Kingston Technology ตอกย้ำความแข็งแกร่งครองอันดับบริษัทเอกชนชั้นนำในปี 2568 อันดับที่ 28 ในรายชื่อ “บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกา” จากการจัดลำดับโดยนิตยสาร Forbes

Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศว่าได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้อยู่ลำดับที่ 28 ในรายชื่อบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา (America’s Top Private Companies) ประจำปี 2568 สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Kingston ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย Kingston ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในกลุ่ม “เทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์” ในการจัดอันดับดังกล่าว ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Kingston ได้ครองตำแหน่งซัพพลายเออร์โมดูล DRAM ประเภทบุคคลที่สาม (Third-party) อันดับหนึ่งของโลก และยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งสำหรับการเป็นซัพพลายเออร์ด้านการจัดส่ง Channel SSD อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจัดอันดับล่าสุดจากนิตยสาร Forbes สะท้อนถึงศักยภาพของ Kingston ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลก โดยความสำเร็จเหล่านี้มีรากฐานมาจากวิสัยทัศน์ “Built on Commitment” ปรัชญาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังซึ่งหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรและการดำเนินงานของ Kingston มาเกือบ 40 ปีนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 2530 จนก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก โดย Kingston ยังคงยึดมั่นในคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความใส่ใจในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

Kingston กล่าวว่า “การจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Kingston ภายใต้แนวคิด ‘Built on Commitment’ โดยบริษัทมุ่งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก และเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมในด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ โดยความสำเร็จเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจากรากฐานที่แข็งแกร่งและความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม”

รายชื่อทั้งหมดของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกาสามารถตรวจสอบได้ ที่นี่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ kingston.com

สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:   

Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/   

YouTube: https://www.youtube.com/user/KingstonTechnologyTH    

PhotoScape สำหรับ Windows โปรแกรมยอดนิยม Download เยอะสุดใน Download.com

PhotoScape สำหรับ Windows เป็นโปรแกรมแก้ไขรูปภาพแบบ All-in-one ที่เปิดให้ใช้งานฟรี ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การปรับแต่งภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ใช้งานทั่วไป โปรแกรมนี้พัฒนาโดย Mooii และได้รับความนิยมอย่างมากด้วยยอดดาวน์โหลดรวมกว่า 66 ล้านครั้ง

คุณสมบัติหลักและเครื่องมือ

PhotoScape รวบรวมเครื่องมือที่หลากหลายไว้ในโปรแกรมเดียว เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุม ดังนี้:

  • การแก้ไขภาพพื้นฐาน: มีเครื่องมือสำหรับ ปรับขนาด (Resizing), ปรับแก้สีและแสง, ปรับสมดุลสีขาว (White balance), การตัดรูป (Cropping), และการลบตาแดง
  • เครื่องมือสร้างสรรค์: ผู้ใช้สามารถสร้าง ภาพคอลลาจ (Collages), รวมภาพ, สร้าง Animated GIF จากหลายเฟรมภาพ และใช้เทมเพลตสำหรับพิมพ์การ์ด ปฏิทิน หรือกระดาษเส้น
  • การจัดการภาพจำนวนมาก: มีระบบ Batch Editor ที่ช่วยให้แก้ไขรูปภาพหลายไฟล์ได้พร้อมกันในครั้งเดียว เพื่อความรวดเร็ว
  • ส่วนประกอบอื่นๆ: นอกจากตัวแก้ไข (Editor) แล้ว ยังมีส่วนของ Viewer สำหรับดูรูปภาพในโฟลเดอร์, เครื่องมือจับภาพหน้าหน้าจอ (Screen Capture), ตัวเลือกสี (Color Picker), และตัวแปลงไฟล์ RAW

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี:

  • ใช้งานฟรี และมีเครื่องมือครบครันในที่เดียว
  • อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนโปรแกรมระดับมืออาชีพอย่าง Photoshop
  • รองรับไฟล์ภาพหลากหลายรูปแบบ
  • ในเวอร์ชัน 3.7 มีการเพิ่มฟิลเตอร์ใหม่ๆ เช่น ‘Black & White’, ‘Bandicoot’, แปรง ‘Smart Blur’ และเอฟเฟกต์ฟิล์มรวมกว่า 35 แบบ

