vivo พาสาดความปัง! ส่ง V70 บุก X Festival 2026 ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ฉ่ำทุกโมเมนต์

vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ด้วยการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน X Festival 2026 เทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ WAREHOUSE STADIUM RAMA 4 โดยครั้งนี้ vivo ได้ยกทัพสมาร์ตโฟน vivo V70 มาสร้างสีสันและมอบประสบการณ์การถ่ายภาพรูปแบบใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สาดช็อตลูกรักพระเจ้า’ เพื่อยกระดับความสนุกรับเทศกาลสงกรานต์

ตลอด 6 วันของงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้เข้าร่วมงานที่หลั่งไหลมาร่วมสนุก พร้อมแวะเวียนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ภายในบูธกิจกรรม vivo อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือฟีเจอร์ ‘AI Songkran’ บน vivo V70 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สนุกกับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายพอร์ตเทรตลุคใหม่ ปรับแสงและสีให้ดูโดดเด่น สวยสดใสขึ้นกล้องแม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเล่นน้ำ

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ภายในงานคือ Photo Booth ตู้ถ่ายภาพสุดโปร ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองประสิทธิภาพกล้องพอร์ตเทรตของ vivo V70 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมรับภาพถ่ายคุณภาพสูงกลับบ้านทันที สร้างความประทับใจและกลายเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินยอดนิยมภายในงาน

นอกจากนี้ vivo ยังเพิ่มความพิเศษให้กับประสบการณ์ภายในบูธด้วย Grooming Station ที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถจัดแต่งลุค เสริมความมั่นใจก่อนกดซัตเตอร์จริง ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ พร้อมทั้งมอบของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก vivo V70 x POP MART ZSIGA ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม สร้างสีสันและความประทับใจตลอดทั้งงาน

vivo V70 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมกล้องพอร์ตเทรตระดับโปร อาทิ กล้องซูม ZEISS Super Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดในทุกระยะ ผสานพลัง AI อัจฉริยะที่ช่วยยกระดับภาพถ่ายให้สวยงามราวกับถ่ายในสตูดิโอมืออาชีพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเก็บทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 มอบความมั่นใจในการใช้งานแม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเล่นน้ำและสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

การเข้าร่วม X Festival 2026 ในครั้งนี้ vivo มุ่งเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ใช้งานจริง ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด พร้อมสร้างโมเมนต์ความประทับใจได้ด้วยตัวเองตลอดทั้งเทศกาล

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ vivo V70 และติดตามข่าวสารเทคโนโลยีอื่น ๆ จาก vivo ได้ที่เว็บไซต์ https://vivo.com/th/ และเฟซบุ๊ก vivo Thailand

#vivoV70 #vivoV70XFestival2026 #สาดช็อตฉ่ำด้วยAIสงกรานต์

ที่มา

vivo พาสาดความปัง! ส่ง V70 บุก X Festival 2026 ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ฉ่ำทุกโมเมนต์

vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ด้วยการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน X Festival 2026 เทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ณ WAREHOUSE STADIUM RAMA 4 โดยครั้งนี้ vivo ได้ยกทัพสมาร์ตโฟน vivo V70 มาสร้างสีสันและมอบประสบการณ์การถ่ายภาพรูปแบบใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สาดช็อตลูกรักพระเจ้า’ เพื่อยกระดับความสนุกรับเทศกาลสงกรานต์

ตลอด 6 วันของงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้เข้าร่วมงานที่หลั่งไหลมาร่วมสนุก พร้อมแวะเวียนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ภายในบูธกิจกรรม vivo อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือฟีเจอร์ ‘AI Songkran’ บน vivo V70 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สนุกกับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายพอร์ตเทรตลุคใหม่ ปรับแสงและสีให้ดูโดดเด่น สวยสดใสขึ้นกล้องแม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเล่นน้ำ

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ภายในงานคือ Photo Booth ตู้ถ่ายภาพสุดโปร ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองประสิทธิภาพกล้องพอร์ตเทรตของ vivo V70 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมรับภาพถ่ายคุณภาพสูงกลับบ้านทันที สร้างความประทับใจและกลายเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินยอดนิยมภายในงาน

นอกจากนี้ vivo ยังเพิ่มความพิเศษให้กับประสบการณ์ภายในบูธด้วย Grooming Station ที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถจัดแต่งลุค เสริมความมั่นใจก่อนกดซัตเตอร์จริง ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ พร้อมทั้งมอบของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก vivo V70 x POP MART ZSIGA ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม สร้างสีสันและความประทับใจตลอดทั้งงาน

vivo V70 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมกล้องพอร์ตเทรตระดับโปร อาทิ กล้องซูม ZEISS Super Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่สามารถเก็บรายละเอียดได้อย่างคมชัดในทุกระยะ ผสานพลัง AI อัจฉริยะที่ช่วยยกระดับภาพถ่ายให้สวยงามราวกับถ่ายในสตูดิโอมืออาชีพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเก็บทุกโมเมนต์สำคัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 มอบความมั่นใจในการใช้งานแม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเล่นน้ำและสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

การเข้าร่วม X Festival 2026 ในครั้งนี้ vivo มุ่งเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ใช้งานจริง ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด พร้อมสร้างโมเมนต์ความประทับใจได้ด้วยตัวเองตลอดทั้งเทศกาล

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ vivo V70 และติดตามข่าวสารเทคโนโลยีอื่น ๆ จาก vivo ได้ที่เว็บไซต์ https://vivo.com/th/ และเฟซบุ๊ก vivo Thailand

#vivoV70 #vivoV70XFestival2026 #สาดช็อตฉ่ำด้วยAIสงกรานต์

ที่มา

ทีมงาน ThaiLoad Dot Com เข้าสำรวจพื้นที่จัดงานให้ลูกค้าหน่วยงาน

ฝึกอบรมระบบ Advance Cyber Securities โดยในห้องต้องรองรับ Internet Wireless สำหรับ Notebook ใช้งานในห้อง มากกว่า 50 ตัว
และ Internet Lan สำหรับส่งภาพเสียงในห้องไปยังระบบ Zoom ภายในหน่วยงาน

พร้อมวางแผนการควบคุมจอ Projector ภาพ Backdrop งาน และภาพหน้าจอ Notebook วิทยากร

ที่มา

Oracle ปลดพนักงาน ปรับองค์กรครั้งใหญ่ ทุ่มงบ AI หนัก รับศึกเทคระดับโลก

📌 Oracle ปลดพนักงาน ปรับทิศทางสู่ AI และคลาวด์

Oracle บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ด้วยการ ปลดพนักงานในบางแผนก เพื่อโยกทรัพยากรไปสู่ธุรกิจหลักในอนาคตอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์ (Cloud Infrastructure)

รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด AI ซึ่ง Oracle ต้องเร่งลงทุนเพื่อไล่ทันคู่แข่งสำคัญอย่าง Microsoft, Google และ Amazon

🚀 ทุ่มงบมหาศาล สร้าง Data Center รองรับ AI

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Oracle ต้องลดต้นทุนในบางส่วน คือการใช้เงินลงทุนจำนวนมากในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น:

การสร้างและขยาย Data Center
การจัดหา GPU และชิป AI ประสิทธิภาพสูง
การพัฒนา Oracle Cloud Infrastructure (OCI)

การลงทุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากทั้งองค์กรและภาคธุรกิจทั่วโลก

⚖️ ลดต้นทุนส่วนเก่า เพิ่มงบธุรกิจอนาคต

การปลดพนักงานของ Oracle ไม่ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร แต่เน้นไปที่หน่วยงานที่ ไม่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตใหม่

แนวคิดหลักคือ:

“ลดต้นทุนในธุรกิจเดิม → เพิ่มการลงทุนใน AI และ Cloud”

ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเทคหลายแห่งกำลังดำเนินการในช่วงปี 2025–2026

🌐 เทรนด์ใหญ่ของโลกเทค: Layoff + AI Investment

Oracle ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เดินเกมนี้ ปัจจุบันหลายบริษัทเทคระดับโลกกำลัง:

ปลดพนักงานในสายงานเดิม
เพิ่มการจ้างงานด้าน AI / Data / Cloud
เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI

สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

📊 วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งสัญญาณสำคัญต่อแรงงานในสาย IT:

สายงานที่มีความเสี่ยง

งานระบบเดิม (Legacy Systems)
งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Cloud หรือ AI

สายงานที่มาแรง

AI Engineer
Data Engineer / Data Scientist
Cloud Architect / DevOps
🔍 มุมมองอนาคต: ใครไม่ปรับ อาจถูกทิ้ง

