Zhiyun Weebill LAB เห็นแล้วใจสั่น

อุปกรณ์หรือจะเรียกว่าของมันต้องมีก็ได้สำหรับงานวิดีโอในยุคนี้ก็คือ Gimbal ซึ่งหลักแล้วจะมี 2 ประเภทคือ Gimbal สำหรับสมาร์ทโฟนและ Gimbal สำหรับกล้องดิจิตอลจะเป็น DSLR หรือ Mirrorless ก็ตาม

ครั้งนี้จะมาคุยถึง Gimbal สำหรับกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ของ Zhiyun เสียหน่อย เพราะไม่ใช่เพียง Zhiyun Crane รุ่นใหม่ที่อัปเดตนั่นนี่ มีฟีเจอร์มาเอาใจให้ตื่นเต้นกันนิดหน่อย แต่ว่ารุ่นใหม่ในชื่อใหม่ Zhiyun Weebill LAB นั้นมีสิ่งที่โดนใจหลายอย่าง

จากที่ตั้งหัวข้อไว้ว่าใจสั่นหรือจริงๆ อาจจะต้องบอกว่ากระเป๋าสตางค์สั่นกันเลยทีเดียว ผมเองปกติใช้ Gimbal สำหรับสมาร์ทโฟนเป็นหลัก เคยสนใจ Gimbal สำหรับกล้องดิจิตอลยู่บ้าง แต่ลองไปจับรุ่นใหญ่ๆ แล้วไม่ไหวอันนั้น “แขนสั่น” จะซื้อรุ่นเล็กที่ใส่สมาร์ทโฟนได้ก็ไม่รู้จะซื้อให้แพงทำไม ใช้ Gimbal สำหรับสมาร์ทโฟนหรือมือถือก็พอ ถูกกว่าด้วย

แต่พอได้เห็นเจ้า Zhiyun Weebill LAB แล้วชักอยากได้อยากโดน ครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งที่ดึงดูดเลยคือ “ดีไซน์” กับก้านต่อหรือส่วนท้ายของด้ามจับที่เป็น 3 ขาได้นั้นสามารถถอดออกแล้วมาติดตั้งในอีกตำแหน่งหนึ่งได้ (ดูภาพประกอบนะครับ)  ซึ่งจากที่เห็นเข้าใจว่าการถือแบบนั้นน่าจะใช้ให้ถ่ายมุมต่ำได้ง่ายรวมถึงถือได้สะดวกขึ้นด้วย เมื่อได้อ่านข้อมูลก็เป็นจริงตามนั้น และนอกจากนั้นยังมีจุดเด่นอีกหลายอย่างเลยที่จะมาช่วยล้วงเงินในกระเป๋าของเราได้ไม่ยากนัก

  • ขนาดไม่เทอะทะ น้ำหนักเบา อย่างที่บอกว่าเจ้า Weebill LAB มันถอดส่วนท้ายของด้ามจับได้ ทำให้มันไม่ได้เป็น Gimbal ที่มีด้ามจับยาวๆ ดูเทอะทะ ขนาดของมันข้อมูลากเว็บไซต์ Zhiyun เมื่อพับเก็บมันมีมิติเท่าขนาด A4 เท่านั้น และมีน้ำหนักตัวเพียง 970 กรัม

  • มอเตอร์เล็กลง แต่แรงขึ้น ส่วนสำคัญที่ทำให้ Weebill LAB มีขนาดเล็กลงได้ก็มาจากการลดขนาดของมอเตอร์ลง 50% ในขณะที่ขนาดลดลงกว่าเท่าตัวแต่เรื่องของเรี่ยวแรงได้รับการออกแบบให้มีทอล์กที่ดีขึ้นถึง 80% และตอบสนองได้เร็วขึ้น 100%

  • รับน้ำหนักได้พอตัว รองรับน้ำหนักของกล้องและเลนส์ได้ถึง 3 กิโลกรัม
  • ติดตั้งง่าย การติดตั้งกล้องกับ Weebill LAB สามารถติดตั้งและเซ็ตบาลานซ์ได้ง่ายๆ เพราะมีสลักล็อกมาให้ในทุกแกน

  • ใช้งานได้คล่องตัว ใครที่ต้องใช้กล้องตัวเดียวกันทั้งถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาในการถอดกล้องเข้าๆ ออกๆ ระหว่าง Weebill LAB กับขาตั้งกล้อง เพราะเขาออกแบบให้มีเพลต 2 ชั้น ถอดออกและใส่กลับเพื่อใช้งานต่อได้อย่างรวดเร็ว

