Visual Composer เครื่องมือสร้างสรรค์งานเว็บไซต์ใน WordPress

เคยเขียนถึงบทบาทและความสำคัญของเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากตอนนี้อะไรๆ ก็เข้าไปอยู่ใน Facebook เสียหมด จะขายของก็ขายผ่าน Facebook Page จนเว็บไซต์สำเร็จรูปดูจะเงียบเหงาไป จะสร้างกลุ่มหรือคลับก็ใช้ Facebook Group จนเว็บบอร์ดหลายๆ แห่งเริ่มจะเงียบหายไป

แต่ในครั้งนั้นก็ได้อธิบายไว้ว่า เว็บไซต์ยังคงมีความสำคัญอยู่โดยเฉพาะกับการองค์กรหรือธุรกิจที่จำเป็นต้องการสร้างหรือใส่ข้อมูลที่สำคัญ และเมื่อพูดถึงเว็บไซต์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยตอนนี้ใครๆ ก็หันมาใช้ WordPress แทบทั้งสิ้น แม้กระทั่งองค์กรใหญ่ แรกเริ่มก็จะใช้พื้นฐานจาก WordPress ก่อนที่จะปรับแต่งรูปแบบและโครงสร้างให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ทีนี้เมื่อพูดถึง WordPress ในระดับเบื้องต้นถึงการใช้งานในองค์กรระดับกลาง ที่อาจจะไม่ได้มีทีมไอทีหรือโปรแกรมเมอร์ในการปรับแต่งอะไรได้ตามต้องการทั้งหมด ยังคงใช้งานบนพื้นฐานของ Theme ที่เลือก มีเครื่องมือตัวหนึ่งที่อยากแนะนำให้ลองใช้กัน

เครื่องมือตัวนี้ถือว่าเป็นปลั๊กอินตัวหนึ่งใน WordPress มีชื่อว่า Visual Composer มีให้ใช้ทั้งเวอร์ชันฟรี และเสียเงิน และเวอร์ชันที่แถมมาให้กับธีม ถ้าอ่านบทความนี้เสร็จหรือมีโอกาสได้ลองใช้ ถ้าถูกใจแนะนำให้ใช้ตัวพรีเมียมไปเลยซึ่งเลือกใช้ได้ 2 วิธีคือ

– ซื้อปลั๊กอินต่างหาก (ส่วนจะนำไปใช้ได้กี่โดเมนให้ศึกษารายละเอียดจากผู้พัฒนา)

– เลือกธีมที่มีฟีเจอร์ Visual Composer มาให้ แต่ต้องอ่านเงื่อนไขดีๆ ว่า Visual Composer ที่แถมมาให้นั้นเป็นตัวพรีเมียมหรือว่าใช้งานได้ในระดับไหน สุดท้ายแล้วต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชันเต็มเองหรือเปล่า

Visual Composer น่าสนใจอย่างไร

ความน่าสนใจของเครื่องมือตัวนี้คือการช่วยให้เราสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ใน WordPress ได้สะดวกมากขึ้น อีกนัยหนึ่งก็คือ ช่วยให้เราจัดการกับ WordPress ได้อย่างใจมากขึ้น

เช่น ในการ Post บทความ จากเครื่องมือพื้นฐานของ WordPress ที่จะเป็นหน้าต่าง Editor เรียบๆ ที่สามารถพิมพ์ข้อความ ใส่ภาพ และอื่นๆ ได้ในหน้าต่างเดียว แต่เมื่อใช้ Visual Composer ในการสร้างบทความจะมีเครื่องมือให้เราสร้างเทมเพลตม บล็อก หรือการใส่ข้อมูลได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้เราสามารถรูปแบบของการแสดงบทความได้หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น

หรือในการสร้าง Side Bar หรือ Footer ก็เช่นกัน การใส่ Widget การจัดการกับสิ่งต่างๆ จะทำให้เรามีความคล่องตัวมากขึ้น

อีกจุดหนึ่งคือ การสร้างหน้า Home Page แม้ว่า

อีกระดับของการเข้าสู่ระบบแห่งอนาคต smart living และ “Internet of Things” โดย Porsche Digital