แม้ข่าว “ปลดพนักงาน” อาจดูเป็นสัญญาณลบ แต่ในมุมธุรกิจ นี่คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุค AI

บริษัทที่สามารถลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว จะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาดในอนาคต

📎 สรุป
Oracle ปลดพนักงานบางส่วน เพื่อปรับองค์กร
ทุ่มงบลงทุนด้าน AI และ Cloud อย่างจริงจัง
เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์โลก “Layoff + AI Investment”
ตลาดแรงงานเทคกำลังเปลี่ยน — AI และ Cloud คือทักษะสำคัญ

ที่มา

Antigravity A1 โดรน 8K 360° ตัวแรกของโลกมาไทย และพร้อมให้สัมผัสได้แล้ววันนี้

Deep Track: ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีติดตามวัตถุอันโดดเด่นของ Insta360 ระบบ Deep Track สามารถล็อกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง ช่วยจัดเฟรมภาพและคงตำแหน่งของวัตถุให้อยู่กลางภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Virtual Cockpit: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เติมมิติความสนุกให้การบินคือ Virtual Cockpit ซึ่งผสานประสบการณ์การบินแบบเรียลไทม์เข้ากับกราฟิกเสมือนจริง ผ่าน immersive overlay ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกราวกับกำลังทะยานไปพร้อมมังกร เปลี่ยนเที่ยวบินธรรมดาให้กลายเป็น การเดินทางเหนือจินตนาการ โดย Antigravity ยังเตรียมเพิ่มสกินใหม่ ๆ ให้ใช้งานเพิ่มเติม ในช่วงหลังการเปิดตัว A1 อีกด้วย

ออกแบบเพื่อความยั่งยืนและการใช้งานอย่างรับผิดชอบ

A1 ถูกออกแบบมาให้ดูแลรักษาได้ง่าย ด้วยเลนส์และใบพัดที่ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนเองได้ ช่วยลดความจำเป็นในการส่งซ่อม และลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน Antigravity Care ยังมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งการเปลี่ยนสินค้าและความคุ้มครอง กรณีโดรนสูญหาย ช่วยให้ผู้ใช้งานบินได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการออกแบบคือระบบตรวจจับน้ำหนักบรรทุก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในโดรน ผู้บริโภคในระดับนี้ โดยระบบจะตรวจจับน้ำหนักที่เกินมาตรฐานหรือการดัดแปลงที่ไม่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการใช้งานที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ออกแบบไว้ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ A1 ยังคงเป็นเครื่องมือสำหรับความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และการสำรวจโลกในมุมมองใหม่ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ สร้างสรรค์ได้ทั้งบนมือถือและเดสก์ท็อป

A1 สามารถทำงานร่วมกับแอป Antigravity และซอฟต์แวร์ Antigravity Studio บนเดสก์ท็อปได้อย่างไร้รอยต่อ รองรับทั้งการโอนไฟล์อย่างรวดเร็ว การรีเฟรมอัตโนมัติ การปรับสี และเครื่องมือตัดต่ออัตโนมัติ ช่วยให้ครีเอเตอร์จัดการเวิร์กโฟลว์คอนเทนต์ 360 องศา ได้ครบในระบบเดียว ตั้งแต่คลิปสั้นพร้อมแชร์บนโซเชียล ไปจนถึงงานระดับมืออาชีพ

กระบวนการตัดต่อยังถูกออกแบบมาให้ทรงพลังแต่ใช้งานง่าย โดยระบบจะสามารถเลือกไฮไลต์ สำคัญจากเที่ยวบินให้อัตโนมัติ ช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างวิดีโอที่ผ่านการตัดต่ออย่างเรียบร้อย และพร้อมแชร์ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว

การยอมรับในระดับสากล

นับตั้งแต่เปิดตัว Antigravity A1 ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Red Dot Award: Design Concept 2025, TIME’s Best Inventions 2025, Good Design Award 2025 และรางวัล Best of Innovation จาก CES Innovation Awards 2026

นอกจากนี้ A1 ยังได้รับรางวัลรวม 20 รายการจากสื่อชั้นนำภายในงาน IFA 2025 อีกด้วย

ราคา

ด้านราคา โดรนถ่ายภาพ Antigravity A1 ชุด Infinity Bundle ราคา 58,500.- ซึ่งชุดบันเดิลนี้ประกอบด้วยโดรน A1, Vision Goggles, และ Grip Controller พร้อมอุปกรณ์เสริมแบตเตอรี, สามารถมาทดลองได้แล้ววันนี้ที่ Insta 360 Brandshop ทุกสาขา, Big Camera, Zoom Camera, EV MALL พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ

ที่มา

ยกระดับทุกการเล่น สู่ความเหนือชั้นของ MVPs บน iQOO 15R ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท

iQOO (ไอคูล) แบรนด์สมาร์ตโฟนสาย Performance ตัวท็อป เดินหน้าสานต่อแนวคิดอันดุดัน “Born for MVPs” ด้วยการเปิดตัว iQOO 15R อย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดยจับมือร่วมกับเกม MOBA ระดับโลก Mobile Legends: Bang Bang ผ่านไลฟ์สดดวลพลังในแมตช์ Born for MVPs League จากเหล่า iQOO Pro player อย่าง Lung-A ลุงเอ, Ananped, F Pongpitak และ Primkung และแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง loverrukk “เลิฟรัก ภัทรานิษฐ์” ให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์เกมมิ่งอย่างเต็มรูปแบบ โดย iQOO 15R ผสานขุมพลังชิป Snapdragon® 8 Gen 5 ควบคู่กับชิปประมวลผลกราฟิก Super Computing Q2 เพื่อตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ ที่ต้องการประสิทธิภาพเหนือมาตรฐาน พร้อมยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้ลื่นไหลในทุกจังหวะ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ด้วยราคาเริ่มต้น 19,900 บาท

ปลดล็อกโหมดอัลติเมตเพื่อประสิทธิภาพในเล่นเกมอย่างเต็มรูปแบบ

iQOO 15R ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับเรือธง Snapdragon® 8 Gen 5 ผสานการทำงานของชิป Super Computing Q2 และชิปเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ (Network Enhancement Chip) เจนพลังออกมาเต็มสปีดทั้งด้านการประมวลผลและการเชื่อมต่อ พร้อมทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16 ที่ช่วยควบคุมความแรงและพลังงานให้ลื่นต่อเนื่องรองรับเกมกราฟิกแบบเต็มสูบหรือจะ multitask ใช้งานหลายแอปพร้อมกัน อีกทั้งยังภาพสวย คมชัด สบายตาด้วยจอแสดงผล AMOLED ความละเอียดระดับ 1.5K 144Hz หน้าจอลื่นตอบรับทุกสัมผัส ใช้งานร่วมกับชิป Super Touch Control รับประกันความลื่นไหลและความแม่นยำในทุกจังหวะของเกมเพียงปลายนิ้วสัมผัส อีกทั้งไม่ต้องพักชาร์จนาน เพราะ iQOO 15R มาพร้อมระบบชาร์จไว 100W FlashCharge และแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7600mAh

นอกจากนี้ iQOO 15R ยังมากับเทคโนโลยีระบายความร้อนขนาดใหญ่อย่าง Vapor Chamber ขนาด 6,500 ตร.มม. และระบบ Bypass Charging ขั้นสูง ช่วยจัดการความร้อนของตัวเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะตีบอสหรือไลฟ์สดได้ไม่สะดุด

ดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อเหล่าเกมเมอร์

iQOO 15R เปิดตัวมาทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีพิกเซลซิลเวอร์ (Pixel Silver) และสีดาร์คไนท์ (Dark Knight) ซึ่งให้โทนสีที่แตกต่างกัน สะท้อนภาพลักษณ์ที่พรีเมียมและทันสมัย โดยตัวเครื่องใช้โครงสร้างเฟรมอะลูมิเนียมควบคู่กับฝาหลังกระจกเพื่อความแข็งแกร่ง รองรับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69 เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือของเหลว นอกจากนี้ดีไซน์โมดูลกล้องแบบลาดเอียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การใช้งานจับถือเครื่องมีความสะดวกและสบายมือยิ่งขึ้น

รายละเอียดการวางจำหน่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพและความลื่นไหลที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น สามารถเป็นเจ้าของ iQOO 15R ได้แล้วผ่าน vivo Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada, TikTok Shop, และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยวางจำหน่ายใน 2 รุ่นความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ในราคา 19,900 บาท และ 12GB + 512GB ในราคา 22,900 บาท