  • มีจอ OLED แสดงสถานะการทำงานและมีปุ่มควบคุมบนด้ามจับที่ใช้งานได้สะดวก ควบคุมทุกอย่างได้ไม่ยาก
  • เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ช่วยให้การมองภาพมองเฟรมรวมถึงการควบคุมกล้องสะดวกยิ่งขึ้นอีกกับการที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

สำหรับแบตเตอรี่ของ Zhiyun Weebill LAB เมื่อชาร์จไฟเต็มสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมง สนนราคา 21,000 บาท ใครสนใจก็จับจองกันได้เลย

GoPro Hero 7 Black ลอง Facebook Live ถูกใจใช่เลย

GoPro Hero 7 Black ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจริงๆ ใครที่ซื้อหาในช่วงเดือนแรกคงจะเห็นว่าของหมดจากหน้าร้านเร็วมาก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีฟีเจอร์เด่นที่โดนใจหลายอย่าง เช่น HyperSmooth ฟีเจอร์นี้เด็ดจริง และที่น่าสนใจตามมาติดๆ ก็ต้องนี่เลย Live Streaming ผมลองแล้ว ถูกใจจริงๆ

GoPro 7 กับฟีเจอร์ Live Streaming

เผื่อใครยังไม่รู้ว่าฟีเจอร์นี้มันคืออะไร มันก็คือการที่เราใช้ GoPro Hero 7 Black ในการทำ Facebook Live แทนสมาร์ทโฟนได้เลย แล้วสตรีมไปยังสมาร์ทโฟน นั่นหมายความว่าเราสามารถถือสมาร์ทโฟนเพื่อดู Live ตลอดจนตอบคำถามคนที่เข้ามาคอมเมนต์ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟน 2 เครื่อง นอกจากนั้นเราสามารถตั้งค่าให้ GoPro บันทึกการไลฟ์เป็นไฟล์วิดีโอ Full HD ไว้ในเครื่องได้ด้วย

Facebook Live ได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

การไลฟ์ Facebook ด้วย GoPro 7 ไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ GoPro จากนั้นเข้าไปที่แอป GoPro ไปที่การควบคุมการถ่ายภาพแล้วสไลด์ที่ Live จากนั้น…

  • ล็อกอินเข้า Facebook ที่จะใช้ในการไลฟ์
  • เลือกออปชั่นการเผยแพร่ (ก็น่าจะเลือก Public นะถ้าจะให้คนเห็นเยอะๆ)

 

  • จากนั้นก็ Set Up Stream
  • เลือกเครือข่าย Wi-Fi ที่จะเชื่อมต่อ
  • ระบุหัวข้อ (Title) ของการไลฟ์
  • เลือกความละเอียดของภาพ
  • SAVE A COPY ให้เลือกว่าจะบันทึกไลฟ์เป็นไฟล์วิดีโอไหม

 

  • ตั้งค่าเรียบร้อยก็ Go Live
  • ระหว่างไลฟ์จะดูการไฟล์ในแอป Facebook ก็ได้ แตะที่ View on Facebook

 

  • ถ้าดูในแอป Facebook ก็จะเห็นคอมเมนต์พร้อมตอบคอมเมนต์ได้เลย

สะดวกดีนะครับโดยเฉพาะคนที่จะต้องไลฟ์บ่อยๆ ไม่ต้องซื้อสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต 2 เครื่อง แต่ GoPro ก็ไม่ใช่ถูกนะ จะซื้อสมาร์ทโฟนดีๆ สักเครื่องก็ได้ แต่ GoPro ก็อเนกประสงค์ดีใช้ถ่ายภาพได้ วิดีโอได้ แถมตอนไลฟ์บันทึกเป็นไฟล์วิดีโอให้ได้ด้วย เผื่อจะเอาไปต่อยอดตัดต่อวิดีโอขึ้น YouTube

การเปิดตัวสินค้าผ่าน Virtual reality (VR) ของ Nissan Teana ใหม่

เทคโนโลยี Virtual reality หรือ VR เป็นหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีที่ติดอันดับความสนใจและมีการพูดถึงมาหลายปี ถึงตอนนี้ จากนี้ไปคงเป็นเวลาของการนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมและจริงจังมากขึ้น

นอกจากเรื่องของเกมของความบันเทิง VR ยังนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายวงการ เช่น การใช้งานในเชิงธุรกิจเป็นต้น ทั้งอสังหาริมทรัพย์ในการออกแบบบ้าน การศึกษา หรือการเปิดตัวสินค้าใหม่

การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไม่กี่วันคือ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นหนึ่งของนิสสัน Nissan Teana Minorchange ซึ่งทางนิสสันได้เตรียมการเปิดตัวด้วยรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยี VR นี้เอง สื่อมวลชนสามารถรับชมการเปิดตัวจากที่ไหนก็ได้ตามวันและเวลาที่กำหนด พร้อมฟังสัมภาษณ์ผู้บริหารหลังการเปิดตัวสินค้าได้ทันที

ในปีที่แล้วทาง Honda เคยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเปิดตัว Honda Jazz Minorchange เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ VR นะ เป็นการเปิดตัวผ่าน Facebook Live ซึ่งตอนนั้นเป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Facebook ครั้งนี้มาดูกันกับอีกเทรนด์เทคโนโลยีที่ผู้ผลิตรถยนต์นำมาใช้ในการเปิดตัวกันบ้าง

ใครสนใจเข้าไปลงทะเบียนได้ตามลิ้งนี้เลย >>เปิดตัว Nissan Teana ใหม่ ผ่านเทคโนโลยี VR<<

สำหรับกำหนดการเปิดตัว Nissan Teana ใหม่ คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2018 ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้

 

Smart Home Security ฟังก์ชั่นที่โครงการบ้านจัดสรรยุคใหม่มอบเป็นมาตรฐานให้ลูกค้า

หลายปีที่ผ่านมาเรามีการพูดถึงเทรนด์ในเรื่องของ Smart Home หรือบ้านอัจฉริยะกันมาอย่างต่อเนื่อง มีแนวคิดการใช้งานหลายๆ อย่างที่จะแวดล้อมรอบตัวเราเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตภายในบ้าน

เริ่มแรกเรามักจะเห็น Gadget ต่างๆ ที่นำเสนอออกมาให้ผู้ที่สนใจอยากเล่นอยากลองได้นำไปใช้ เช่น อุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงเพื่อสั่งการทำงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน แต่ดูเหมือนว่า Gadget แบบนี้ยังไม่ค่อยตอบโจทย์สักเท่าไร เพราะอุปกรณ์พื้นฐานภายในบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ได้รองรับที่จะสั่งเปิดหรือปิดการทำงานด้วยเสียงได้ ที่เห็นจะมีพอใช้ได้ก็จะเป็นเรื่องของการเปิดปิดระบบไฟส่องสว่าง ที่ดูจะทำงานไ้ดีขึ้นมาหน่อยคงเป็นการเป็นผู้ช่วยภายในบ้าน เช่น การค้นหาข้อมูล การเตือนนัดหมาย ฯลฯ

แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นๆ เล็กๆ ที่พอเห็นภาพความสมาร์ทของการใช้ชีวิตในที่พักอาศัยยุคใหม่ ทว่าตอนนี้และต่อจากนี้ไปเราคงได้เห็นความชัดเจนของ Smart Home มากขึ้น เมื่อบรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือบริษัทที่สร้างโครงการคอนโดหรือบ้านจัดสรรยุคใหม่หันมาติดตั้งระบบ Smart Home เป็นพื้นฐานให้กับลูกค้า

Smart Home แบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม เช่น Automation Smart Device หรือ Smart Security ซึ่ง Smart Security ดูจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดสำหรับที่พักอาศัย ซึ่งระบบหรืออุปกรณ์ที่เริ่มเห็นในคอนโดหรือบ้านจัดสรร ได้แก่…

CCTV Wi-Fi อุปกรณ์ตัวนี้คงไม่ตื่นเต้นสักเท่าไร เพราะเป็นพื้นฐานที่สุดแล้ว แต่จะมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์มากขึ้นนั่นคือการที่สามารถดูความเคลื่อนไหวภายในบ้านผ่านสมาร์ทโฟนจากที่ไหนเมื่อไรก็ได้

Smart Access QR Code เมื่อก่อนเราเห็นระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัจฉริยะหลายลักษณะ เช่น การสแกนนิ้วมือ สแกนม่านตา ใส่รหัส ตอนนี้มีรูปแบบใหม่โดยเฉพาะผู้พักอาศัยในคอนโด สามารถเปิดประตูให้เพื่อนได้ง่ายๆ เพียงแค่ส่ง QR Code ให้เพื่อนเพื่อใช้ในการปลดล็อกประตูส่วนกลางเข้ามายังพื้นที่ภายในคอนโดได้โดยที่ไม่ต้องลงมาเปิดให้เพื่อนด้วยตัวเอง