ปอร์เช่ล้ำหน้าไปอีกระดับด้วยโครงการที่จะพลิกโฉมหน้าโลกดิจิทัล จากการดำเนินงานผ่านองค์กรลูกข่าย Porsche Digital บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกสัญชาติเยอรมันแห่งนี้ ได้ริเริ่มปฏิบัติการดึงเอาเทคโนโลยีที่พักอาศัยและสำนักงานล้ำยุค home-iX เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฐานบัญชาการใหญ่ในสตุ๊ทการ์ท

ทั้งนี้เจ้าของโมเดลธุรกิจแบบ B2B สตาร์ทอัพ รายดังกล่าวคือผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบ smart living solutions ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยอดีตพนักงานของปอร์เช่ประกอบด้วย Mehmet Arziman และ Heiko Scholtes หนึ่งในจุดหมายสำคัญขององค์กรธุรกิจแห่งนี้คือระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ car-to-smart home solutions ซึ่งเหมาะสำหรับหน่วยงานด้านการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์

ปัจจุบันนี้ Porsche Digital ดำรงสถานภาพเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรองของธุรกิจ home-iX บรรดาทีมงานผู้ก่อนตั้งบริษัทได้รับการสนับสนุนกิจการในรูปแบบของพื้นที่สำนักงานสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ ข้อมูลส่งเสริมและการเป็นที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ โดย Porsche Digital ได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมกับธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อดำเนินงานในฐานะโครงการต้นแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดของโครงการดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับทิศทางในการพัฒนาระบบบริหารจัดการอัจฉริยะทั้งส่วนของที่พักอาศัยและสำนักงาน ยานพาหนะ อุปกรณ์ติดต่อสื่อสารและระบบช่วยเหลือบริการทางดิจิทัลซึ่งสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายถึงกันได้

ในส่วนของ Thilo Koslowski ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Porsche Digital ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนของ home-iX ไว้ว่า “ในความเป็นจริงแล้ว เรายังคงก้าวเดินไปอย่างแน่วแน่ ตามกลยุทธ์ด้าน
เทคโนโลยีดิจิทัล เรากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาของเรารวมทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ที่จะช่วยส่งเสริมคุณค่า
เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของผลกำไรและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันขององค์กร”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Porsche Digital ได้ให้คำจำกัดความของระบบ smart living ไว้ว่า “มันคือหนึ่งในหลักชัยสำคัญบนเส้นทางของการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล” คำว่า “smart living” และ “smart home” หมายรวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ในที่พักอาศัยและอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศจนกระทั่งยานพาหนะ ล้วนแล้วแต่มีปฏิสัมพันธ์และรวมศูนย์กับผู้ใช้กิจวัตรประจำวันจะได้รับการบริหารจัดการโดยอัตโนมัติด้วยเครือข่าวอัจฉริยะประสิทธิภาพสูง สะดวกสบาย เต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือและเปี่ยมอรรถประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งในระหว่างการใช้เวลาในบ้านหรือการโดยสารเดินทางบนพาหนะ

บุกตลาดวงการ smart home ในฐานะคนกลาง

Home-iX กำลังวิจัยพัฒนารูปแบบพื้นฐานของระบบ “Smart Living as a Service” และศูนย์จัดจำหน่ายบริการ smart living ในโมเดลธุรกิจแบบ B2B ทั้งนี้บริษัทได้วางโครงสร้างของตนเองไว้ในฐานะขององค์กรสตาร์ทอัพที่ดำเนินงานอย่างเป็นกลาง นำเสนอกรรมวิธีในการแก้ไขปัญหาโดยร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าวต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แทนที่จะเป็นการแข่งขันกับบรรดาองค์กรเหล

QR Payment รับง่ายจ่ายสะดวกด้วย QR Code

เป็นกระแสที่กำลังมาแรงมากๆ สำหรับเรื่องของ QR Payment หรือการจ่ายเงินด้วย QR Code ที่เป็นกระแสแรงขนาดนี้ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในประเทศ พูดแบบนั้นได้เลยจริงๆ เกี่ยวข้องกับทุกคนจริงๆ เพราะต่อไปในที่สุดแล้วเราจะเข้าสู่ยุคของสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

ทำความรู้จัก QR Payment

อย่างที่บอกไปว่า QR Payment คือการจ่ายเงิน ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่จ่าย ทั้งรับและจ่ายนั่นหมายถึงคนขายหรือร้านค้าและลูกค้าสามารถรับเงินและจ่ายเงินให้กันได้ด้วย QR Code

