พบกลุ่มแฮกเกอร์ Sandworm ทำการโจมตีระบบโรงงานไฟฟ้าโปแลนด์

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศโปแลนด์ โดยผลการตรวจสอบจาก ESET ระบุว่าปฏิบัติการนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐ Sandworm (หรือรู้จักในชื่อ APT44, UAC-0113 และ Seashell Blizzard) สิ่งที่การโจมตีครั้งนี้น่าจับตามองเนื่องจากมีการตรวจพบการใช้มัลแวร์ทำลายข้อมูลชนิดใหม่ที่ชื่อว่า DynoWiper และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่ไล่เลี่ยกับการครบรอบ 10 ปีที่กลุ่ม Sandworm เคยโจมตีโรงไฟฟ้าของยูเครนจนทำให้เกิดไฟดับกระทบประชาชนกว่า 230,000 คน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ทางการของโปแลนด์เปิดเผยรายละเอียดว่า เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้เจาะจงไปที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อน จำนวน 2 แห่ง รวมถึงระบบบริหารจัดการไฟฟ้าที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น กังหันลมและฟาร์มโซลาร์เซลล์ โดยนายโดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีของโปแลนด์ ได้แถลงยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าการโจมตีนี้ถูกเตรียมการโดยกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัสเซีย สำหรับพฤติกรรมของมัลแวร์ DynoWiper นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้างโดยเฉพาะ โดยจะทำการไล่ลบไฟล์ในระบบจนทำให้ระบบปฏิบัติการเสียหายถาวร ซึ่งผู้เสียหายจำเป็นต้องกู้คืนระบบจากไฟล์สำรอง (Backup) หรือติดตั้งระบบใหม่เท่านั้น

ในทางเทคนิคแล้ว ESET ระบุชื่อการตรวจจับมัลแวร์ตัวนี้ว่า Win32/KillFiles.NMO (โดยมีค่า Hash SHA-1: 4EC3C90846AF6B79EE1A5188EEFA3FD21F6D4CF6) แต่ในปัจจุบันยังไม่พบตัวอย่างไฟล์มัลแวร์ดังกล่าวถูกอัปโหลดขึ้นบนฐานข้อมูลมัลแวร์สาธารณะ และผู้เชี่ยวชาญด้าน Threat Intelligence แนะนำให้องค์กรต่างๆ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม้การโจมตีครั้งนี้อาจจะไม่สำเร็จตามเป้าหมายทั้งหมด แต่กลุ่ม Sandworm ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปีและปลายปี 2025 ก็ได้มีการโจมตีทำลายข้อมูลในภาคการศึกษา รัฐบาล และภาคการเกษตรของยูเครนมาแล้ว

Apple เตรียมเปิดตัว Siri รูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย Google Gemini

* กำหนดการเปิดตัว: Apple มีแผนจะสาธิตการทำงานของ Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ในช่วง ครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้ ตามรายงานของ Mark Gurman จาก Bloomberg

* การทำงานร่วมกับ Google Gemini: Siri เวอร์ชันใหม่นี้จะเป็นผลลัพธ์จากการร่วมมือระหว่าง Apple และ Google โดยจะดึงความสามารถของ Gemini มาใช้เพื่อให้ Siri ทำงานได้เหมือน AI Chatbot (คล้ายกับ ChatGPT) มากขึ้น

* แผนการอัปเดตซอฟต์แวร์:
* กุมภาพันธ์ – เมษายน 2026: คาดว่าจะเริ่มปล่อยให้ทดสอบในเวอร์ชัน iOS 26.4 Beta ในเดือนกุมภาพันธ์ และเปิดใช้งานจริงในช่วงเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน

* มิถุนายน 2026 (WWDC): Apple จะเปิดตัว Siri โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ (โค้ดเนม “Campos”) พร้อมฟีเจอร์ Apple Intelligence อื่นๆ ที่ใช้พลังของ Gemini

* ปลายปี 2026: ฟีเจอร์ตัวเต็มจะมาพร้อมกับ iOS 27, iPadOS 27 และ macOS 27 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

* เป้าหมาย: การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการยกระดับ Siri ให้มีความฉลาดและโต้ตอบได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น หลังจากที่ Apple ได้ประกาศวิสัยทัศน์เรื่อง Next-gen Siri ไว้ตั้งแต่ในงาน WWDC 2024