Face Recognition สำหรับบ้านจัดสรรบางโครงการระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านหรือที่ป้มยาม นอกจากมีคีย์การ์ดและการแลกบัตรแล้ว ยังมีระบบFace Recognition ในการตรวจจับและบัตรทึกใบหน้าผู้ที่ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านด้วย

Security Alarm ถ้าใครได้ไปดูโครงการหมู่บ้านจัดสรรรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะกับโครงการที่ได้มาตรฐาน เดี๋ยวนี้จะเห็นกล่องควบคุมคล้ายๆ กล่องควบคุมระบบไฟ ติดตั้งอยู่บริเวณโถงกลางของบ้าน เป็นระบบ Security พื้นฐานที่พูดถึงซึ่งบางโครงการก็จะเป็นกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของลูกค้าโดยทางโครงการจะมีแอปให้ดาวน์โหลด บางโครงการมีการแจ้งเตือนไปยังป้อม รปภ. ด้วย บางโครงการระบบนี้ก็จะเชื่อมต่อทั้งกล้องวงจรปิดและเซ็นเซอร์ของประตูหน้าต่างด้วย ให้ความสบายใจสุดๆ

Digital Fence ไม่ค่อยเห็นมากนัก แต่ก็มีใช้แล้วในบางโครงการของบางบริษัท เป็นระบบป้องกันการปีนเข้ามาภายในบริเวณหมู่บ้านของบุคคลภายนอก ระบบนี้จะมีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ที่รั้วโดยรอบโครงการ หากมีใครปีนเข้ามา เมื่อเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวหรือน้ำหนักที่ผิดปกติ จะแจ้งเตือนไปยังป้อง รปภ. พร้อมแจ้งพิกัดว่ามีผู้บุกรุกบริเวณใด

GoPro Hero 7 กับฟีเจอร์สุดเจ๋งที่ทำเอากระเป๋าสตางค์สั่น

GoPro Hero 7 หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนกันยายน 2018 ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจไม่น้อย ที่ผ่านมาก็ได้รับความสนใจมาโดยตลอดนั่นแหละ แต่รู้สึกรุ่นนี้ความสนใจของผู้ดูจะคึกคัก เนื่องจากมีหลายฟีเจอร์ที่โดนใจ

ในเรื่องของโหมดถ่ายภาพ 4K กันน้ำลึก 10 เมตร หรือคำสั่งเสียงพวกนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้มาตั้งแต่รุ่นก่อน ขอสรุปฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่เป็นคุณสมบัติเด่นๆ ของ GoPro Hero 7 ให้ดูกันเลยแล้วกัน

ฟีเจอร์ที่โดนใจใน GoPro 7

ถ่ายภาพแนวตั้ง สะดวกอย่างมากและเป็นที่ชื่นชอบสำหรับสาย Selfi ที่ชอบเก็บภาพสวยๆ ในมุมหรือสถานที่ต่างๆ อัปโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้ง Facebook หรือ IG

SuperPhoto ถ้าใครรู้สึกว่าที่ผ่านมาภาพของ GoPro ดูไม่สดใสไม่แจ่มเท่าที่ควร ลองดูใหม่ ตอนนี้มีฟีเจอร์ SuperPhoto ให้ใช้ ต้องบอกว่าภาพที่ได้สีสันอิ่มและสดใสมาก

Live Stream ฟีเจอร์นี้ก็เด็ด หลายคนบอกว่ารอคอยอยู่เลยกับการที่สามารถไลฟ์ Facebook หรือ YouTube ด้วย GoPro ได้เลย ความน่าสนใจของฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ GoPro ในการถ่ายสิ่งที่จะไลฟ์แล้วส่งสัญญาณไปยังสมาร์ทโฟน แต่มันยังบันทึกไลฟ์เป็นไฟล์วิดีโอ Full HD เก็บไว้ให้ด้วย นำไปต่อยอดได้สะดวกขึ้น

Time Warp โหมดถ่ายวิดีโอคูลๆ ที่สายชิวต้องชอบ เป็นลูกเล่นสนุกๆ สุดเจ๋งที่ไม่เพียงเลื่อนเวลาของวิดีโอให้เร็วขึ้น การทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Stabilizer ขั้นเทพทำให้ภาพที่ออกมามีความนิ่งสุดๆ ไปเลย

