Google อัปเกรด Chrome ครั้งใหญ่ เน้น Productivity ทำงานเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเป็นระเบียบกว่าเดิม

Google ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Google Chrome โดยโฟกัสชัดเจนที่การเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity) สำหรับผู้ใช้งานทั้งสายทำงาน นักเรียน นักพัฒนา และองค์กรธุรกิจ ที่ต้องเปิดแท็บจำนวนมากและทำงานหลายอย่างพร้อมกันในแต่ละวัน

การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การปรับดีไซน์เล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ใช้งาน Chrome ให้ “จัดการง่ายขึ้น ค้นหาเร็วขึ้น และทำงานลื่นไหลขึ้น” อย่างเห็นได้ชัด

🔎 1. ค้นหาแท็บเร็วขึ้น ไม่ต้องไล่หาทีละอัน

หนึ่งในปัญหาหลักของผู้ใช้ Chrome คือ “แท็บล้นจอ” โดยเฉพาะคนที่เปิดงานหลายโปรเจกต์พร้อมกัน

Google ได้ปรับปรุงระบบ Tab Search ให้ฉลาดขึ้น ช่วยให้:

ค้นหาแท็บที่เปิดอยู่ได้รวดเร็วกว่าเดิม

ค้นหาแท็บที่เคยปิดไปแล้วได้ง่าย

ค้นหาข้ามอุปกรณ์ (ถ้าใช้บัญชี Google เดียวกัน)

ผลลัพธ์คือ ลดเวลาการไล่หาแท็บ และช่วยให้โฟกัสกับงานได้มากขึ้น

📌 2. Tab Groups จัดระเบียบงานเป็นหมวดหมู่

Chrome พัฒนาฟีเจอร์ Tab Groups ให้ใช้งานง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่ทำงานหลายหัวข้อ เช่น:

งานลูกค้าแต่ละราย

โปรเจกต์แยกตามทีม

การค้นคว้าแต่ละหัวข้อ

ผู้ใช้สามารถ:

ตั้งชื่อกลุ่มแท็บ

เลือกสีแยกหมวดหมู่

ยุบ/ขยายกลุ่มแท็บเพื่อลดความรกหน้าจอ

ฟีเจอร์นี้ช่วยเปลี่ยน Chrome จาก “เบราว์เซอร์ธรรมดา” ให้กลายเป็นเครื่องมือจัดการงานแบบ lightweight productivity tool ได้เลย

⚡ 3. ประสิทธิภาพดีขึ้น โหลดเร็ว ใช้ RAM ฉลาดขึ้น

Google ยังคงปรับปรุงด้าน Performance อย่างต่อเนื่อง โดยเน้น:

ลดการใช้หน่วยความจำ (Memory optimization)

จัดการแท็บที่ไม่ได้ใช้งานให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง

เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ

สำหรับผู้ใช้ที่เปิดแท็บจำนวนมากหรือใช้งานบนโน้ตบุ๊ก จะเห็นผลเรื่องความลื่นและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น

🔐 4. ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งขึ้น

Chrome ยังคงเสริมระบบความปลอดภัย เช่น:

การเตือนเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย

ระบบป้องกันฟิชชิ่ง

การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์

Google ย้ำว่าการเพิ่ม Productivity ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยของผู้ใช้

💼 Chrome กำลังกลายเป็น “Workspace” เต็มตัว

จากการอัปเดตครั้งนี้จะเห็นว่า Chrome ไม่ได้เป็นแค่เว็บเบราว์เซอร์อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่เครื่องมือทำงานครบวงจร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับ:

Google Docs / Sheets / Slides

Google Drive

Google Meet

ส่วนขยาย (Extensions) ด้าน Productivity

แนวทางนี้ทำให้ Chrome แข็งแกร่งมากในตลาดองค์กรและผู้ใช้สายทำงาน

📊 สรุปภาพรวม

การอัปเดต Chrome รอบนี้เน้น 3 แกนหลัก:

จัดการแท็บง่ายขึ้น

ทำงานเร็วขึ้น

ใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้จะไม่มีดีไซน์ใหม่หวือหวา แต่เป็นการพัฒนา “ประสบการณ์ใช้งานจริง” ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในชีวิตประจำวันโดยตรง

ที่มา https://blog.google/products-and-platforms/products/chrome/chrome-productivity-improvements/

vivo V70 ดึง ‘หลิง-ออม’ คัมแบ็กในฐานะ vivo Friends ชวนตามล่าช็อตสวยแบบ ‘ลูกรักพระเจ้า’ 26 ก.พ. นี้

vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก เตรียมปลุกกระแสใหม่ในตลาดสมาร์ตโฟนพอร์ตเทรตด้วยการเปิดตัว vivo V70 รุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล V Series ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดโดดเด่น ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ที่พร้อมยกระดับทุกช็อตให้ “ขึ้นกล้อง” อย่างเป็นธรรมชาติ โดยครั้งนี้ได้สองนักแสดงสาวขวัญใจแฟน ๆ อย่าง ‘หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง’ และ ‘ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์’ กลับมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของการถ่ายภาพพอร์ตเทรตบนสมาร์ตโฟนอีกครั้งในฐานะ vivo Friends ปักวันเผยโฉมอย่างเป็นทางการ 26 กุมภาพันธ์นี้!

vivo ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด vivo V70 ที่พร้อมจะเสกทุกการกดชัตเตอร์ให้กลายเป็น ‘ช็อตลูกรักพระเจ้า’ ได้อย่างง่ายดาย เน้นเจาะกลุ่มผู้รักการถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับโปรด้วยระบบกล้องสุดล้ำที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS พาร์ตเนอร์เลนส์ชั้นนำระดับโลก มอบผลลัพธ์ภาพถ่ายที่คมชัด มีมิติ และถ่ายทอดความสง่างามของบุคคลออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกสถานการณ์ โดยครั้งนี้ได้สองนักแสดงสาวชื่อดังอย่าง หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ และ ออม-กรณ์นภัส ควงแขนกันกลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะ vivo Friends พร้อมเป็นตัวแทนแชร์ประสบการณ์ความงามในแบบฉบับลูกรักพระเจ้าอย่างแท้จริง ผ่านภาพลักษณ์ความพรีเมียมและนิยามความสวยอย่างไร้ที่ติ

A cell phone on a grass field

AI-generated content may be incorrect.

นอกจากสมรรถนะของกล้องที่เหนือระดับแล้ว vivo ยังขอเอาใจชาว Gen Z และนักสะสมอาร์ตทอยด้วยคอลแลบสุดพิเศษกับ POP MART ดึงเอาคาแรกเตอร์น่ารักปนซุกซนอย่าง ZSIGA ในคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ‘Under the Sun’ มาเติมเต็มสีสันให้กับการเปิดตัวครั้งนี้อีกด้วย ตอกย้ำการเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่ผสานความล้ำเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

A group of cell phones

AI-generated content may be incorrect.

vivo V70 นำเสนอบนดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว จับถือสะดวก และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวใน 3 ตัวเลือกสีสันสุดพรีเมียม ได้แก่ สีทอง Golden Hour เปล่งประกายมีเสน่ห์เหมือนท้องฟ้ายามเย็น สี Alpine Gray โทนเทาเรียบเท่ ทันสมัย และสีดำ Authentic Black สุดคลาสสิกเหนือกาลเวลา ทำงานบนระบบปฏิบัติการใหม่แกะกล่องอย่าง OriginOS 6 พร้อมฮาร์ดแวร์ที่ลื่นไหลและตอบสนองฉับไว รองรับการใช้งานตลอดวันด้วย แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6500mAh พร้อมเทคโนโลยี 90W FlashCharge เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69