Sennheiser เปิดตัวชุดหูฟังดูทีวีรุ่นใหม่ รองรับ Auracast

🎧 Sennheiser เปิดตัวชุดหูฟังสำหรับดูทีวี (TV headphones bundle) รุ่นใหม่
ออกแบบมาสำหรับการรับชมทีวีโดยเฉพาะ
เน้นเสียงชัด ฟังสบาย เหมาะกับการดูหนัง รายการ หรือข่าว
📡 จุดเด่นคือรองรับ Auracast
Auracast เป็นเทคโนโลยี Bluetooth รุ่นใหม่
ช่วยให้ส่งเสียงจากแหล่งเดียว (เช่น ทีวี) ไปยังหูฟังหลายตัวพร้อมกัน
ผู้ใช้หลายคนสามารถฟังเสียงจากทีวีเครื่องเดียวได้โดยไม่รบกวนกัน
👂 เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาการได้ยิน
ปรับระดับเสียงได้เฉพาะบุคคล
ไม่ต้องเร่งเสียงทีวีดังทั้งห้อง
ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไป
🔌 มาเป็นชุดพร้อมอุปกรณ์ส่งสัญญาณ
มีตัวส่งสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อกับทีวี
ช่วยให้ทีวีที่ยังไม่รองรับ Auracast ใช้งานได้ทันที
🏠 การใช้งานในบ้าน
เหมาะกับครอบครัว
ดูทีวีร่วมกันได้ แต่แต่ละคนควบคุมเสียงของตัวเอง
Auracast ต่างจาก Bluetooth ปกติยังไง?
🔵 Bluetooth ปกติ (ที่เราใช้กันทุกวัน)
📱 เชื่อมต่อแบบ 1 ต่อ 1
มือถือ ↔ หูฟัง
👥 ถ้าจะให้หลายคนฟังพร้อมกัน
ต้องจับคู่ทีละเครื่อง
บางทีหน่วง เสียงไม่ตรงกัน
🔒 เป็นการเชื่อมต่อแบบ “ส่วนตัว”
เหมาะกับ: ฟังเพลงคนเดียว, คุยโทรศัพท์
📡 Auracast (Bluetooth LE Audio)
📣 เชื่อมต่อแบบ 1 ต่อ หลาย
แหล่งเสียง 1 ตัว (เช่น ทีวี)
กระจายเสียงไปยังหูฟัง/เครื่องรับได้หลายเครื่องพร้อมกัน
🎧 แต่ละคน ปรับเสียงของตัวเองได้
⏱️ เสียงตรงกัน แทบไม่ดีเลย์
🔓 มีทั้งโหมด
สาธารณะ (ใครเข้าฟังก็ได้)
ส่วนตัว (ต้องขออนุญาต / สแกน / ใส่รหัส)
เหมาะกับ: ดูทีวีหลายคน, โรงหนัง, สนามบิน, ห้องประชุม
📺 ดูทีวีในบ้าน
พ่อ แม่ ลูก ใส่หูฟังคนละตัว
เสียงดังไม่เท่ากัน แต่ดูพร้อมกันได้
✈️ สนามบิน
ประกาศเสียง → ส่งเข้าหูฟังโดยตรง
👂 ผู้มีปัญหาการได้ยิน
รับเสียงชัด ไม่ต้องแข่งกับเสียงรบกวน

TikTok ปิดดีลโครงสร้างใหม่สำหรับธุรกิจในสหรัฐฯ

ตามรายงานของ Engadget ระบุว่า TikTok ได้ สรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย เกี่ยวกับการแยกหน่วยงานในสหรัฐอเมริกาออกจาก ByteDance เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกังวลด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหรัฐฯ
ประเด็นหลักของข้อตกลง
🏢 ตั้งนิติบุคคล TikTok US แยกต่างหาก
เป็นบริษัทที่จดทะเบียนและดำเนินงานในสหรัฐฯ
อยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลของสหรัฐฯ โดยตรง
📉 ByteDance ลดบทบาทการถือหุ้น
ขายสัดส่วนหุ้นหลักให้กับ กลุ่มนักลงทุนที่ไม่ใช่ชาวจีน
ยังคงถือหุ้นส่วนน้อย แต่ ไม่มีอำนาจควบคุม
🔐 ข้อมูลผู้ใช้สหรัฐฯ
เก็บและจัดการภายในประเทศ
ใช้โครงสร้างที่รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถตรวจสอบและกำกับดูแลได้
แยกออกจากระบบของ ByteDance ในจีน
⚖️ เหตุผลของดีล
เป็นทางออกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน TikTok ในสหรัฐฯ
ตอบโจทย์กฎหมายและแรงกดดันด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ภาพรวมผลกระทบ
✅ TikTok ยังให้บริการในสหรัฐฯ ได้ต่อ
✅ ครีเอเตอร์และธุรกิจโฆษณาไม่สะดุดในระยะสั้น
⚠️ ByteDance สูญเสียการควบคุมเชิงยุทธศาสตร์ในตลาดสหรัฐฯ