HyperSmooth นี่ก็คือฟีเจอร์กันสั่นขั้นเทพที่บอกไป ใน GoPro 6 ว่ากันสั่นทำได้ดีแล้ว GoPro Hero 7 กับฟีเจอร์นี้ทำได้ดียิ่งกว่า นิ่งชนิดที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Gimbal กันเลย เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มากๆ สำหรับฟีเจอร์นี้

รุ่นและราคาของ GoPro Hero 7

เทคโนโลยี VR – Virtual reality การประยุกต์ใช้งานเพื่อประโยชน์สำหรับเด็กๆ

เรื่องของเทคโนโลยีเสมือนมีให้เห็นและใช้กันมาสักพักแล้ว ที่ใกล้ตัวมากที่สุดก็จะเป็นเรื่องของเกม แต่จริงๆ เทคโนโลยีเสมือนยังทำอะไรได้อีกมากมายทั้งในแง่ของธุรกิจ การศึกษา และอื่นๆ

เทคโนโลยีเสมือนหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ AR และ VR โดย AR – Augmented Reality เป็นเทคโนโลยีเสมือนที่นำเอาวัตถุสิ่งของออกมาปรากฏในชีวิตจริง ส่วน VR – Virtual reality เป็นเทคโนโลยีเสมือนที่ผู้ใช้ต้องเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงผ่านแว่นตา นอกจากนั้นยังมีการนำเอาทั้ง AR และ VR มาผสานกันด้วยเรียกว่า MR – Mixed Reality

สำหรับเทคโนโลยีเสมือนที่จะเขียนถึงในครั้งนี้คือ VR ในแง่มุมของการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับเด็กๆ จากที่ได้ไปเห็นวิดีโอแนะนำใน YouTube : StarterDaily Channel แล้วต้องบอกว่าน่าสนใจมาก เป็นการนำเทคโนโลยี VR ไปใช้เพื่อลดความกลัวในการที่เด็กๆ จะต้องถูกฉีดยา

การนำไปใช้งานไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพียงแค่ให้เด็กสวมแว่น VR ไว้แล้วรับชมพร้อมทำกิจกรรมร่วมกับการ์ตูนที่สร้างไว้ เด็กๆ ก็จะไม่เห็นเข็มฉีดยา ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้คุณหมอกำลังทำอะไร หรือจะฉีดยาตนตอนไหน เด็กจะไม่ได้โฟกัสกับการที่ตนเองจะต้องถูกฉีดยาเลยจนกระทั่งคุณหมอได้ฉีดยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆ กับภารกิจที่จะต้องทำใน VR

อย่างที่บอกว่าการใช้งานนั้นง่ายมาก แค่ให้เด็กสวมแว่น VR ไว้ แต่หากจะมีภารกิจและเวลาของการรับชม VR ที่ต้องการให้สอดคล้องกับการฉีด อาจจะต้องสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาใหม่

แต่ถ้าการสร้างซอฟต์แวร์ดูยุ่งยากเกินไป อาจจะดาวน์โหลดเกมหรือการ์ตูน VR จากคลังแอปของระบบปฏิบัติการใดมาใช้ก็ได้ หรือไม่ถ้าสถานพยาบาลไม่ได้มีไว้รองรับ คุณพ่อคุณแม่จะเตรียมไปเองก็ได้ เพราะแว่น VR ก็มีขายโดยทั่วไปมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไม่ได้แพงอะไรมาก คุ้มค่าเมื่อแลกกับการที่ลูกจะรับการฉีดยาแบบเต็มใจและไม่รู้สึกกลัวเข็มหรือการฉีดยา

งงไปตามๆ กัน ร้านขายแผ่นผี ซีดี/ดีวีดีเถื่อน ฟ้อง หนุ่ย พงศ์สุข

เป็นเรื่องเป็นราวที่สร้างความวงงวยให้กับคนที่เห็นข่าวนี้ไปตามๆ กัน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงว่าคดีแบบนี้ก็มีด้วยหรือกับการที่ ร้านขายแผ่นผี ซีดี ดีวีดีเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์ในห้างดังแจ้งความดำเนินคดีกับพิธีกรไอทีชื่อดังอย่าง หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

จากกรณีที่ หนุ่ย พงศ์สุข ได้โพสต์ข้อความติติงห้างดังย่านบางนาว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ร้านขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างแผ่นผี ซีดีเถื่อนเข้ามาขายในห้างได้โดยไม่เกรงกลัวกฏหมายและไม่เกรงใจร้านที่ขายแผ่นซีดี ดีวีดีอย่างถูกต้อง