ปักหมุดรอไว้ได้เลย! vivo V70 เตรียมนับถอยหลังสู่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดรับสมัครเหล่า “ลูกรักพระเจ้า” และแฟน ๆ มาร่วมรับชมความสนุกในงานเปิดตัว พบกับ ‘หลิง-ออม’ ในฐานะ vivo friends และแขกรับเชิญพิเศษสุดเซอร์ไพรซ์ พร้อมกันวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ผ่านไลฟ์สตรีมมิงบนช่องทางโซเซียลมีเดียของ vivo ประเทศไทย ดังนี้

Facebook: vivo Thailand
Tiktok: vivo Thailand
X: vivo Thailand
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก vivo Thailand และเว็บไซต์ https://www.vivo.com/th.com/th

#vivo #vivoV70 #เสกช็อตลูกรักพระเจ้า #vivoV70xLingOrm

ที่มา

Amazfit T-rex Ultra 2 สมาร์ทวอทช์ตอบโจทย์สายเอ็กซ์สตรีมตัวจริง

Zepp Health (เซปป์ เฮลท์) บริษัทด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit T-Rex Ultra 2 ที่ถือเป็นรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในไลน์ของ T-Rex เพราะถูกออกด้วยวัสดุคุณภาพสูงมีความแข็งแรงทนทาน รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น พร้อมลุยทุกกิจกรรมเอ็กซ์สตรีม

Amazfit T-Rex Ultra 2 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 51 มม. กระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน และขอบตัวเรือนและฝาหลังทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงทั้งบนและใต้น้ำ ด้วยคุณสมบัติกันน้ำ 10 ATM (ประมาณ 100 เมตร) และได้รับการรับรองมาตรฐานการดำน้ำได้อย่างดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 30 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์ และติดตามตำแหน่งด้วย GPS ได้นานกว่า 50 ชั่วโมง ทำให้ T-Rex Ultra 2 พร้อมรองรับการผจญภัยหลายวันได้อย่างยาวนานอย่างมีประสิทธิภาพ มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 64GB สามารถบันทึกแผนที่ เพลง และกิจกรรมต่างๆ ลงในนาฬิกาได้โดยตรง ทำให้เดินทางการผจญภัยได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องกังวลกับการพกโทรศัพท์มือถือ

Amazfit T-Rex Ultra 2 รุ่นนี้ยังมีไฟฉายแบบสองโหมดในตัว ปรับความสว่างได้ ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นหน้าจอนาฬิกาได้อย่างชัดเจนขณะสวมแว่นมองกลางคืนที่มีสภาพทัศนวิสัยต่ำและมีสัญญาณ SOS สำหรับกรณีฉุกเฉิน เปิดใช้งานโหมด Boost เพื่อเพิ่มแสงสว่างเมื่อต้องใช้ระบบ GPS นำทางในเวลากลางคืนหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

และยังเป็นครั้งแรกในตระกูล T-Rex ที่มาพร้อมแผนที่สีสันสดใสในแอป Zepp ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกสถานที่ที่ต้องการลงในนาฬิกาหรือค้นหาสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถกำหนดเส้นทางใหม่อัตโนมัติเพื่อใช้ระบบนำทางด้วยระบบ GPS ขั้นสูงที่รองรับโดยระบบดาวเทียม 6 ดวง จึงให้การระบุตำแหน่งและการนำทางรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงข้อมูลแผนที่ก็ยังได้รับการพัฒนาให้สามารถแยกแยะประเภทของภูมิประเทศได้ดียิ่งขึ้นด้วย มีการวางแผนเส้นทางแบบออฟไลน์ที่ขยายได้สูงสุดถึง 100 กม.