แองเคอร์ อินโนเวชั่น เปิดตัว Anker Prime กลุ่มผลิตภัณฑ์ชาร์จระดับพรีเมียมพร้อมบุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ

22 มกราคม 2569 – กรุงเทพฯ– แองเคอร์ อินโนเวชั่น (Anker Innovations) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการชาร์จอัจฉริยะ เปิดตัว Anker Prime กลุ่มผลิตภัณฑ์ชาร์จระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการชาร์จ แองเคอร์ยังคงครองตำแหน่งแบรนด์อุปกรณ์ชาร์จมือถืออันดับ 1 ของโลก* และมุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันการชาร์จที่มีความเสถียร เปี่ยมประสิทธิภาพ และความเป็นอัจฉริยะ ผ่านนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง

แองเคอร์ อินโนเวชั่น ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554 มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จและประสบการณ์ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ของแองเคอร์ครอบคลุมตั้งแต่พาวเวอร์แบงค์ ที่ชาร์จเร็ว สายชาร์จ และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ใช้หลายร้อยล้านคนทั่วโลก และได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานจากตลาดในระดับสากล

ขุมพลังงานสำหรับมืออาชีพที่ต้องเดินทางเป็นประจำ
เมื่อการทำงานแบบเคลื่อนที่และการสร้างสรรค์คอนเทนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการประสิทธิภาพสูงจำนวนมากต้องทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกสถานที่ และต้องเดินทางระหว่างสนามบิน ศูนย์การเดินทาง โรงแรม ห้องประชุม และที่ทำงานต่างๆ อย่างรวดเร็วและคล่องตัว พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป สมาร์ทโฟน หูฟังไร้สาย แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ

การจัดการพลังงานสำหรับอุปกรณ์หลายชนิด การคงประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง และการชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาที่จำกัด ได้กลายเป็นความท้าทายสำคัญของผู้ใช้งานยุคใหม่ แองเคอร์ อินโนเวชั่นได้พัฒนา Anker Prime กลุ่มผลิตภัณฑ์ชาร์จระดับพรีเมียม จากการวิจัยเชิงลึกในสถานการณ์การใช้งานจริง เพื่อมอบการออกแบบพิเศษที่ให้พลังงานที่สูงขึ้น การจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด และการชาร์จเร็วที่เชื่อถือได้สำหรับหลายอุปกรณ์ เพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความท้าทายสูงและต้องการความต่อเนื่อง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Anker Prime พลังงานเพื่อศักยภาพสูงสุด
ภายใต้แนวคิด “พลังงานเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพสูงสุดของคุณ” กลุ่มผลิตภัณฑ์ Anker Prime ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การชาร์จที่ต้องการพลังงานสูง รองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน และมอบการจัดการพลังงานที่ชาญฉลาด

ด้วยพลังงานที่ทรงพลัง การจัดสรรพลังงานที่มีพลวัต และการควบคุมที่เข้าใจง่ายทั้งผ่านหน้าจอและแอปพลิเคชัน Anker Prime ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างการเดินทาง ทำงานจากระยะไกล หรือสร้างสรรค์ผลงานในสถานที่ต่าง ๆ

A person holding a camera

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 300 วัตต์ 26,250 มิลลิแอมป์ ขุมพลังสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการสร้างสรรค์งานระดับมืออาชีพ โซลูชันพลังงานพกพาระดับเรือธงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Anker Prime ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่ต้องการพลังงานสูง ด้วยกำลังไฟรวมจริง 300 วัตต์ สามารถชาร์จเร็วแล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงได้พร้อมกันถึงสองเครื่องและสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งเครื่อง โดยระบบจะจัดการพลังงานให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องยุ่งยาก

