลังจากมีภาพข่าวการจับมือกันระหว่าง แจ็ก หม่า และนายกรัฐมนตรีของไทย
ข่าวดังกล่าวไม่เพียงสร้างความตื่นตะลุงไปทั่วโลกแต่ยังทำให้เกิดกระแสทุเรียนฟีเวอร์ขึ้นอีกด้วย และดูเหมือนว่าจะไม่จบเพียงแค่นั้น ต่อมายังมีข่าวการกระตุ้นตลาดในการโปรโมทและจำหน่ายทุเรียนด้วยไอทีออกมาให้เห็นกันอีกไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อทุเรียนระดับพรีเมียมผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP และการจัดทำ QR Code ให้กับทุเรียน
ทางด้านการสั่งซื้อทุเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP ก็คือ การสั่งจองทุเรียนพันธ์ุ “กบชายน้ำ” และพันธุ์ “หมอนทอง” ผ่าน Call Center ของ 24catalog สำหรับพันธุ์หมอนทองนั้นราคาจำหน่ายจะอยู่ที่ 699 บาท ส่วนพันธุ์กบชายน้ำนั้นเป็นพันธุ์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี การจำหน่ายจะมี 2 แบบคือ
ทั้งนี้การสั่งจะเป็นการพรีออร์เดอร์โดยสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 8-18 พฤษภาคม 2561 และสินค้าจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2561
อีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับการติด QR Code ให้กับทุเรียนนั้นเกิดขึ้นที่จังหวัดระยองเป็นการร่วมมือกันหลายๆ ฝ่ายทั้งเกษตรจังหวัดฯ พาณิชย์จังหวัดฯ และเกษตรกรในพื้นที่ วัตุประสงค์ของการจัดทำ QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงต้นตอแหล่งกำเนิดของทุเรียน รายละเอียดเจ้าของสวนลูกทุเรียน ป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกจำหน่ายและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เห็นเกษตรกรไทยนำเอาไอทีมาปรับใช้ในการจัดจำหน่ายผลผลิต หวังว่าต่อไปนอกจากทุเรียนแล้วจะได้
ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับอัปเดตล่าสุดของวินโดวส์ 10 ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุด และปลอดภัยที่สุดจากไมโครซอฟท์ ภายใต้ชื่อ “April 2018 Update” ซึ่งต่อยอดจากอัปเดตใหญ่สองครั้งก่อนหน้านี้ ที่มุ่งปลดปล่อยความเป็นนักสร้างสรรค์ในตัวของทุกคนให้ออกมาโลดแล่น ในอัปเดตล่าสุดนี้ ผู้ใช้ทุกคนจะได้พบกับฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า และปันเวลาให้กับเรื่องสำคัญในชีวิตได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ วันพักผ่อน การทำงาน หรือสิ่งต่างๆ ที่คุณรัก
ฟีเจอร์ “Timeline” ช่วยให้คุณค้นหาของสำคัญได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่บนดีไวซ์ไหน
การเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของอุปกรณ์ต่างๆ บวกกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของข้อมูล ทำให้เราใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าทุกวันนี้ เราใช้เวลาว่างเกือบทั้งหมดอยู่กับสารพัดหน้าจอรอบตัวเรา ซึ่งก็หมายความว่าข้อมูลของเราต้องกระจัดกระจายไปอยู่กับอุปกรณ์หลายๆ เครื่อง ทำให้การค้นหาไฟล์สักชิ้นหนึ่งกลายเป็นเรื่องยากกว่าที่เคย เราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์การค้นหาไฟล์งานที่เคยทำไว้ทั้งในอีเมล์และโฟลเดอร์มากมาย แต่ก็ยังหาไม่เจอ หรือแม้แต่รูปถ่ายและวิดีโอที่คุณติดใจจนเซฟเก็บไว้ แต่ไม่รู้ว่าไปเก็บไว้ที่ไหน ฟีเจอร์ Timeline ในวินโดวส์ 10 รุ่นล่าสุดจะสามารถช่วยคืนเวลาที่คุณเสียไปนี้ได้