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ที่ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมการเดินทางและปีนเขาในเส้นทางผจญภัย อย่างระบบแสดงจุดตรวจสอบอัจฉริยะและการแจ้งเตือน ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถกำหนดจุดสำคัญ เช่น แหล่งน้ำ ที่พัก ระดับความสูง หรือการแบ่งช่วงการปีนเขาในระดับความสูงที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการปีนเขาที่จะเกิดขึ้นได้ชัดเจนและสามารถจัดการจังหวะการเดิน วิ่ง และปีนได้ดียิ่งขึ้นตลอดการปีนเขา อีกทั้งยังมีการปรับจังหวะตามความลาดชันเพื่อให้ได้ข้อมูลประสิทธิภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้นบนภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆอย่างการบันทึกเสียงระหว่างการออกกำลังกาย การโทรผ่านบลูทูธและการแจ้งเตือนด้วยเสียง และยังสามารถทำงานร่วมกับแอป Zepp ได้อย่างราบรื่น ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการฝึกฝน การฟื้นตัว การนอนหลับ โภชนาการ และสุขภาพโดยรวมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Amazfit ในทุก ๆ รุ่น

Amazfit T-rex Ultra 2 มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 19,990 บาท ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit บน Shopee, Lazada และ TikTok Shop สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amazfit.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: @AmazfitThailand
###

ที่มา

แอลจี ประเทศไทย ปฏิวัติชีวิตยุคใหม่ เปิดงาน ‘LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You’

เพื่อช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แอลจียังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าใจและใส่ใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสชีวิตที่ “Life’s Good” อย่างยั่งยืนต่อไป

แอลจีชวนลูกค้าสัมผัสนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแอลจีกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้าและดีลเลอร์ชั้นนำ เพื่อมอบประสบการณ์การเลือกซื้อที่สะดวกและมั่นใจในคุณภาพการบริการ พร้อมเปิดช่องทางออนไลน์ทางการที่ www.lg.com/th ให้ลูกค้าเลือกช้อปได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับ “Secret Deal โปรลับต้องคลิก” ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.lg.com/th/promotions/secretdeal สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 0-2057-5757 หรือติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิพิเศษจากแอลจีได้ทาง Facebook: LG Global และ Instagram: @lg_thailand

ที่มา

Apple เตรียมจัดงานอีเวนต์ 4 มีนาคมนี้ คาดเปิดตัว Mac และ iPad รุ่นใหม่

Apple ประกาศเตรียมจัดงานอีเวนต์ครั้งถัดไปในวันที่ 4 มีนาคม ที่จะถึงนี้ โดยแม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัว แต่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากวงการเทคโนโลยีชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เราอาจได้เห็นการอัปเดตใหญ่ในกลุ่ม Mac และ iPad รุ่นใหม่ รวมถึงชิป Apple Silicon เจเนอเรชันล่าสุด

ไฮไลต์ที่คาดว่าจะเปิดตัว
💻 Mac รุ่นใหม่พร้อมชิป M รุ่นอัปเกรด

หนึ่งในความเป็นไปได้สูงคือการเปิดตัว MacBook หรือ Mac รุ่นปรับสเปก ที่มาพร้อมชิปตระกูล M3 หรือ M4 ซึ่งจะเน้นประสิทธิภาพที่แรงขึ้น และประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม รองรับงาน AI และงานประมวลผลขั้นสูงได้ดียิ่งขึ้น

Apple เดินหน้าพัฒนา Apple Silicon อย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่มีอีเวนต์ช่วงต้นปี ก็มักเกี่ยวข้องกับการอัปเดตไลน์อัป Mac อยู่เสมอ

📱 iPad รุ่นใหม่

มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า Apple เตรียมรีเฟรช iPad หลายรุ่น โดยเฉพาะ:

iPad Pro รุ่นใหม่

iPad Air เวอร์ชันอัปเกรด

อาจรวมถึง iPad รุ่นมาตรฐาน

คาดว่ารุ่นใหม่จะมาพร้อมชิปที่แรงขึ้น หน้าจอคุณภาพสูงกว่าเดิม และอาจมีการปรับดีไซน์บางส่วน รวมถึงรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil รุ่นใหม่