มาพร้อมเทคโนโลยี IQ Po วัตต์er 4.0 ซึ่งแต่ละพอร์ต USB-C รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 140 วัตต์ ช่วยให้แล็ปท็อประดับมืออาชีพทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานตัดต่อวิดีโอ ออกแบบ หรือเรนเดอร์กราฟิก เมื่อผสานกับเทคโนโลยี TurboBoost 250 วัตต์ ที่ชาร์จเร็วพิเศษ พาวเวอร์แบงค์นี้สามารถชาร์จได้ประมาณ 40% ภายในเวลาเพียง 10 นาที และสูงสุดถึง 80% ภายในราว 35 นาที จึงช่วยลดช่วงเวลาที่ต้องรอคอยลงอย่างมาก

ด้วยความจุ 26,250 มิลลิแอมป์ ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของสายการบิน ผลิตภัณฑ์นี้จึงให้ทั้งความจุสูงสุดโดยยังเป็นไปตามข้อบังคับการเดินทางระหว่างประเทศ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจที่เดินทางบ่อย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะและการควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งกำลังไฟที่จ่ายออก สถานะแบตเตอรี่ และประสิทธิภาพของระบบ จึงมอบความมั่นใจได้ในทุกที่ที่คุณทำงาน

A person and person talking to each other

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 220 วัตต์ ประสิทธิภาพสูง พร้อมความสะดวกในการพกพา ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับมืออาชีพที่ต้องการสมดุลระหว่างพลังงานและความสะดวกในการพกพา Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 220 วัตต์ 20,000 มิลลิแอมป์ มอบกำลังไฟรวมสูงสุด 220 วัตต์ พร้อมพอร์ต USB-C คู่ที่รองรับสูงสุดถึง 140 วัตต์ ต่อพอร์ต สามารถจ่ายพลังงานให้แล็ปท็อป สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ด้วยดีไซน์กะทัดรัดและน้ำหนักเบา ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางประจำวัน การประชุมหรือการเดินทางธุรกิจระยะสั้น และการทำงานแบบเคลื่อนที่ ผลิตภัณฑ์นี้มาพร้อมเทคโนโลยี ชาร์จเร็วในตัว 100 วัตต์ ที่ช่วยให้แบตเตอรี่กลับคืนมาถึง 80% ได้ภายในเวลาประมาณ 35 นาที ช่วยฟื้นพลังงานได้รวดเร็วแม้ในตารางงานที่แน่น มาพร้อมหน้าจออัจฉริยะ โหมดการชาร์จแบบปรับแต่งได้ และการตรวจสอบสถานะการชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจนและเข้าใจได้ทันที

A person talking on the phone

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime หัวชาร์จ 160 วัตต์ 3 พอร์ต ชาร์จเร็วหลายอุปกรณ์ เหมาะทั้งการเดินทางและใช้งานที่บ้าน มาพร้อมพอร์ต USB-C จำนวน 3 ช่อง แต่ละช่องรองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 140 วัตต์ พร้อมระบบจัดสรรพลังงานอัจฉริยะ ที่ช่วยให้การชาร์จหลายอุปกรณ์พร้อมกันเป็นไปอย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่ชาร์จรุ่นนี้มาพร้อมระบบจัดการอุณหภูมิ ActiveShield™ 4.0 ผสานกับเทคโนโลยี GaNPrime และดีไซน์หัวปลั๊กแบบพับได้ ทำให้ที่ชาร์จมีขนาดกะทัดรัดโดยไม่ลดทอนความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพ หน้าจออัจฉริยะขนาด 1.3 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบกำลังไฟที่จ่ายออกในแต่ละพอร์ตแบบเรียลไทม์ได้อย่างสะดวกสบาย

ผลิตภัณฑ์แนะนำในกลุ่มที่ชาร์จระดับพรีเมียมของ Anker Prime
A hand holding a power cord