หลังจากที่ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวทำให้ผู้บริหารของห้างลงมาตรวจสอบและยกเลิกสัญญาเช่าของร้านค้านั้นไปในที่สุด

จนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 หนุ่ย พงศ์สุข ได้โพสต์เฟสบุ้กถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเองได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจาก สน.ใกล้บ้าน ให้เข้าไปพบ เมื่อตรวจสอบว่าผู้แจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้นเป็นใครจึงได้ทราบว่าเป็น “เจ้าของร้านที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง” โดยผู้แจ้งความได้ให้ถ้อยคำกับตำรวจว่า “โพสต์ของตน (หนุ่ย พงศ์สุข) เป็นเหตุให้ทางห้างยกเลิกสัญญาเช่าของตน”

ที่มาของโพสต์จากเฟสบุ้ก : Pongsuk Nuishow Hiranprueck

ตอนแรกตกใจ แต่พอรู้เรื่องแล้วก็…ตลก!

เช้านี้ผมได้รับ #หมายเรียกผู้ต้องหา จาก ส.น. ใกล้บ้านครับ …

ทุกคนคงยังจำโพสต์ที่ผมเขียนติงห้างหรูย่านบางนา (ที่ผมเป็นลูกค้าประจำ) เมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนว่าไหนๆ Renovate ห้างใหม่แล้วก็ไม่ควรให้ “ร้านดีวีดี/บลูเรย์หนังละเมิดลิขสิทธิ์” มาเช่าพื้นที่ขายอยู่หรา โดยให้ทัศนะว่าถ้าไม่เกรงกฎหมาย ไม่เกรงเสียภาพลักษณ์ ก็ควรเกรงใจร้านหนังลิขสิทธิ์ถูกต้องที่เขาเช่าห้างมาอย่างยาวนานด้วย

ปรากฎว่าโพสต์นั้นได้ผลมากถึงมากที่สุด คือมีเพื่อนเฟซบุ๊กที่ห่วงใยประเด็นนี้ในจำนวนมากก็แชร์ต่อให้เป็นเรื่องสำคัญ สำนักข่าวที่ใส่ใจในปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ก็กรุณาออกข่าวเผยแพร่ต่อให้หลายสำนัก เรื่องจึงถึงดวงดาว

ผู้บริหารห้างผู้กว้างขวางในแวดวงการตลาด ก็กรุณาลงมาดูแลปัญหานี้ โทรมาแจ้งผลกับผมด้วยตัวท่านเองว่าได้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่แล้ว … แล้วผมก็ไม่เห็นร้านนั้นในห้างหรูนี้อีกเลย

จนมาวันนี้ครับ หมายเรียกตัวผมระบุชื่อบุคคลเป็นสตรีที่ผมไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคุ้นชื่อมาก่อน … ผมก็งงมากว่าเรื่องอะไร?

ผมก็เลยต้องมอบหมายคุณทนายผู้มากฝีมือที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานไปดูแลคดีให้ … ปรากฎได้ทราบเรื่องราวที่แท้จริงแล้วครับว่า …

คุณผู้หญิงตามหมายแจ้งความคือ
“เจ้าของร้านหนังละเมิดสิทธิ์นั่น”

เธอแจ้งความดำเนินคดีกับผมโดยให้ถ้อยคำกับทางตำรวจว่า “โพสต์ของผมนั้นทำให้เธอถูกยกเลิกสัญญากับทางห้าง” โดยเธอนำหลักฐานแจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจเป็น CD บันทึกข้อความทุกตัวอักษรของผม ไร้ตลงแผ่น (น่าน~ มาละเมิดลิขสิทธิ์ผมอี๊ก!) เพื่อประกอบการแจ้งความ

… แล้วเจ้าพนักงานก็รับแจ้งความเป็นคดี “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” โดยเห็นอยู่ชัดๆ ว่าผมบ่นเรื่องการกระทำผิดทางกฎหมายของเธอตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2537

พี่ทนายบอกว่าผมต้องเหนื่อยสู้คดีนี้หน่อย เพราะเจ้าพนักงานก็รับแจ้งความแล้วและต้องการตัวให้ผมไปพบ…

ยังไงกันดีครับเนี่ยประเทศไทย?

เราจะทำอย่างไรให้…

– คนทำผิดกฎหมายไม่หน้าด้านได้ขนาดนี้ครับ?