ข้อเสีย:

  • หน้าตาโปรแกรม (Interface) ดูล้าสมัย และขาดความขัดเกลาเมื่อเทียบกับโปรแกรมสมัยใหม่
  • ขีดความสามารถในการแก้ไขขั้นสูงยังมีจำกัด
  • ขาดฟีเจอร์การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ (Real-time collaboration)
  • มีรายงานจากผู้ใช้บางรายว่าโปรแกรมอาจถูกระบบความปลอดภัยขององค์กรระบุว่าเป็นมัลแวร์เนื่องจากพฤติกรรมบางอย่างของซอฟต์แวร์

บทสรุปและทางเลือกอื่น

PhotoScape เหมาะสำหรับนักเรียน หรือผู้ที่ต้องการแต่งภาพในโปรเจกต์ขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อน หากผู้ใช้ต้องการเครื่องมือแก้ไขขั้นสูงในรูปแบบฟรี แหล่งข้อมูลแนะนำให้พิจารณา GIMP หรือหากต้องการโปรแกรมที่มีอินเทอร์เฟซสะอาดตาและเน้นงานพื้นฐาน แนะนำ Paint.NET ส่วนผู้ที่ต้องการใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งสามารถเลือกใช้ Pixlr ได้

Download ได้ที่นี่

บีวายดี ผนึก เรเว่ ออโตโมทีฟ เสริมแกร่งความร่วมมือผ่านการร่วมลงทุนธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเต็มสูบ

บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เดินหน้าเสริมแกร่งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านการร่วมลงทุนในธุรกิจ โดยบีวายดีจะเข้าถือหุ้น 20% ของ เรเว่ ออโตโมทีฟ พร้อมทั้งนำความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาเพิ่มศักยภาพด้านการขาย บริการหลังการขาย และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสบการณ์และความมั่นใจของลูกค้าขึ้นไปอีกขั้น การันตีการดำเนินธุรกิจระยะยาวในตลาดประเทศไทย ตลอดจนเติมเต็มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้กับบีวายดีและเรเว่ ออโตโมทีฟ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย บีวายดี ออโต้ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่บีวายดีเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยผ่าน เรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งรวมถึงความสำเร็จของการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างรวดเร็ว เราจึงรู้สึกยินดีที่ได้สานความสัมพันธ์ระหว่างบีวายดีกับเรเว่ ออโตโมทีฟ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนและผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีวายดีที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้จะเพิ่มความคึกคักให้กับตลาด เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และช่วยให้ทั้งอุตสาหกรรมเติบโตต่อไป”

นาย หลี่ เฉียน เลขานุการคณะกรรมการบีวายดี และผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการลงทุนบีวายดี กล่าวว่า “กระแสความตื่นตัวทั่วโลกด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนส่งผลให้ภาครัฐของไทยขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เราจึงมั่นใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย และจะเดินหน้านำเทคโนโลยีรวมถึงผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยจากบีวายดีมานำเสนอให้ผู้บริโภคชาวไทย โดยความร่วมมือก่อนหน้านี้ระหว่างบีวายดีกับเรเว่ ออโตโมทีฟ ได้สร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรม เราจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการขยายตลาดและสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดอีวีในไทยอย่างยั่งยืน”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เป็นเวลาหลายปีก่อนที่เรเว่ ออโตโมทีฟ และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ จะถูกก่อตั้งขึ้น เราเล็งเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่มุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เราคาดการณ์ว่าเทรนด์ดังกล่าวจะเข้าสู่ประเทศไทย จึงได้มองหาพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน โดยบีวายดีเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุด ด้วยผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย เทคโนโลยีนวัตกรรมสุดล้ำอย่าง Blade Battery และกำลังการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างครอบคลุม ความน่าเชื่อถือของบีวายดีถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จของเรา สะท้อนจากการเป็นแบรนด์ที่ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทย การร่วมทุนทางธุรกิจครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น NEV Nation แต่เรายังเชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติ รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608 ในท้ายที่สุด”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สานต่อและยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบีวายดี เมื่อผนึกความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและการดำเนินธุรกิจระดับโลกของบีวายดีเข้ากับสถานภาพและความแข็งแกร่งในประเทศไทยของ เรเว่ ออโตโมทีฟ จะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยร่วมกัน จุดแข็งของทั้งสองบริษัทจะช่วยให้เราสามารถมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อและเหนือระดับที่ครอบคลุมทุกมิติให้กับลูกค้า ตั้งแต่การจัดจำหน่ายไปจนถึงหลังการขาย เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระยะยาวของลูกค้า ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย”