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime แท่นชาร์จตั้งโต๊ะ 250 วัตต์ 6 พอร์ต ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูง สามารถจ่ายพลังงานให้กับทั้งเวิร์กสเตชันได้จากปลั๊กเพียงช่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อปหลายเครื่องหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ด้วยกำลังไฟรวมสูงสุด 250 วัตต์ พร้อมหน้าจออัจฉริยะที่ใช้งานง่ายและ ระบบควบคุมแบบหมุน (dial control) มอบทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้งานเดสก์ท็อปที่เหนือระดับ

A computer and cell phone plugged into a wall outlet

AI-generated content may be incorrect.
Anker หัวชาร์จ 140 วัตต์ 3C1A ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่มีหลายอุปกรณ์ โดยสามารถรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 4 อุปกรณ์พร้อมกัน และเข้ากันได้กับหลากหลายโปรโตคอลการชาร์จ ใช้เทคโนโลยี GaN ระดับอากาศยาน (Aerospace-grade GaN) ผสานกับระบบ ควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ เพื่อให้มั่นใจในความเสถียรระยะยาว ภายใต้ดีไซน์ที่กะทัดรัดและพกพาสะดวก

A person holding a device

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 165 วัตต์ ด้วยดีไซน์ที่มีขนาดใกล้เคียงกระป๋องน้ำอัดลม แต่บรรจุความจุสูงถึง 25,000 มิลลิแอมป์ พาวเวอร์แบงค์รุ่นนี้รองรับการชาร์จอุปกรณ์กำลังไฟสูงและการชาร์จตัวเองอย่างรวดเร็ว สายชาร์จที่ติดตั้งมาในตัวช่วยเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางระยะยาวและการทำงานแบบเคลื่อนที่

A person sitting at a desk with a computer

AI-generated content may be incorrect.
Anker Prime หัวชาร์จ 100 วัตต์ 3 พอร์ต หนึ่งในที่ชาร์จ 100 วัตต์ แบบหลายพอร์ตที่กะทัดรัดที่สุดในโลก ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้มืqออาชีพที่ต้องการความคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในสนามบิน คาเฟ่ หรือปลั๊กไฟที่ใช้ร่วมกัน มอบพลังการชาร์จที่ทรงพลังในขนาดกะทัดรัด พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Anker Prime จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 26 มกราคม 2569 Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 300 วัตต์ ราคา 6,999 บาท และ Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 220 วัตต์ ราคา 5,999 บาท Anker Prime หัวชาร์จ 160 วัตต์ 3 พอร์ต ราคา 3,999 บาท Anker Prime แท่นชาร์จตั้งโต๊ะ 250 วัตต์ 6 พอร์ต ราคา 5,999 บาท Anker หัวชาร์จ 140 วัตต์ 3C1A ราคา 1999 บาท Anker Prime พาวเวอร์แบงค์ 165 วัตต์ ราคา 3,499 บาท และ Anker Prime หัวชาร์จ 100 วัตต์ ราคา 2,199 บาท โดยจัดจำหน่ายบนช่องทาง Shopee / Lazada / TikTok Shop (Thailand) และสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดและข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Anker Thailand

TP-Link ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูง CVE-2026-0629 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกล้องวงจรปิด VIGI C และ VIGI InSight จำนวนกว่า 32 รุ่น

TP-Link ออกอัปเดตความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูง CVE-2026-0629 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกล้องวงจรปิด VIGI C และ VIGI InSight จำนวนกว่า 32 รุ่น โดยเป็นช่องโหว่ ข้ามการยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) ที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันกู้คืนรหัสผ่าน (Password Recovery) บนหน้าเว็บอินเทอร์เฟซสำหรับการจัดการอุปกรณ์ ซึ่งนิยมใช้งานในองค์กรธุรกิจในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ช่องโหว่ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ (Admin Password) ได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตน ด้วยการดัดแปลงสถานะฝั่งไคลเอนต์ (client-side state) ผู้ผลิตระบุช่องโหว่สามารถถูกใช้โจมตีจากผู้โจมตีที่อยู่ในเครือข่ายภายใน (LAN) แต่นักวิจัยผู้ค้นพบเตือน หากอุปกรณ์ถูกเปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต ผู้โจมตีอาจนำช่องโหว่ไปใช้เพื่อยึดครองสิทธิ์การควบคุมเต็มรูปแบบ (Full Admin Access) และเข้าถึงภาพวงจรปิดได้จากระยะไกล