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ iQOO 15R ผ่านหน้าร้าน รับของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบจัดเต็ม 3 ต่อ ไม่ว่าจะเป็น ประกัน iQOO Care มูลค่า 18,999 บาท ครอบคลุมการรับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี พร้อมประกันหน้าจอแตกสูงสุด 2 ครั้งภายในระยะเวลา 2 ปีแรก ต่อที่สอง รับเคสโทรศัพท์ iQOO Magnetic และต่อที่สาม กับโปรโมชั่นนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ รับส่วนลดเพิ่มจากราคาประเมินสูงสุด 5,000 บาท

และสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ iQOO 15R ผ่านช่องทางออนไลน์ รับของสมนาคุณเช่นกันแบบ 3 ต่อ ประกอบด้วย ประกัน iQOO Care มูลค่า 18,999 บาท เคสโทรศัพท์ iQOO Magnetic มูลค่า 1,099 บาท และปิดท้ายด้วยส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาร์ตโฟน iQOO 15R และติดตามข่าวสารในแวดวงเทคโนโลยีได้ที่เฟซบุ๊ก iQOO Thailand และเว็บไซต์ https://www.iqoo.com/th

#iQOO15R #BornForMVPs #iQOOxMLBB

ที่มา

Galaxy S26 Series ส่งรูปภาพและไฟล์ถึงอุปกรณ์ iOS ได้แล้วโดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม

ซัมซุงอัปเดตความสามารถ Quick Share ให้ผู้ใช้งานแชร์คอนเทนต์ระหว่างอุปกรณ์ iOS ได้สะดวกและไร้รอยต่อ โดยผู้ใช้สามารถ Quick Share ส่งและรับไฟล์ไปยังอุปกรณ์ iOS โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือใช้แอปเพิ่มเติม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของซัมซุงในการยกระดับประสบการณ์การแชร์ไฟล์ข้ามอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานสามารถทำได้แล้ว ก่อนใคร

ฟีเจอร์ดังกล่าวจะเริ่มทยอยเปิดให้อัปเดตใน One UI 8.5 เวอร์ชันล่าสุดตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้ โดยเริ่มที่ประเทศเกาหลีใต้ก่อน และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ[1] ได้แก่ ยุโรป ฮ่องกง ญี่ปุ่น ละตินอเมริกา อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงประเทศไทย) และไต้หวัน

ความสามารถในการรองรับ AirDrop ผ่าน Quick Share จะพร้อมใช้งานบน Galaxy S26 Series ก่อน โดยซัมซุงระบุว่าจะมีการประกาศการขยายการรองรับไปยังอุปกรณ์รุ่นอื่นเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา https://news.samsung.com/th/quick-share-galaxy-s26-series

iPhone Air ได้รับความนิยมมากกว่า iPhone 16 Plus ถึง 2 เท่า

รายงานระบุว่า iPhone Air (รุ่นใหม่ที่เน้นบาง/เบา) มียอดความสนใจและความต้องการ สูงกว่า iPhone 16 Plus ประมาณ 2 เท่า
สาเหตุหลักที่ทำให้ iPhone Air ได้รับความนิยม:
ดีไซน์ บางและเบามาก (จุดขายหลัก)
ขนาดหน้าจอเหมาะสม ไม่ใหญ่เทอะทะแบบรุ่น Plus
ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงรุ่น Pro แต่ราคาน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า
ในขณะที่ รุ่น Plus เริ่มเสียความนิยม
คนมองว่า “ใหญ่แต่ไม่สุด” (ไม่ Pro เท่า Pro Max)
กลุ่มลูกค้าเริ่มแบ่งไปที่:
คนอยากได้ใหญ่จริง → ไป Pro Max
คนอยากได้บาง/พกง่าย → ไป Air

แนวโน้มสำคัญจากข่าวนี้

Apple อาจกำลัง “เปลี่ยนกลยุทธ์ไลน์สินค้า”
จากเดิม: Mini / Plus
ไปสู่: Air (เน้นบาง) + Pro / Pro Max
สะท้อนว่า ผู้ใช้ให้ความสำคัญกับน้ำหนักและความบางมากขึ้น มากกว่าขนาดจออย่างเดียว