Timeline ในวินโดวส์ 10 ทำให้คุณสามารถย้อนเวลาได้ถึง 30 วัน เพื่อกลับไปค้นหาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่คุณเพิ่งทำในวันนี้ สัปดาห์ก่อน หรือหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการลดความสับสนวุ่นวายให้ชีวิตง่ายขึ้น คุณยังสามารถหยิบงานที่ทำค้างไว้ในเบราว์เซอร์ Microsoft Edge หรือแอป Office 365 บนอุปกรณ์ iOS หรือแอนดรอยด์มาทำต่อบนพีซีของคุณได้ทันที เพียงลงชื่อเข้าใช้บัญชีไมโครซอฟท์ของคุณเท่านั้น ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้โทรศัพท์เลือกโต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำสำหรับการแต่งบ้านใหม่ขณะอยู่ข้างนอก แล้วมาคลิกสั่งซื้อของให้เรียบร้อยบนเครื่องพีซีที่บ้าน หรือทำงานบนเอกสารระหว่างเดินทางอยู่บนรถเมล์ ก่อนที่จะกลับมาทำต่อได้แบบไม่มีสะดุดจากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของคุณ
“Focus Assist” เสริมสมาธิให้คุณทำงานโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน
ทุกวันนี้ พวกเราส่วนใหญ่ใช้เวลา 3-6 ชั่วโมงในแต่ละวันอยู่กับหน้าจออุปกรณ์ต่างๆ โดยที่ส่วนมากใช้ไปกับการเล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีแต่สิ่งที่คอยทำให้เสียสมาธิอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะใช้หน้าจอหรืออุปกรณ์ไหนอยู่ ข้อมูลมากมายมหาศาลจากช่องทางเหล่านี้ทำให้สมาธิของคุณถูกรบกวนอยู่ตลอด จนไม่สามารถมุ่งเป้าไปทำในสิ่งที่สำคัญได้ ปัญหาเรื่องสมาธินี้เป็นประเด็นที่เราต้องแก้ไขกันอย่างจริงจังเสียที เพราะในเวลาทำงานนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละคนจะสามารถใช้เวลาได้เพียง 3 นาทีในการทำงานสักชิ้นได้อย่างไม่ถูกรบกวน หรือไม่มีการสลับไปทำงานอื่น (ไม่นับกรณีของการประชุม) แต่กลับจำเป็นต้องใช้เวลามากถึง 23 นาทีเพื่อรวบรวมสมาธิให้กลับมาแน่วแน่อีกครั้งหลังถูกรบกวน ดังนั้น ประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์จึงถูกลดทอนลง
วินโดวส์ 10 เวอร์ชัน April 2018 Update มาพร้อมกับ Focus Assist ที่ช่วยให้คุณจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าได้เต็มที่ เพียงเปิดใช้งานเมี่อคุณต้องการทำงานให้เสร็จโดยไร้สิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือการแจ้งเตือนอื่นๆ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าให้ Focus Assist เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติในเวลาที่กำหนด โดยเมื่อหมดเวลาหรือสั่งปิดการทำงานลง คุณจะได้รับแจ้งสรุปว่ามีการแจ้งเตือน อีเมล์ หรืออัปเดตอะไรบ้างที่เข้ามาในระหว่างที่คุณเพ่งสมาธิไปกับการทำงานอยู่ และหากคุณกำลังรอโทรศัพท์หรืออีเมล์จากใครสักคน คุณก็สามารถกำหนดให้วินโดวส์แจ้งเตือนการติดต่อจากบุคคลนั้นตามปกติได้ แม้ขณะเปิดใช้งาน Focus Assist
นอกจากนี้ เรายังช่วยให้คุณตั้งสมาธิไปกับเนื้อหาในเว็บไซต์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นกับเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ที่ให้คุณเลือกปิดหรือเปิดเสียงจากบางแท็บได้ตามใจชอบ เพียงคลิกที่ไอคอนรูปลำโพงของแท็บนั้นๆ ขณะที่หนังสือแบบอีบุ๊ค ไฟล์ PDF และการเปิดเว็บไซต์แบบ Reading Mode ก็สามารถเปิดอ่านได้แบบเต็มจอเพื่อกำจัดสิ่งรบกวนให้พ้นตา ส่วนการช้อปออนไลน์ก็ง่ายกว่าเดิม เมื่อคุณสามารถจัดเก็บทั้งที่อยู่ รายละเอียดการชำระเงิน