นักวิจัยระบุจากการตรวจสอบเมื่อเดือนตุลาคม 2025 พบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า 2,500 เครื่องทั่วโลก และคาดว่าจำนวนจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากตรวจสอบเพียงบางโมเดลเท่านั้น แม้สถิติการโจมตีผลิตภัณฑ์ TP-Link จะมุ่งเน้นไปที่เราเตอร์ แต่ช่องโหว่ในระบบกล้องวงจรปิดถือเป็นความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยขององค์กร ผู้ดูแลระบบจึงควรเร่งตรวจสอบรุ่นอุปกรณ์ที่ใช้งานและอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที

ทางรัฐบาลสหราชอาณาจักร (UK Government) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2026 มีใจความสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับโทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดีย

@
1. เปิดรับฟังความคิดเห็นและพิจารณา “แบน” โซเชียลมีเดียสำหรับเด็ก

รัฐบาลเริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นระดับชาติ (National Consultation) จากผู้ปกครองและเยาวชน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

มีการพิจารณามาตรการขั้นเด็ดขาด เช่น การห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยรัฐมนตรีมีแผนจะเดินทางไปดูงานที่ประเทศออสเตรเลียเพื่อศึกษาแนวทางการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้

พิจารณาปรับเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการยินยอมให้ข้อมูลดิจิทัล (Digital Age of Consent)

2. มาตรการเข้มงวดในโรงเรียน (Phone-free Schools)

ยืนยันนโยบายให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดโทรศัพท์มือถือ (“Phone-free by default”)

Ofsted (หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานการศึกษา) จะเข้ามาตรวจสอบการบังคับใช้นโยบายนี้อย่างจริงจังในการประเมินโรงเรียน หากโรงเรียนใดทำไม่ได้ตามมาตรฐานจะถูกจัดให้เข้ารับการช่วยเหลือ

3. จัดการฟีเจอร์ที่ทำให้เสพติด

รัฐบาลจะพิจารณาออกกฎจำกัดฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้เด็กติดจอ เช่น “Infinite scrolling” (การเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ) และระบบ “Streaks” (การสะสมจำนวนวันที่ใช้งานต่อเนื่อง)

4. คู่มือสำหรับผู้ปกครอง

รัฐบาลเตรียมออกคู่มือแนะนำเรื่องเวลาหน้าจอ (Screen time guidance) ที่อ้างอิงจากหลักฐานทางวิชาการ สำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ 5-16 ปี เพื่อช่วยให้พ่อแม่จัดการเวลาของลูกได้ดีขึ้น

5. เป้าหมายภาพรวม

การดำเนินการนี้เป็นการต่อยอดจากกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety Act) ที่มีอยู่เดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ จากโลกออนไลน์ที่อาจเป็นอันตรายครับ

Trump กดดัน Big Tech ต้องควักเงินสร้างโรงไฟฟ้าป้อน AI เอง

Trump กดดัน Big Tech ต้องควักเงินสร้างโรงไฟฟ้าป้อน AI เอง @
ประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดยักษ์ (Big Tech) เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการประมวลผล AI

Trump ระบุว่าความต้องการไฟฟ้าสำหรับการประมวลผล AI นั้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก และโครงข่ายไฟฟ้าพื้นฐานที่มีอยู่เดิมอาจไม่เพียงพอ เขาจึงต้องการให้บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาเอง โดยใช้คำเรียกว่า “Big beautiful power plants” เพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ จะมีพลังงานเพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำด้าน AI โลก โดยไม่ต้องผลักภาระโครงสร้างพื้นฐานนี้มาที่ภาครัฐหรือประชาชน

ท่าทีนี้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทเทคฯ รายใหญ่ในช่วงหลัง ที่เริ่มหันมาลงทุนหรือเซ็นสัญญาซื้อพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยตรงเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน แต่การออกมาพูดครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดหวังให้ภาคเอกชนเป็นผู้จ่ายเงินสำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่ตนเองเป็นผู้ใช้หลัก

SIRI ใน iOs Siri ตัวใหม่ในรูปแบบ Chatbot อาจทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของ Google แทนที่จะเป็นของ Apple เองSIRI ใน iOs