บีวายดี และ เรเว่ ออโตโมทีฟ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานใหม่ ความสำเร็จร่วมกันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการนำเสนอโซลูชันด้านการคมนาคมที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ บีวายดี และ เรเว่ ออโตโมทีฟ ยังคงมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น

บีวายดี เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทย เดินหน้าเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าอาเซียนเต็มรูปแบบ

เดินหน้าเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าอาเซียนเต็มรูปแบบ บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดโรงงานบีวายดีประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน นับเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วโลกของบีวายดีรวมถึงสะท้อนความมุ่งมั่นที่มีต่อตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดจนเป็นการสนองนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% ของการผลิตรถทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573

โอกาสนี้ บีวายดีได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่แปดล้าน และได้รับการผลิตที่โรงงานแห่งนี้ ให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและการคมนาคมที่ยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายหวัง ชวนฟู่ ประธานกรรมการและประธานบริษัท บีวายดี กรุ๊ป เป็นประธานในพิธีเปิดโรงงาน พร้อมมอบรถแก่ตัวแทนมูลนิธิ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

โรงงานผลิตรถยนต์บีวายดีแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 948,000 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 16 เดือนนับจากพิธิเปิดหน้าดิน มาพร้อมแนวคิดการลดใช้พลังงานและคาร์บอนต่ำ ครบครันด้วยเครื่องจักรกลอัตโนมัติ กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์ล้ำสมัย ครอบคลุม 4 ขั้นตอนการผลิตยานยนต์ ได้แก่ การขึ้นรูป การเชื่อม การทำสี และการประกอบ ทั้งหมดนี้ เพื่อการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงและได้มาตรฐานสำหรับตลาดประเทศไทย โรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 150,000 คันต่อปี ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL และ BYD SEALION 6 รวมถึงสามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่และระบบส่งกำลังได้อีกด้วย สำหรับในอนาคต เมื่อโรงงานดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะสร้างงานได้กว่า 10,000 ตำแหน่ง

นายหวัง ชวนฟู่ ประธานกรรมการและประธานบริษัท บีวายดี กรุ๊ป กล่าวว่า “บีวายดีได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าสู่ตลาดประเทศไทยได้เพียง 2 ปี โดยประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าติดต่อกันถึง 18 เดือน ในอนาคต บีวายดีวางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเติมในประเทศไทย เราจะผสานความเป็นเลิศด้านการผลิตในประเทศเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ขั้นสูงของบีวายดี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งใหม่ของบีวายดีในประเทศไทย เป็นก้าวสำคัญที่ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ที่มีต่อลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการสานต่อเป้าหมายระดับโลก โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงจะช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผลิตในไทย แต่ยังตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำแถวหน้าของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ที่สำคัญ เราเชื่อมั่นว่าโรงงานแห่งนี้จะสามารถสร้างโอกาสในการทำงานให้แก่ชาวไทยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะให้กับวงการยานยนต์และพลังงานทดแทนได้อีกด้วย นอกจากนี้ โรงงานบีวายดีประเทศไทยจะช่วยดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศอย่างมหาศาล”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า[1]รวมถึงรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดประมาณ 14.2 ล้านคัน เราจึงมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะยังคงเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง กลุ่มธุรกิจเรเว่ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามพันธกิจในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยพลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ของบีวายดีในประเทศไทยจะช่วยให้เราสานต่อวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW FUTURE, YOUR WAY’ ที่มุ่งมั่นผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น NEV Nation และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ. 2608 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนพร้อมกับขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อว่าการเปิดโรงงานบีวายดีประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะมีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของเราในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยและอาเซียน ทั้งยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันระหว่างบีวายดีและกลุ่มธุรกิจเรเว่ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของลูกค้าในไทยและประเทศอื่นๆ ที่ใช้รถยนต์พวงมาลัยขวา ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจเรเว่จะยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง รวมถึงมอบประสบการณ์การขายและบริการหลังการขายเหนือระดับ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบครบวงจรที่ราบรื่นและคุ้มค่า แทนคำขอบคุณสำหรับความไว้วางใจของผู้ใช้งานชาวไทยที่มอบให้กับเรามาโดยตลอด”