และข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ Edge ช่วยกรอกลงในแบบฟอร์มการชำระค่าสินค้าได้แบบอัตโนมัติ ขณะที่การสั่งพิมพ์หน้าเว็บลงกระดาษก็สามารถทำได้เรียบร้อย สะอาดตายิ่งขึ้น ด้วยตัวเลือกในการพิมพ์แบบใหม่ที่ตัดส่วนเกินออก สำหรับใครที่เจออุปสรรคในการอ่านเนื้อหาบนหน้าเว็บ สามารถใช้ปุ่มเครื่องมือ Grammar Tools ใหม่ เพื่อเปิดตัวช่วยในการอ่าน เช่นการแยกคำทั้งหมดในหน้าเว็บให้แตกออกเป็นพยางค์ พร้อมระบุชนิดของคำที่แตกต่างกันไป เช่นคำนาม กริยา และคุณศัพท์
ใช้เสียงสั่งงานอย่างเป็นธรรมชาติ
การใช้เสียงของเราสั่งงานอุปกรณ์โดยตรงโดยไม่ต้องพิมพ์ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การใช้งานในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ โดยเราเชื่อว่าการใช้เสียงสั่งงานจะเข้ามาพลิกรูปแบบการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมาก โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่สถานะความเป็นลูกเล่นแปลกใหม่หรือเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
April 2018 Update สำหรับวินโดวส์ 10 รองรับการสั่งงานด้วยเสียงไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ Dictation ที่ทำให้การจดโน้ตหรือเขียนงานทำได้ง่ายขึ้นด้วยเสียงพูดของคุณเท่านั้น โดยเพียงคลิกเลือกช่องที่ต้องการพิมพ์ข้อความลงไป ไม่ว่าจะในวินโดวส์เองหรือในแอปพลิเคชันใดก็ตาม ตามด้วยกดปุ่ม + H แล้วพูดออกมาได้เลย ฟีเจอร์ Dictation ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในวินโดวส์ 10 นี้ สามารถจับความคิดของคุณได้รวดเร็วและแม่นยำ ให้คุณได้บันทึกและถ่ายทอดทุกไอเดียที่คุณกับเพื่อนร่วมงานเพิ่งจะคิดออก หรือแม้แต่เตรียมสุนทรพจน์สำหรับงานแต่งงานของเพื่อนสนิทได้อย่างสะดวกสบาย
แน่นอนว่าวินโดวส์ 10 เวอร์ชันอัปเดต April 2018 นี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่อีกมากมายให้คุณได้ใช้ประโยชน์ ทั้งเครื่องมือบริหารจัดการเครื่องพีซีที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กร ลูกเล่นใหม่สำหรับการสร้างผลงานชิ้นเอกจากภาพถ่าย โมเดลสามมิติ และเทคโนโลยี Windows Mixed Reality การรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์รูปแบบใหม่ และการปรับแต่งที่ช่วยเสริมประสบการณ์การเล่นเกมพีซีให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น
อัปเดต April 2018 สำหรับวินโดวส์ 10 เปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ฟรี นับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเริ่มคิดว่าคุณจะนำเวลาอันมีค่าที่วินโดวส์ช่วยประหยัดให้ ไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
ในงาน F8 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา Facebook ได้มีการประกาศว่าจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เอาใจคนโสดที่ชื่อว่า Dating รับรองงานนี้เว็บไซต์หาคู่มีหนาว
หลังจากมีข่าวนี้ออกมาว่าจะมีฟีเจอร์ Facebook Dating ก็มีหลายคนแซวๆ ว่า แค่ปุ่ม Love กับปุ่ม Wow ยังทำให้คนมีคู่ร้าว (ฉาน) ไม่พออีกหรือ นี่เล่นเปิดฟีเจอร์หาคู่นัดเดทกันเลยทีเดียว

สำหรับเหตุผลที่พี่มาร์กแกบอกถึงการพัฒนาฟีเจอร์นี้ออกมาก็คือ เห็นว่าสมาชิก Facebook มีคนโสดอยู่จำนวนมาก เห็นว่าสเตตัสโสดในเฟสบุ้กมีถึง 200 ล้านคน เลยอยากเป็นคิวปิดช่วยสานสัมพันธ์ให้สมาชิกได้มีคู่ พี่แกว่างั้น!