ที่มา https://www.macrumors.com/2026/03/23/iphone-air-twice-as-popular-as-iphone-16-plus/

iPhone Air ได้รับความนิยมมากกว่า iPhone 16 Plus ถึง 2 เท่า

รายงานระบุว่า iPhone Air (รุ่นใหม่ที่เน้นบาง/เบา) มียอดความสนใจและความต้องการ สูงกว่า iPhone 16 Plus ประมาณ 2 เท่า
สาเหตุหลักที่ทำให้ iPhone Air ได้รับความนิยม:
ดีไซน์ บางและเบามาก (จุดขายหลัก)
ขนาดหน้าจอเหมาะสม ไม่ใหญ่เทอะทะแบบรุ่น Plus
ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงรุ่น Pro แต่ราคาน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า
ในขณะที่ รุ่น Plus เริ่มเสียความนิยม
คนมองว่า “ใหญ่แต่ไม่สุด” (ไม่ Pro เท่า Pro Max)
กลุ่มลูกค้าเริ่มแบ่งไปที่:
คนอยากได้ใหญ่จริง → ไป Pro Max
คนอยากได้บาง/พกง่าย → ไป Air

แนวโน้มสำคัญจากข่าวนี้

Apple อาจกำลัง “เปลี่ยนกลยุทธ์ไลน์สินค้า”
จากเดิม: Mini / Plus
ไปสู่: Air (เน้นบาง) + Pro / Pro Max
สะท้อนว่า ผู้ใช้ให้ความสำคัญกับน้ำหนักและความบางมากขึ้น มากกว่าขนาดจออย่างเดียว

ที่มา https://www.macrumors.com/2026/03/23/iphone-air-twice-as-popular-as-iphone-16-plus/

🇺🇸 สหรัฐฯ แบนเราเตอร์จากต่างประเทศ: กระทบอะไรบ้าง และผู้ใช้ควรรู้อะไรในปี 2026

ในปี 2026 ประเด็นด้าน Cybersecurity และความมั่นคงทางเทคโนโลยี กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ล่าสุด สหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการ จำกัดและแบนเราเตอร์เครือข่าย (Network Routers) จากผู้ผลิตต่างประเทศบางราย ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งตลาดเทคโนโลยีและผู้ใช้งานทั่วโลก

หน่วยงาน FCC (Federal Communications Commission) ของสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการควบคุมอุปกรณ์เครือข่าย โดยเฉพาะ:

เราเตอร์ (Router)
อุปกรณ์เครือข่าย (Networking Equipment)
อุปกรณ์สื่อสาร (Telecom Gear)

📌 โดยเน้นไปที่ “ผู้ผลิตต่างชาติที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย”
เช่น บริษัทที่ถูกสงสัยว่าอาจมีการฝัง backdoor หรือช่องโหว่

⚠️ เหตุผลหลักของการแบน

เหตุผลสำคัญไม่ใช่เรื่องราคา แต่คือ:
1. ความมั่นคงของข้อมูล (Data Security) รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่าอุปกรณ์บางตัวอาจ:

ดักจับข้อมูล (Data interception)
ส่งข้อมูลกลับไปยังผู้ผลิต
มีช่องโหว่ที่ควบคุมจากระยะไกลได้

2. ป้องกัน Cyber Espionage
ความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ “สอดแนมทางไซเบอร์”

3. สงครามเทคโนโลยี (Tech War)
เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันระหว่าง:
🇺🇸 สหรัฐฯ
🇨🇳 จีน

🌍 ผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วโลก
🏠 1. ผู้ใช้ทั่วไป อุปกรณ์เครือข่ายอาจ “แพงขึ้น”
ตัวเลือกแบรนด์ลดลง อุปกรณ์ราคาถูกบางตัวอาจถูกจำกัด
🏢 2. ธุรกิจและองค์กร
ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของ Hardware มากขึ้น อาจต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ เพิ่มต้นทุนด้าน IT Security
📈 3. ตลาดเทคโนโลยี
แบรนด์ฝั่งอเมริกา/ยุโรปได้เปรียบ เช่น:
Cisco
Ubiquiti
Netgear
เกิดการ “แยก ecosystem เทคโนโลยี” ชัดเจนขึ้น
🇹🇭 แล้วคนไทยต้องกังวลไหม?
คำตอบสั้น: “ยังไม่ต้อง แต่ควรรู้”
เพราะ:
มาตรการนี้ใช้ในสหรัฐฯ เป็นหลัก
ไทยยังไม่มีการแบนในลักษณะเดียวกัน

แต่…

สิ่งที่ควรระวัง
อุปกรณ์ราคาถูกที่ไม่มีแบรนด์ชัดเจน
Router ที่ไม่อัปเดต firmware
อุปกรณ์ที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย

ที่มา