กระบวนการทำงานหรือจ่ายเงินด้วย QR Code ก็คือการใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code ของร้านค้าที่รองรับการจ่ายเงินด้วยวิธีนี้ โดยที่ร้านค้าจะทำ QR Code ของสินค้าเอาไว้

การทำ QR Code ของร้านค้าจะเป็นแบบ Static ที่ให้ลูกค้าระบุจำนวนเงินค่าสินค้าเอง หรือแบบ Dynamic ที่ร้านค้าทำรายการสินค้าพร้อมกำหนดราคาไว้แล้ว ก็แล้วแต่ร้านค้าว่าจะสร้าง QR Code เป็นแบบใดซึ่งก็ต้องดูความเหมาะสมกับสินค้าของตนเองด้วย

เมื่อลูกค้าสแกน QR Code แล้ว ระบบจะเชื่อมโยงกับ Mobile Banking ของธนาคารที่ใช้งานอยู่เพื่อทำการโอนเงินให้กับร้านค้า > ลูกค้าตรวจสอบรายการสินค้าที่ซื้อและยอดเงิน แล้วยืนยัน จากนั้นก็รับสลิปหรือในเสร็จจากระบบ

ตามรูปแบบการรับและจ่ายเงินดังกล่าวนี้ ต่อไปเราไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ติดตัวเลยก็ได้ เพราะการจ่ายเงินด้วยวิธีนี้จะไม่ได้ใช้แต่ในร้านหรูๆ หรือร้านค้าตามห้างเท่านั้น

ก็อย่างที่บอกไปว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกคนในประเทศ หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าริมทาง ร้านอาหารตามสั่งริมถนน แผงลอยหาบเร่ แท็กซี่ หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็จะต้องมี QR Code เอาไว้ให้ลูกค้าจ่ายเงินด้วยวิธีนี้ ต่อไปลืมกระเป๋าสตางค์ได้ แต่ลืมมือถือไม่ได้นะ

ในเรื่องของความปลอดภัย ในเมื่อเป็นนวัตกรรมทางการเงินระดับประเทศแบบนี้ จึงอยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ที่จะเปิดให้ลูกค้ารับและจ่ายเงินด้วย QR Code ได้ต้องผ่านการทดสอบระบบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ตอนนี้ธนาคารต่างๆ ก็ทยอยเข้าสู่การทดสอบระบบ ซึ่ง ณ ตอนนี้ธนาคารที่ผ่านการทดสอบและเริ่มให้บริการแล้วก็คือ ธนาคารกสิกรไทยกับธนาคารไทยพาณิชย์ ตามที่เราเห็นแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่ในขณะนี้

ตอนนี้ถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การจ่ายด้วย QR Code จึงยังจำกัดพื้นที่อยู่ย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพ เช่น สยามสแควร์ จตุจักร และประตูน้ำ แต่ก็มีร้านค้านับ 10,000 ร้านแล้วนะ ใครอยากสนุกกับการจ่ายเงินการช็อปแบบคูลๆ ก็ลองไปในย่านดังกล่าวแล้วใช้บริการได้

ความปลอดภัยน่ะไม่ต้องกลัว กลัวก็ก็แต่ใจตัวเองจะช็อปเพลินจนเงินหมดบัญชีนี่น่ะสิ!

Gimbal Stabilizer จะซื้อทั้งทีต้องพิจารณาอะไรบ้าง

บทความ : กิตติ ภูวนิธิธนา

กลายเป็นของที่ต้องมีของคนที่ชอถ่ายวิดีโอไปแล้วในตอนนี้สำหรับไม้กันสั่นหรือ Gimbal Stabilizer ซึ่งตอนนี้มีให้เลือกมากมายหลากหลายรุ่นและราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ จากราคาระดับหมื่นอัพ ในตอนนั้นราคาหมื่นกว่าบาทก็ว่าถูกแล้วกับอุปกรณ์ประเภทนี้ ตอนนี้ราคา 4-5 พันบาทก็มีให้เลือกหลายรุ่น ระดับ1-2 พันยังมีเลย

ขอบแบบนี้จะถูกจะแพงก็เรื่องหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของคุณภาพที่ต้องพิสูจน์กันจากการใช้งานและเรื่องของรูปแบบความพึงพอใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้งาน เกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้พวก Gadget ทั้งหลายนี้เจ็บตัวกันมานักต่อนักแล้วไม่ว่าจะเป็นไม้กันสั่น Action Camera หรือว่าพวกไมค์ทั้งหลาย ซื้อผิดไม่ตอบโจทย์การทำงานกลายเป็นที่ทับกระดาษเอาง่ายๆ เสียตังค์ฟรีกันมาไม่น้อยแล้ว