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านยานยนต์พลังงานใหม่ บีวายดีได้ขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี พ.ศ. 2566 บีวายดีส่งออกรถยนต์ 243,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 334% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบัน บีวายดีจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ใน 88 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย บราซิล ฮังการี และอุซเบกิสถาน

ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว บีวายดีและกลุ่มธุรกิจเรเว่ มีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุคพลังงานใหม่ โดยโรงงานบีวายดีประเทศไทยซึ่งดำเนินการผลิตด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของจีนแห่งนี้ จะเข้ามาช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนในอนาคตตามเป้าหมายของรัฐบาลไทยในท้ายที่สุด

แกะกล่อง ลองเล่น Router ใส่ซิม 5G

แกะกล่อง TP-Link Deco X50-5G: เร็วแรง ทั่วถึง ตอบสนองฉับไว

จุดเด่น:

รองรับ 5G: รองรับการเชื่อมต่อ 5G ผ่านซิมการ์ด ให้ความเร็วสูงสุดถึง 3.4 Gbps

WiFi 6: มาตรฐาน WiFi ล่าสุด ให้ความเร็วสูง ความจุสูง และเสถียร

Mesh WiFi: เทคโนโลยี Mesh WiFi กระจายสัญญาณ WiFi ทั่วถึงทุกมุมบ้าน

ใช้งานง่าย: ตั้งค่าง่ายผ่านแอป TP-Link Deco

สเปค:

ความเร็ว: AX3000 (2402 Mbps + 574 Mbps)

จำนวนแถบสัญญาณ: 2.4 GHz และ 5 GHz

พอร์ต LAN: 3 พอร์ต Gigabit Ethernet

พอร์ต WAN: 1 พอร์ต Gigabit Ethernet

รองรับ IPv6: ใช่

รองรับ MU-MIMO: ใช่

รองรับ Beamforming: ใช่

ขนาด: 108.5 x 108.5 x 175 มม.

การใช้งาน:

การเชื่อมต่อ 5G: ใส่ซิมการ์ด 5G ลงใน Deco X50-5G รอสักครู่ โมเด็มจะทำการเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G โดยอัตโนมัติ

การตั้งค่า WiFi: ตั้งค่าชื่อ WiFi และรหัสผ่านผ่านแอป TP-Link Deco

การเชื่อมต่อ Mesh WiFi: เพิ่ม Deco units เพิ่มเติมเพื่อขยายสัญญาณ WiFi ทั่วถึงทุกมุมบ้าน

ประสิทธิภาพ:

ความเร็ว: ทดสอบความเร็วด้วย Speedtest ได้ความเร็วสูงสุด 1.2 Gbps บนเครือข่าย 5G

ความเสถียร: สัญญาณ WiFi เสถียร ไม่หลุด ไม่สะดุด

การครอบคลุม: ทดสอบในบ้านขนาด 2 ชั้น สัญญาณ WiFi ครอบคลุมทุกมุม

ข้อดี:

เร็วแรง ทั่วถึง ตอบสนองฉับไว

ตั้งค่าง่าย

รองรับ 5G

รองรับ WiFi 6

รองรับ Mesh WiFi

ข้อเสีย:

ราคาค่อนข้างสูง

รองรับเฉพาะซิมการ์ดแบบ Nano SIM

สรุป:

TP-Link Deco X50-5G เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้าง ต้องการความเร็วแรง ทั่วถึง และเสถียร รองรับการเชื่อมต่อ 5G และ WiFi 6 ตั้งค่าง่าย ใช้งานสะดวก

ให้คะแนน: 9/10

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการใช้งาน

แกะกล่องลองเล่น Microphone USB XLR Podcast ของ Fifine รุ่น Tank 3

เป็นไมค์ที่ทำงานได้หลากหลายใช้ได้ทั้งต่อกับ Mixer หรือ Audio Interface ผ่านหัวแบบ XLR หรือ แจ๊คไมค์ทั่วไป
หรือใช้กับคอมพิวเตอร์โดยตรงผ่านสาย USB ก็ได้ทั้ง Windows และ MACOS
หรือต่อกับมือถือก็สามารถใช้งานได้ สะดวกสุดๆ เด่นที่ Design ออกมาสวยงาม คุณภาพเสียงอิ่ม เน้นเสียงพูด เหมาะสำหรับการบันทึกเสียง Podcast มากๆ เป็น Mic Dynamic ที่ไม่ไวจนเกินไป ตัดเสียงรบกวนได้ดีมากๆ

Dyson เปิด Demo Store สาขาใหม่ ใหญ่ที่สุดในไทย ใจกลางสยาม พารากอน เปิดร้าน 1 กรกฎาคม นี้ พร้อมต้อนรับเหล่าผู้หลงใหลในเทคโนโลยี

Dyson เปิดตัว Dyson Demo Store สยาม พารากอน โฉมใหม่ เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์เทคโนโลยีของ Dyson อย่างเต็มรูปแบบครบจบในที่เดียว สัมผัส 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเทคโนโลยีสำคัญทั้งหมด ตลอดจนไอเท็มสีพิเศษและสีเอ็กคลูซีฟ มาพร้อมโซนสาธิตการใช้งานที่อัพเดทเทคโนโลยีใหม่พร้อมการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจาก Dyson และครั้งแรกของ Siam Paragon กับบริการสลักชื่อบนกล่องผลิตภัณฑ์ พร้อมต้อนรับผู้สนใจในเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นี้ ด้วยส่วนลดและข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย

Dyson Demo Store สาขาสยาม พารากอน ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 โซน Star Dome โดยสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ยังคงคอนเซปต์เดิมที่มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้เห็นกลไกการทำงานของเทคโนโลยี เปิดประสบการณ์ทดลองใช้จริง รวมไปถึงการเป็นสถานที่แรกๆ ที่คนไทยจะได้เห็นอุปผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Dyson อีกด้วย โดยพื้นที่ภายในร้านที่กว้างกว่า 164 ตารางเมตร ทำให้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ไหนก็สามารถเข้าไปทดลองใช้ได้อย่างสะดวก สามารถเรียนรู้และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครบวงจรของ Dyson ได้เต็มประสบการณ์ทั้ง 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม เครื่องดูดฝุ่น เครื่องฟอกอากาศ หูฟัง และโคมไฟ และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การตอบรับและความสนใจในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมเป็นอย่างดีเสมอมา ในสาขาใหม่นี้จะมี Beauty Station มากถึง 4 ที่นั่ง ทำให้สามารถเข้ามาทดลองใช้ได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนั้น ถือเป็นครั้งแรกของสาขาสยามพารากอนที่มีบริการสลักชื่อบนกล่องใส่ผลิตภัณฑ์ใน Dyson Demo Store บริเวณโซน Personalisation Bar ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งกล่องหลากสีสันที่แสดงถึงความเป็นตัวเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2567 เป็นต้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับการซื้อสินค้าที่ Dyson Demo Store สาขาสยาม พารากอน รับข้อเสนอพิเศษและส่วนลดสูงสุดถึง 10,000 บาท พร้อมส่วนลดพิเศษ On-top เพิ่มอีกถึง 16,540 บาท รับของขวัญพิเศษมูลค่ากว่า 4,000 บาท ทุกคำสั่งซื้อ เฉพาะแฟนตัวจริงของ Dyson ที่มียอดซื้อสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก รับพัดลมแบบตั้งพื้น Dyson Pure Cool™ TP01 มูลค่า 14,900 บาทฟรี