และด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดของ Facebook ก็ดี จำนวนคนโสดที่มีถึง 200 ล้านคนซึ่งจะโสดจริงหรือเปล่าไม่รู้ก็ดี การเชื่อมต่อที่สะดวกหรือใช้งานได้ง่าย และที่สำคัญสามารถใช้งานได้ฟรี งานนี้เว็บไซต์หรือแอปหาคู่ทั้งหลายคงตัวปรับตัวหรือหากลยุทธ์ใหม่มาสู้ฟีเจอร์นี้ของ Facebook กันแล้วล่ะ
สำหรับกำหนดการเปิดตัวฟีเจอร์ Facebook Dating นั้นยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน บอกแต่เพียงว่าจะให้ใช้งานกันในปี 2018 นี้แหละ เอาน่ารออีกหน่อยจะเป็นไรไป เตรียมสเตตัสไว้ให้ดีก็แล้วกันว่าฉัน Single นะ จีบได้!
-8″?>
เป็นข่าวดังไม่น้อยสำหรับเรื่องของเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมที่มีการตรวจพบว่าไม่ได้การจดแจ้ง อย. เพื่อขอเครื่องหมายเลขและเลขกำกับที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration)
สาเหตุอาจเป็นเพราะการโฆษณาชวนเชื่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและการใช้คนมีชื่อเสียงในการช่วยประชาสัมพันธ์ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือจนลืมพิจารณาและตรวจสอบในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการผลิต
เมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้ว่ามีผู้จำหน่ายเครื่องสำอางค์และอาหารเสริมชื่อดัง สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้เป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ได้มีการปฏิบัติข้อกำหนดของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา อีกทั้งยังมีการแอบอ้างนำเลข อย. ของผู้อื่นมาสวมนั้น เชื่อว่าคงมีผู้บริโภคไม่น้อยที่เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องของการตรวจสอบเลข อย. บนผลิตภัณฑ์

เบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านทางออนไลน์ที่ ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข โดยสามารถตรวจสอบได้ทั้งเลข อย. ของผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ วัตถุอันตราย ยาเสพติด เครื่องมือแพทย์
ขั้นตอนคือ นำเลข อย.บนฉลากผลิตภัณฑ์พิมพ์ลงในช่อง “สืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์” แล้วคลิกปุ่ม “ค้นหา” หากเลข อย. ดังกล่าวมีการจดแจ้งไว้ก็จะแสดงข้อมูลชื่อผลิตภัณฑ์และบริษัทผู้ที่ได้รับอนุญาตขึ้นมา จากนั้นอาจตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตต่ออีกทีหนึ่งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้มีการสวมเลข อย. เช่นที่มีปัญหาตามข่าว
สติ๊กเกอร์ที่ใช้สื่อความหมายแทนคำพูดหรือข้อความต่างก็ได้รับความนิยมในแอปพลิเคชั่นแชตต่างๆ เช่นแอป LINE ซึ่งมีให้เลือกดาวน์โหลดได้ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน สำหรับใครเคยคิดว่าอยากทำสติ๊กเกอร์เอง จะได้กำหนดคำหรือข้อความของสติ๊กเกอร์ได้เองตามที่ต้องการ สามารถทำได้นะ ด้วยแอปนี้เลย LINE Creators Studio แม้ว่าจะไม่รู้เรื่องการใช้โปรแกรมแต่งภาพหรือวาดภาพไม่เป็นก็ทำได้นะ