ดังนั้นวันนี้ขอมาแนะนำกันสักหน่อยเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ เนื่องจากพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง เจ็บตัวมานิดๆ เหมือนกัน และใช้งานจริงมาสักพักหนึ่งแล้ว จึงขอเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาแชร์กัน คิดว่าคงมีประโยชน์บ้างไม่น้อยก็มาก

จะซื้อ Gimbal Stabilizer มีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา…

– เป็นแบบไหน 2 แกนหรือ 3 แกน ถือว่าเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ต้องพิจารณา เป็นฟังก์ชันที่มีผลทั้งเรื่องของการใช้และราคา ถ้าเป็นแบบ 2 แกนราคาก็ถูกหน่อย 3 แกนทำงานได้ครบทุกองศาราคาก็จะแพงขึ้น เดี๋ยวนี้เห็นมีรุ่น X-CAM เป็นแบบ 2 แกนราคาพันกว่าบาทแค่นั้นเอง พับเก็บพกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้เลย

เอาเข้าจริงแบบ 2 แกนก็คล่องตัวดีนะ อาศัยแค่ว่ากันสั่นได้ก็พอ ให้ถืออยู่ในมือแล้วภาพไม่สั่น ส่วนการหันหรือแพนกล้องใช้แบบแมนวลเอาก็ได้ สะดวกและได้ดังใจดีด้วย เพราะการควบคุมด้วยมอเตอร์อาจจะสมูธก็จริงแต่บางจังหวะก็ไม่ทันใจและไม่เป็นไปตามจังหวะที่เราต้องการเสียทีเดียว

– ความจุแบตเตอรี่ รองรับการถ่ายต่อเนื่องได้นานแค่ไหน และมีช่องชาร์จไฟให้เสียบชาร์จกับ Power Bank ระหว่างใช้งานได้ไหม

– จุดเชื่อมต่อ รองรับการติดตั้งอแดปเตอร์เพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมหรือไม่ สามารถติดตั้งอะแดปเตอร์แบบไหนได้บ้าง ได้กี่จุด เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอะไรได้บ้าง หลักๆ ก็จะเป็นการเชื่อมต่อกับไมค์นอก (เรื่องไมค์มีประเด็นที่อยากแนะนำด้วย อ่านต่อหัวข้อถัดไป)

– การใช้งานกับขาตั้งกล้อง ถ้าคิดว่าอาจจะต้องมีการถ่ายที่จะต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วย เช่นการใช้งานของผม ตอนที่พูดเปิดคลิปอาจจะตั้งกล้องก่อน พูดเปิดสักหน่อยแล้วไปหยิบกิมบอลเดินถ่ายสิ่งที่ต้องการพร้อมกับเล่าเรื่องไปด้วย ซึ่ง Gimbal บางรุ่นใต้ด้ามจับจะมีรูมาตรฐานที่สามารถยึดกับเพลทของขาตั้งกล้องได้เลย บางรุ่นต้องซื้อ Base หรือ Dock ของกิมบอลรุ่นนั้นมาใช้ ซึ่งใช้ได้เป็นแท่นสำหรับตั้งตัวกิมบอลเองและที่ใต้ Base จะมีรูไว้ให้ยึดกับเพลตของขาตั้งกล้อง (ผมใช้รุ่นนี้แหละพะรุงพะรังไปหน่อย)

– แอปพลิเคชัน ถ้าเป็นไปได้ก็ลองศึกษาก่อนซื้อ อาจจะดูตามรีวิวต่างๆ ว่าการใช้งานแอปพลิเคชั่นของกิมบอลรุ่นนั้นเป็นยังไงบ้าง ใช้ง่าย ใช้ดีไหม รองรับอะไรบ้าง รองรับกล้องเพื่อการถ่ายภาพและวีดีโอ (อันนี้เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐาน) รองรับการไลฟ์ไหม หลักๆ ก็รองรับ Facebook Live ไหม บางรุ่นอาจรองรับการไลฟ์ผ่านโซเชียลอื่นๆ ด้วย และสามารถตัดต่อได้ด้วย ก็ลองศึกษาดู ถ้าจะให้ดีถ้าซื้อกับหน้าร้าน อาจไปลองเล่นตัวโชว์ดูก่อน