ติดตั้งระบบถ่ายทอดสดกลางพารากอน

ทีมงานเข้าติดตั้งระบบถ่ายทอดสดใช้ กล้อง 4 ตัว ไมค์ 4 ตัว พร้อมระบบไฟ ที่บริเวณ H&M Podcast Studio รูปแบบรายการนั่งคุยกับวง HatoBito ทั้ง7 ท่านกับพิธีกร 1ท่าน

‘HoYo FEST 2023’ พาเหล่าเกมเมอร์ไทย ทะยานสู่โลกแห่งจินตนาการกับเหล่าเกมฮิตเนรมิตโลกเสมือนตระการตา พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย

กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2566 – HoYoverse บริษัทผู้พัฒนาวิดีโอเกมและสตูดิโออนิเมชัน เอาใจแฟน ๆ ชาวไทย ไปผจญภัยกับสี่เกมดังในเทศกาล ‘HoYo FEST 2023’ พร้อมมัดรวมเกมยอดฮิตอย่าง Genshin Impact, Honkai Impact 3, Honkai: Star Rail และ Zenless Zone Zero  มาเนรมิตพื้นที่ออฟไลน์ภายในงานให้กลายเป็นโลกเสมือนจริงถอดแบบจากในเกมอย่างไม่เหมือนใคร ให้เหล่าแฟนเกมชาวไทยได้สัมผัสความพิเศษกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกันอย่างจุใจในงาน Thailand Game Show 2023 เมื่อวันที่ 20 – 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สำหรับบรรยากาศภายในงานเทศกาล HoYo FEST 2023 ได้รับความสนใจจากเหล่าเกมเมอร์ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เริ่มกันที่บูธของเกม Genshin Impact ซึ่งแฟน ๆ ได้สัมผัสและร่วมสนุกกับกิจกรรมประจำบูธแบบจัดเต็มตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมถ่ายรูปเช็คอินที่บูธและโพสต์ลงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตัวเอง พร้อมติดแฮชแท็กของงาน แล้วรับไปเลยสติกเกอร์ธีม Genshin Impact HoYo FEST

นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังได้ร่วมสนุกและทดลองเล่นเกมกับกิจกรรม ‘วงล้อโชคชะตาแห่งความมั่งคั่ง’ ที่ให้ผู้เล่นสวมบทเป็นนักเดินทาง โดยต้องผนึกกำลังเป็นทีม จับคู่กันเล่น  โดยใช้บัญชีที่บูธจัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ และกิจกรรมถาม-ตอบ ‘เหล่าผู้มีปัญญา จงปีนยอดเขาอย่างกล้าหาญกันเถอะ!’ และยังมีของรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่แต่งตัวเป็นตัวละครจากในเกม หรือมีแรงค์ผจญภัยที่เลเวล 60 พร้อมลุ้นรับหนังสือรวมภาพเพียงแชร์ผลงานที่โดนใจที่สุดภายในบูธกิจกรรมไปยังโซเชียลมีเดียของตัวเอง และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ  ‘ปรมาจารย์เป่ายิงฉุบ’ ให้ร่วมสนุก พร้อมรับของรางวัลจากน้อง Paimon ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีของรางวัลลับจากเกมมาเซอร์ไพรส์เหล่าเกมเมอร์กันอีกด้วย