เราจะทำอย่างไรให้…

– เจ้าหน้าที่รัฐห้ามปรามคนหน้าด้านแบบนี้ไม่สร้างคดีให้รกศาล? … กระดาษอีกตั้งกี่รีมที่จะต้องถูกพรินต์เพื่อแก้ต่างคดีนี้ครับ?

และเราจะทำอย่างไรให้…

– ผู้บริสุทธิ์ใจ (ที่มีอีกมาก) ไม่ท้อแท้ครับ?

ช่วยกันระดมสมองเพื่อให้สมองของผมมี Wisdom มากพอต่อการเข้าพบเจ้าพนักงานที่ ส.น. ใกล้บ้านเร็ว ๆ นี้ครับ

***ผมขออนุญาตไม่ระบุชื่ออะไรเลย เพราะขี้เกียจโดนฟ้อง (แก้เก้อ) อีกคดีครับ …

*****โพสต์เริ่มไปไกลแล้ว : ผมตัดสินใจ “เพิ่มภาพ” ปกหนังในร้านนี้ที่ผมสามารถปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไว้ได้ (บ้าง) ในครั้งนั้น เผื่อเจ้าของหนังจะช่วยแจ้งความเอาผิดให้ได้บ้างนะครับ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ที่เห็นหรือทราบข่าวต่างงงงวยไปตามๆ กันว่า ผู้ที่ทำผิดกฏหมายมีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อื่นด้วยหรือ? และกรณีแบบนี้แทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กลับรับแจ้งความจากผู้ที่กระทำผิดกฏหมายได้อย่างไร?

ภาพจาก : Pongsuk Nuishow Hiranprueck

Apple Special Event 2018 เปิดตัว iPhone Xs, Xs Max, Xr และ Apple Watch 4

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในปี 2018 ที่เป็นเหมือนเสียงสัญญาณการตกรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวไปในปีที่แล้ว

ครั้งนี้เรายังอยู่กันที่ iPhone X หรือไอโฟนเท็น ทว่าเป็นเจนใหม่ที่มีรหัสต่อท้ายให้เลือกซื้อถึง 3 รุ่นย่อยนั่นคือ iPhone Xs เป็นรุ่นปกติ, iPhone Xs Max รุ่นหน้าจอใหญ่ และรุ่นราคาย่อมเยา iPhone Xr พ่วงด้วยนาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch 4

iPhone Xs

เริ่มกันที่ iPhone Xs (ไอโฟนเท็นเอส) ตัวเครื่องมีขนาด 143.6 x 70.9 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 5.8 นิ้ว มี 3 สีให้เลือกคือ สีเงิน สีเทา และสีทอง

ทางด้านสเปคในส่วนของชิปประมวลผลพูดได้ว่าเป็นชิปที่มีความแรงที่สุดบนสมาร์ทโฟนในตอนนี้กับชิป A12 Bionic (เดิม A11) ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 15% ประมวลผล GPU เร็วขึ้น 50% แต่ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 50%

ทางด้านหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Super Retina มีความละเอียด  1125 x 2436 พิกเซล กล้องหลังยังเป็นกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F1.8 พร้อม Tele Photo F2.4 กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มาพร้อมการพัฒนาในเรื่องของการถ่ายภาพที่ดีขึ้น เช่น HDR ที่ดีขึ้น หรือการถ่ายภาพบุคคลที่สามารถละลายหลังได้ ความสามารถด้านวดีโอรองรับการถ่ายความละเอียดในระดับ 4K ที่เลือกได้ทั้ง 24 fps, 30 fps และ 60 fps

iPhone Xs Max

เปลี่ยนชื่อใหม่จาก Plus เป็น Max หมายถึงรุ่นหน้าจอใหญ่นั่นเอง ตัวเครื่องมีขนาด 157.5 x 77.4 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1242 x 2688 พิกเซล รายละเอียดในส่วนของกล้องและชิปประมวลผลเหมือนกันกับ iPhone Xs

สิ่งที่หลายคนอาจแปลกใจ แต่จะถูกใจหรือไม่ก็คงเป็นอีกเรื่องกับการที่ iPhone X รุ่นใหม่มาพร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Dual SIM หลายคนอาจชอบที่จะได้ใช้ 2 เบอร์บนไอโฟนเครื่องเดียวได้แล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่า Apple ไม่น่าทำตาม Android เลย เรื่องของ Dual SIM นั้นจะขายเฉพาะที่จีนเท่านั้น สำหรับ Dual SIM ที่จะขายโดยทั่วไปรวมถึงบ้านเรา ซิมหนึ่งจะเป็น Nano SIM แบบปกติ ส่วนอีกซิมคือ eSIM ที่ไม่ได้มีซิมการ์ดจริงๆ เป็นการเพิ่มข้อมูลในทางซอฟร์แวร์ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Apple Watch