Siri โฉมใหม่ (iOS 27): Apple กำลังวางแผนยกเครื่อง Siri ให้กลายเป็น “Chatbot เต็มรูปแบบ” ใน iOS 27 (คาดว่าจะเปิดตัวปลายปี 2026) โดยระบบใหม่นี้จะฉลาดขึ้นมาก แต่ต้องใช้พลังการประมวลผลมหาศาล

เปลี่ยนมาใช้เซิร์ฟเวอร์ Google: ปกติแล้ว Apple มักจะพยายามประมวลผลข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง (Private Cloud Compute) เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่รายงานระบุว่า Apple กำลังหารือกับ Google เพื่อใช้เซิร์ฟเวอร์คลาวด์และชิป TPU ของ Google ในการรันโมเดล Siri ตัวใหม่นี้แทน

เหตุผล: โมเดล AI รุ่นใหม่ (คาดว่าพัฒนาต่อยอดมาจาก Gemini 3 ของ Google) มีความซับซ้อนสูงมากจนโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud ของ Apple ในปัจจุบันอาจรองรับไม่ไหว จึงจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่กว่าของ Google

ความเป็นส่วนตัวยังคงเดิม: ถึงแม้จะใช้เซิร์ฟเวอร์ Google แต่คาดว่า Apple จะทำสัญญาเงื่อนไขเข้มงวด โดย Google จะ ไม่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้ (Logs) หรือนำข้อมูลไปใช้เพื่อการโฆษณาได้ เพื่อรักษามาตรฐานความเป็นส่วนตัวของ Apple ไว้

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลง:

iOS 26.4 (ช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026): จะเริ่มเห็นฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ของ Siri เป็นครั้งแรก แต่ยังรันบนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple (Private Cloud Compute) โดยใช้โมเดลรุ่นเก่ากว่า

iOS 27 (ช่วงปลายปี 2026): จะเป็นการเปลี่ยนโฉมใหญ่เป็น Siri Chatbot ที่ฉลาดกว่าเดิมมาก ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่คาดว่าจะต้องย้ายไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของ Google

ลือ … Apple กำลังซุ่มพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ชนิดใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในรูปแบบของ “เข็มกลัด AI” (AI Pin)

  • ดีไซน์และขนาด:
    • ตัวเครื่องมีขนาดพอๆ กับ AirTag แต่จะหนากว่าเล็กน้อย
    • รูปร่างเป็นวงกลม แบน เรียบ ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมและกระจก
    • มีปุ่มกด 1 ปุ่มที่ขอบด้านข้าง และรองรับการชาร์จแบบแม่เหล็ก (Magnetic Inductive Charging) ที่ด้านหลัง คล้ายกับ Apple Watch
  • สเปกภายใน (Hardware):
    • กล้อง 2 ตัว: เลนส์ปกติและเลนส์มุมกว้าง (Wide-angle) ที่ด้านหน้า สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอสภาพแวดล้อมของผู้ใช้
    • ไมโครโฟน 3 ตัว: เพื่อรับเสียงรอบทิศทาง
    • ลำโพง: สำหรับการโต้ตอบเสียง
  • ช่วงเวลาเปิดตัว:
    • คาดว่าจะเปิดตัวได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2027
    • สถานะปัจจุบันยังอยู่ในช่วง “เริ่มต้นของการพัฒนา” (Very early stages) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าโปรเจกต์อาจถูกยกเลิกได้หากไม่ได้มาตรฐานตามที่ Apple ต้องการ
  • เป้าหมาย:
    • Apple ต้องการเร่งพัฒนาอุปกรณ์นี้เพื่อแข่งขันกับ OpenAI ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ AI ของตนเองในช่วงปี 2026

บริบทเพิ่มเติม: ข่าวนี้มาพร้อมกับรายงานอื่นที่ระบุว่า Apple กำลังวางแผนยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ใน iOS 27 โดยอาจเปลี่ยนอินเทอร์เฟซให้กลายเป็น Chatbot เต็มรูปแบบเพื่อรองรับยุค AI อย่างแท้จริงครับ

ข้อสังเกต: อุปกรณ์ลักษณะนี้ (AI Pin) เคยมีความพยายามทำตลาดโดยแบรนด์อื่นมาก่อน (เช่น Humane AI Pin) แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในวงกว้าง น่าสนใจว่า Apple จะแก้โจทย์เรื่องการใช้งานจริงและแบตเตอรี่อย่างไรครับ