🧠 ฟีเจอร์ AI และซอฟต์แวร์

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการผลักดันฟีเจอร์ด้าน AI และ Machine Learning ภายใน macOS และ iPadOS ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2026 ที่หลายบริษัทเร่งนำ AI เข้ามาเป็นจุดขายหลัก

แม้ Apple จะยังไม่เปิดไพ่ทั้งหมด แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพูดถึงความสามารถด้าน AI บนอุปกรณ์ที่ประมวลผลแบบ On-device มากขึ้น

ที่มา https://www.engadget.com/computing/laptops/apples-next-event-is-set-for-march-4-145931890.html

ดิสนีย์กล่าวหา ByteDance ว่าใช้ผลงานที่มีลิขสิทธิ์เพื่อฝึกฝนเอไอของตน

ตามรายงานจาก Axios ดิสนีย์ได้ส่งจดหมายขอให้ยุติการกระทำ (cease-and-desist) ซึ่งชี้ให้เห็นตัวอย่างวิดีโอจาก Seedance ที่มีตัวละครซึ่งมีลิขสิทธิ์

ดิสนีย์กำลังดำเนินการกับเครื่องมือสร้างเอไอ (Generative AI) โดยกล่าวหา ByteDance และเครื่องมือ Seedance 2.0 ที่เพิ่งเปิดตัวไป ว่าใช้สื่อที่มีลิขสิทธิ์ของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายงานแรกของ Axios ทาง Walt Disney Company ได้ส่งจดหมายขอให้ยุติการกระดังกล่าวถึง ByteDance โดยอ้างว่าบริษัทจีนได้พัฒนาเครื่องมือ Seedance ของตน ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ จาก Star Wars, Marvel และแฟรนไชส์อื่นๆ ของดิสนีย์ เสมือนว่าทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นที่หมายปองของดิสนีย์เป็นเสมือนคลิปอาร์ตสาธารณสมบัติที่ใช้ได้ฟรี

จดหมายดังกล่าวซึ่ง Axios ได้รับมา รวมถึงตัวอย่างวิดีโอจาก Seedance ที่มีตัวละครซึ่งมีลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ ปรากฏอยู่ เช่น Spider-Man, Darth Vader, Peter Griffin และอื่นๆ แม้ว่า ByteDance เพิ่งจะเปิดตัว Seedance 2.0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มันก็ได้รับทั้งคำชม แต่ก็รวมถึงความไม่พอใจจากสตูดิโอฮอลลีวูด ในส่วนของความสามารถในการสร้างสรรค์ด้วยเอไอ

ด้วยกระแสตอบรับช่วงแรกที่แข็งแกร่ง ทำให้ Seedance ตกเป็นเป้าหมายของหนึ่งในบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดิสนีย์ขู่จะดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทเอไอ เนื่องจาก Character.AI ก็ได้รับจดหมายขอให้ยุติการกระทำในความผิดเดียวกันนี้เมื่อเดือนกันยายน ไม่กี่เดือนต่อมา ดิสนีย์ยังกล่าวหา Google ว่าละเมิดลิขสิทธิ์ในการฝึกฝนโมเดลเอไอของตนอีกด้วย ในทางกลับกัน ดิสนีย์ได้ร่วมมือกับ OpenAI ในข้อตกลงใบอนุญาตสามปี ซึ่งอนุญาตให้ยักษ์ใหญ่ด้านเอไอรายนี้สร้างภาพและวิดีโอโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นที่ต้องการสูงเหล่านั้น

ที่มา https://www.engadget.com/ai/disney-accuses-bytedance-of-virtual-smash-and-grab-when-using-copyrighted-works-to-train-its-ai-191116136.html

บันทึกวันที่ไว้! Google I/O 2026 จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 พฤษภาคม