ต่อด้วยการเดินทางท่องดินแดนบนทะเลควอนต้า (Sea of Quanta) จากเกมแอ็กชันยอดฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลกอย่าง Honkai Impact 3 ที่พาเกมเมอร์สวมบทบาทเป็นกัปตันเรือในบูธที่ถูกตกแต่งและจำลองบรรยากาศสุดลึกลับ พร้อมคอนเสิร์ตออนไลน์ กับกิจกรรมประจำบูธอีกมากมายให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำมือถือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาโชว์หน้าสะพานเรือในเกมเพื่อแลกรับสติกเกอร์ลายตัวละครธีม HoYo FEST  นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังสามารถรับโปสการ์ดกันไปได้เลย เพียงกดติดตามเฟซบุ๊คและคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรม สำหรับกัปตันที่มาเล่นเกมสาธิตของบูธยังได้รับของรางวัลอีกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ กัปตันที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก และกัปตันที่บอกชื่อเพลงธีมของเกมได้ครบ 3 เพลง จะได้รับสินค้าเกม Honkai Impact 3 พร้อมสัมผัสความพิเศษสุด ๆ กับสองกิจกรรมพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม Cosplay และ Homu Hunting สำหรับกัปตันที่เล่นตู้คีบได้ตุ๊กตา Homu จะได้รับ Cardholder HoYoFEST ไปครอบครอง

และในบูธของ Honkai: Star Rail เกม Space Fantasy RPG จะพาผู้บุกเบิก (Trailblazer) เดินทางมาสู่ดาดฟ้าเรือ Xianzhou Luofu ซึ่งเป็นเรือรบ Silkpunk ขนาดมหึมาในเกม เพื่อรับของรางวัลเพียงร่วมสนุกไปกับกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟประจำบูธ ไม่ว่าจะเป็น การแสดง UID Honkai : Star Rail, การติดตามความเคลื่อนไหวผ่านบัญชีทางการบนแอปฯ Facebook และ Tiktok, โพสต์รูปเกี่ยวกับ Honkai : Star Rail ภายในงานลงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใดก็ได้พร้อมติดแฮชแท็กของงาน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Cosplay สุดว้าว ที่ให้ผู้บุกเบิกแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครจาก Honkai: Star Rail เพื่อรับของรางวัลคอลเลกชันสุดพิเศษ

สำหรับผู้เข้าร่วมงานที่ยังไม่เคยสัมผัสความสนุกเร้าใจของทั้ง 3 เกมดังที่กล่าวมา ภายในบูธของ Genshin Impact, Honkai Impact 3 และ Honkai: Star Rail ทาง HoYoverse ยังเตรียม ASUS Republic of Gamers หรือ ROG อุปกรณ์เกมมิ่งทรงพลังที่ได้รับความนิยมสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็น ROG Phone, ROG Ally, และ Zephyrus Duo เพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมงานที่สนใจทดลองเล่นให้ได้รับประสบการณ์ความมันส์แบบเต็มแม็กซ์ในทุกตารางนิ้วของบูธกิจกรรมอย่างแท้จริง

ปิดท้ายด้วย Zenless Zone Zero เกมแอ็กชัน RPG ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองเล่นเดโม่เกมครั้งแรกในไทย พร้อมร่วมสนุกไปกับภารกิจเช็กอินภายในบูธเพื่อรับสติกเกอร์อิโมจิ Bangboo และร่วมทำภารกิจทดสอบเล่นเกมก่อนใคร เพื่อรับโปสเตอร์จากเกม

ภายในงาน HoYo FEST 2023 ยังจัดเต็มความสนุกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะนอกจากเหล่าเกมเมอร์จะได้เต็มอิ่มไปกับกิจกรรมประจำบูธต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมงานยังเพลิดเพลินไปกับสินค้ารุ่นพิเศษ เพียงแค่ซื้อสินค้าเกมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิกเกอร์ ตุ๊กตา และสแตนดี้ยอดนิยม จะได้รับถุงกระดาษ 1 ใบและโปสการ์ดธีม HoYo FEST 1 ใบ พร้อมสะสมแสตมป์ เช็คอินเพื่อรับของที่ระลึกและรูปโพลาลอยด์สุดลิมิเต็ด

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมรับชมภาพบรรยากาศภายในงาน ได้ที่