แอปนี้มีให้ใช้มานานแล้วล่ะ แต่หยิบมาแนะนำกันอีกทีเผื่อใครยังไม่รู้ เป็นแอปสนุกและน่าสนใจดี จะทำสติ๊กเกอร์ส่วนตัวไว้ใช้เองก็ดี หรือจะอัปโหลดไปขายใน LINE ก็ได้เหมือนกัน

แอป LINE Creators Studio รองรับทั้ง iOS และ Android สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี
การใช้งานไม่ยุ่งยาก ขอสรุปให้เห็นภาพรวมก็แล้วกันคือ เลือกรูปที่ต้องการ จะเป็นรูปตัวเอง รูปกราฟิกสวยๆ ที่ชอบ (อย่าเอารูปลิขสิทธิ์มาใช้ล่ะ) หรือจะวาดรูปลายเส้นง่ายๆ อะไรก็ได้ > แต่งภาพให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ จะเอาสวย น่ารัก ตลกขำๆ ชอบแบบไหนจัดได้เลย > ใช้แอป LINE Creators Studio ดึงภาพเข้ามาเพื่อทำสติ๊กเกอร์ แล้วสร้างข้อความที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จแล้ว ได้สติ๊กเกอร์ส่วนตัวที่เราสร้างเองกับมือ ถ้าใครที่จะเอาสติ๊กเกอร์ไปขายบน LINE ก็อาจจะทำเป็นเซ็ตหรือคอลเล็กชั่นขึ้นมาแล้วทำการอัปโหลดไปยังไปยังระบบของ LINE แต่เห็นว่าใช้เวลาพิจารณานานทีเดียว ถ้าสนใจก็ลองทำกันดู
ตอนนี้น่าจะมีหลายคนที่ได้รับอีเมลจาก Google แจ้งเรื่องการอัปเดต Gmail เวอร์ชั่นใหม่พร้อมกับลิงก์ให้เข้าไปทดลองใช้งาน
ถ้าใครยังไม่ได้รับเมลลองคลิกที่ลิงก์นี้ก็ได้ inbox.google.com ก็จะพบหน้า Gmail ที่ใช้งานอยู่ในรูปแบบใหม่ อินเตอร์แบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
หน้าตาของ Gmail แบบใหม่ นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งดูสมาร์ทมากขึ้น (แต่คงจะงงกันไม่น้อยล่ะในช่วงแรกของการปรับตัว) ถ้าใครเข้าไปตามลิ้งค์ที่บอกไว้ก็จะเห็นว่าอีเมลที่เข้ามาใน Inbox ไม่ได้เรียงกันเป็นตารางอีกแล้ว แต่จะแสดงเป็นแถบข้อความ ถ้าอีเมลฉบับไหนมีการแนบไฟล์ภาพมาด้วยก็จะมีภาพพรีวิวแสดงให้เห็นเลย
Gmail แบบใหม่ ยังมาพร้อมการใช้งานที่สมาร์ทขึ้นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน Gmail เอง เช่น คุณสมบัติ Smart Reply ที่สามารถตอบกลับอีเมลได้สะดวกขึ้น Snooze Email สามารถตั้งวันที่และเวลาของอีเมลใน Inbox ได้ว่าจะให้แสดงว่าเป็นอีเมลที่ยังไม่ได้อ่านหรืออีเมลที่เข้ามาใหม่ในวันที่เท่าไร เวลาไหน
และที่น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้อีเมลและการจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยก็คือ การที่ Gmail แบบใหม่จะพ่วงหรือเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้เลย เช่น แอป Google Calendar หรือ Dropbox เป็นต้น ทำให้เราสามารถเช็กตารางนัดหมาย บันทึกนัดหมาย หรืออัปโหลด/ดาวน์โหลดภาพกับ Dropbox ได้ทันที
นอกจากการใช้งานบนเดสก์ท็อปแล้ว Gmail เวอร์ชั่นใหม่คาดว่าจะรองรับและใช้งานบน Mobile Device ในรูปแบบเดียวกันนี้ด้วย