Google I/O การประชุมนักพัฒนาประจำปีของเรา จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 พฤษภาคม ณ Shoreline Amphitheatre ในเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย และทางออนไลน์ที่ io.google ร่วมรับฟังเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านเอไอล่าสุดของเราและการอัปเดตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั่วทั้งบริษัท ตั้งแต่ Gemini ไปจนถึง Android และอีกมากมาย

งานนี้จะมีการปาฐกถาสำคัญจากผู้นำของ Google การพูดคุยแบบเป็นกันเอง การสาธิตผลิตภัณฑ์ และอีกมากมาย ในขณะที่คุณรอวันสำคัญ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์เซฟเดดเดทในปีนี้ ซึ่งคุณสามารถเล่น สร้างสรรค์ และรีมิกซ์ไปกับสนามเด็กเล่นแห่งประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ด้วย Gemini

ที่มา https://blog.google/innovation-and-ai/technology/developers-tools/io-2026-save-the-date/

จ่ายเท่าพนักงาน 1 คน แต่ได้ไอทีดูแลทั้งทีม! ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงจ้างพนักงานไอที 1 คน แต่เหมือนได้ทีมงานมาช่วยดูแลระบบทั้งทีม โทรเลย 668-5058-9999 หรือ LINE OA

THAILOAD

#ดูแลระบบคอมพิวเตอร์
#ITOutsource
#ดูแลระบบรายเดือน
#เรื่องไอทีมีปัญหาปรึกษาเรา
#Thaiload
#Livestreaming
#ThailoadLive
#ThailoadService

ที่มา

The Hollywood Reporter เผยว่าแพลตฟอร์ม/เทคโนโลยี AI ชื่อ “Seedance 2.0” กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการฮอลลีวูด หลังมีความสามารถด้านการสร้างคอนเทนต์วิดีโอและงานภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงยิ่งขึ้น

Seedance 2.0 ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องมือ AI ที่สามารถสร้างวิดีโอหรือซีนภาพยนตร์จากคำสั่ง (prompt) ได้รวดเร็วขึ้น คุณภาพสูงขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์บางประเภทอาจลดลงอย่างมาก

กระแสต่อต้านจากคนในวงการ

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ความกังวลหลักไม่ได้อยู่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่อง “โครงสร้างอำนาจและรายได้” ในระบบสตูดิโอ

ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักเขียนบท และทีมเทคนิคบางส่วนกังวลว่า สตูดิโออาจใช้ AI เพื่อลดต้นทุน แทนการจ้างทีมงานเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะงานพรีวิชวล (pre-visualization), งานสตอรี่บอร์ด, งาน CGI บางส่วน หรือแม้แต่การจำลองนักแสดง

ประเด็นนี้ยิ่งอ่อนไหว หลังจากที่ฮอลลีวูดเพิ่งผ่านการประท้วงใหญ่ของนักเขียนบท (WGA) และนักแสดง (SAG-AFTRA) ซึ่งหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือการควบคุมการใช้ AI ในกระบวนการผลิต

มุมมองอีกด้าน: โอกาสใหม่ของผู้สร้างอิสระ

ในอีกมุมหนึ่ง เทคโนโลยีอย่าง Seedance 2.0 อาจเปิดโอกาสให้ผู้สร้างอิสระ (indie creators) หรือสตูดิโอขนาดเล็กสามารถผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูงได้โดยใช้งบประมาณน้อยลง

ผู้สนับสนุนมองว่า AI เป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “ตัวแทนมนุษย์” และสามารถช่วยเร่งขั้นตอนการผลิต ลดภาระงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์

ประเด็นลิขสิทธิ์และจริยธรรมยังร้อนแรง

คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่:

โมเดล AI ใช้ข้อมูลจากภาพยนตร์หรือผลงานที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่

ศิลปินจะได้รับค่าตอบแทนอย่างไรหากผลงานของตนถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล

กฎหมายปัจจุบันรองรับเทคโนโลยีระดับนี้เพียงพอหรือยัง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า นี่อาจเป็นอีกบททดสอบสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงในยุค AI ที่ต้องหาจุดสมดุลระหว่าง “นวัตกรรม” กับ “การคุ้มครองสิทธิของผู้สร้าง”

ที่มา https://www.hollywoodreporter.com/business/business-news/seedance-2-0-sparks-hollywood-backlash-1236505120/

Apple อาจเพิ่มสีสันใหม่ให้ MacBook รุ่นประหยัด เจาะตลาดนักศึกษา-ผู้ใช้ทั่วไป

Apple อาจกำลังเตรียมปรับกลยุทธ์ด้านดีไซน์อีกครั้ง โดยมีรายงานจาก Engadget ระบุว่า บริษัทอาจเพิ่มตัวเลือก “สีสันสดใส” ให้กับ MacBook รุ่นราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต ซึ่งอาจเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการรีเฟรชไลน์อัป Mac ระดับเริ่มต้นให้ดูสดใหม่มากขึ้น

เปลี่ยนภาพจำ MacBook โทนเรียบ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา MacBook ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ MacBook Pro และ MacBook Air จะเน้นโทนสีเรียบหรู เช่น Silver, Space Gray, Midnight และ Starlight ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ระดับพรีเมียมและมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม หากรายงานนี้ถูกต้อง MacBook รุ่นประหยัดรุ่นใหม่อาจมาพร้อมตัวเลือกสีที่สดใสขึ้น คล้ายแนวทางที่ Apple เคยใช้กับ iMac 24 นิ้ว ที่เปิดตัวพร้อมสีสันหลากหลาย หรือ iPhone รุ่นมาตรฐานที่มักมีสีให้เลือกมากกว่ารุ่น Pro

การเพิ่มสีใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ระหว่างรุ่น Pro ที่เน้นมืออาชีพ กับรุ่นทั่วไปที่เน้นความสนุกและเข้าถึงง่าย

เจาะตลาดการศึกษาและกลุ่มผู้ใช้ใหม่

MacBook รุ่นราคาประหยัดมักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องบางเบา ใช้งานได้ครบ ในราคาที่ไม่สูงเกินไป

การเพิ่มสีสันสดใสอาจช่วย:

ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่

สร้างความแตกต่างจากรุ่น Pro

เพิ่มความน่าสนใจในตลาด Education

แข่งขันกับโน้ตบุ๊ก Windows ที่มีตัวเลือกสีหลากหลาย

ที่ผ่านมา Apple ประสบความสำเร็จอย่างมากกับกลยุทธ์ “สี” ใน iMac และ iPhone ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียได้ดี

คาดการณ์สเปกและทิศทางผลิตภัณฑ์

แม้ยังไม่มีการยืนยันจาก Apple อย่างเป็นทางการ แต่ MacBook รุ่นประหยัดรุ่นใหม่คาดว่าอาจ:

ใช้ชิป Apple Silicon รุ่นพื้นฐานในตระกูล M-series

มีดีไซน์บางเบาใกล้เคียง MacBook Air

เน้นแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน

ตั้งราคาแข่งขันได้มากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้ใช้

หาก Apple สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี การเปิดตัว MacBook สีสันสดใสในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาด Mac ไปยังผู้ใช้กลุ่มใหม่ทั่วโลก

ยังเป็นเพียงรายงาน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้ยังเป็นเพียงรายงานจากสื่อเทคโนโลยีและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Apple โดยตรง

แต่หากข่าวนี้เป็นจริง เราอาจได้เห็น MacBook ที่มีบุคลิกสดใส สนุก และแตกต่างจากภาพจำเดิม ๆ ในเร็ว ๆ นี้

ที่มา https://www.engadget.com/computing/laptops/apple-may-be-adding-a-splash-of-color-to-its-upcoming-budget-friendly-macbook-192740002.html