สำหรับความจุที่มีให้เลือก จะเริ่มตั้งแต่ 64GB, 256GB และ 512GB

อีกความโดดเด่นมากๆ ใน iPhone Xs และ iPhone Xs Max คงเป็นเรื่องของการรองรับเทคโนโลยี AR ที่มีการโชว์ถึงการเล่นเกมและใช้งานที่หลายๆ คนสามารถมาแจมกันได้ในโลกจริงที่ผสานกับโลกเสมือน มันน่าสนใจมาก

iPhone Xr

เป็นรุ่นราคาย่อมเยาว์ของ Apple แต่ก็คงยังถือว่าแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับ Android หลายๆ รุ่น แต่ถ้าชอบไอโฟนแต่ไม่สะดวกรุ่นที่ราคาสูงก็เลือก Xr ได้ คล้ายๆ กับ iPhone 5C นั่นแหละ แต่วัสดุจะดีกว่าเป็นอลูมิเนียมซีรีย์ 7000 ส่วนดีไซน์หน้าจอก็จะคล้ายกับ iPhone X ตัวเครื่องมีขนาด 150.9 x 75.7 x 8.3 มม. หน้าจอมีขนาด 6.1 นิ้ว

ทำงานด้วยชิป  A12 Bionic เช่นกัน กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่จะไม่ใช่กล้องคู่เหมือนกับ iPhone Xs แต่ก็รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K และกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิเซล

เรื่องของสีตัวเครื่อง iPhone Xr จะต่างจาก iPhone Xs และ Xs Max เพราะสีสันจะสดใสและหลากหลายกว่า มีให้เลือกถึง 6 สีคือ แดง, เหลือง, ขาว, ดำ, ฟ้า และสี Coral (เหมือนจะเป็นสีโอโรส)

Apple Watch Series 4

Watch 4 มาพร้อมดีไซน์ใหม่และขนาดที่ใหญ่ขึ้นราว 30% มี 2 ขนาดให้เลือกคือ 40 มม. และ 44 มม. รวมทั้งยังมีการปรับรายละเอียดหลายจุดให้ทำงานได้ดีขึ้น ปุ่ม Digital Crown ด้านข้างไม่ได้มีเพียงขอบสีแดงที่ดูเด่นขึ้นแต่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถสั่นเตือนได้ ตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ดีขึ้น ลำโพงดังขึ้น ชิประมวลผลเป็น S4 ที่มีโปรเซสเวอร์ 64 บิต Dual-Core ที่ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 2 เท่า

  • iPhone Xs ราคาอยู่ที่ 999$ เริ่มวางจำหน่าย 26 กันยายน
  • iPhone Xs Max ราคาอยู่ที่ ,1099$ เปิดให้จอง 21 กันยายน 2018 วางขาย 26 กันยายน 2018
  • iPhone Xr เริ่มอยู่ที่ 749$ เปิดให้จอง 19 ตุลาคม 2018 วางขาย 26 ตุลาคม 2018

Skype ฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้บันทึกวิดีโอสนทนาได้แล้ว

เป็นอีกแพลตฟอร์มของการสื่อสารออนไลน์สำหรับ Skype สามารถสื่อสารกับเพื่อนทั่วโลกได้ผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นการแชตหรือวิดีโอคอล

เพื่อให้ผู้ใช้ได้บันทึกความทรงจำที่ดีในส่วนของการสนทนาทางวิดีโอ ไมโครซอฟต์จึงได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่นี้ขึ้นมาคือ การบันทึกวิดีโอสนทนา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาดีๆ ของการสนทนากับคนที่เรารักหรือเรื่องงานที่สำคัญก็ตาม

เมื่ออัปเดตแอปพลิเคชั่นแล้วก็สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะที่เครื่องหมาย + (หรือ More Options) > เลือกคำสั่ง Start recording ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งเลือกให้มีการบันทึกการสนทนา อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกบันทึกโดยไม่รู้ตัวเพราะจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบด้วย

วิดีโอที่ถูกบันทึกจะถูกจัดเก็บไปไว้บน Cloud ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดหรือแชร์วิดีโอของตนได้ภายใน 30 วัน