– เรื่องการใช้ไมค์ กิมบอลที่ผมเข้าใจนะส่วนใหญ่จะเห็นว่าจะโชว์ในเรื่องของการถ่ายภาพเคลื่อนไหวในสถานการณ์ต่างๆ วิ่งเดิน ลุก นั่ง โดยที่ภาพไม่สั่น โดยภาพเหล่านั้นอาจนำไปใช้เป็นฟุตเทจหรืออะไรก็ตามที่ไม่ได้เน้นบันทึกเสียง แต่ก็มีนะอย่าง DJI OSMO PLUS ที่มีกล้องในตัว มีช่องเสียบไมค์นอกมาให้ด้วย แต่ DJI OSMO MOBILE หรือรุ่นอื่นๆ อีกหลายรุ่น จะไม่ได้เน้นหรือพูดถึงเรื่องนี้

แต่การใช้งานของหลายๆ คน อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งล่ะ ต้องการถ่ายวิดีโอที่บันทึกเสียงไปด้วย ไม่ใช่แค่เอาภาพเคลื่อนไหวไปตัดต่อแล้วลงเสียงทีหลัง ลำพังใช้ไมค์ในตัวของสมาร์ทโฟนก็ได้เสียงไม่ดีนัก ถ้าเป็นการถ่ายในอาคารที่ไม่ค่อยมีเสียงรบกสนก็แล้วไป แต่ถ่ายเอาท์ดอร์นี่ลำบาก ทีนี้การต่อไมค์นอกเวลาที่ใช้สมาร์ทโฟนกับกิมบอลจะมีปัญหาสำคัญคือ ช่องเสียงไมค์ของสมาร์ทโฟนมักจะถูกปิดหรือบังด้วยแกนของกิมบอล

ดังนั้นถ้าใครจะซื้อกิมบอลแล้วคิดว่าจะต้องใช้ไมค์นอกด้วย เอาสมาร์ทโฟนที่จะใช้ถ่ายไปลองติดตั้งกับกิมบอลเลย แล้วดูว่าช่องเสียบไมค์อยู่ในจุดที่ถูกบังจากแกนของกิมบอลไหม หรือว่าเสียบไมค์ได้สะดวกไหม

นี่ก็เป็นเรื่องการเลือกซื้อกิมบอลที่นำมาแนะนำกันครับ

Honda ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ออกแบบรถขนส่งขนาดเล็ก

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา

เทคโนโลยีทางด้านไอทีเริ่มเข้าไปมีบทบาทกับการพัฒนารถยนต์มากขึ้นหรือกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีทางด้านไอทีเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยียานยนต์มากขึ้น เริ่มตั้งแต่ที่รถยนต์เริ่มมีการควบคุมด้วยสมองกลหรือ ECU จากนั้นเราก็ได้เห็นการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และไอทีเข้าไปใช้ในระบบต่างๆ ของรถยนต์มากขึ้นจนในขณะนี้เริ่มมีการพัฒนาระบบปฏิบัติเพื่อใช้งานในการควบคุมรถยนต์แล้ว หรือที่เห็นเป็นรูปธรรมสักหน่อยเป็นเทคโนโลยีใกล้ๆ ตัวในตอนนี้ก็อย่างเช่น ระบบอินโฟเทนเม้นต์ในรถยนต์ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Apple CarPlay หรือ Android Auto

ครั้งนี้มีอีกหนึ่งนวัตกรรมทางด้านไอทีที่เข้าไปมีบทบาทกับการพัฒนารถยนต์มาพูดคุยกันนั่นคือ การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing ในการสร้างหรือผลิตรถยนต์ การพัฒนาที่หยิบยกมาคุยเป็นโครงการของฮอนด้า

ฮอนด้าอาจไม่ใช่เจ้าแรกที่มีการนำเอาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติไปใช้กับการพัฒนารถยนต์ แต่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่เพิ่งมีผลงานโชว์ในงาน CEATEC 2016 ที่ผ่านมาและได้รับความสนใจอย่างมาก

โครงการนี้ฮอนด้ามีวัตถุประสงค์ที่ต้องการพัฒนาวิธีการสร้างตัวถังรถยนต์สำหรับรถขนส่งขนาดเล็กตามรูปแบบที่ลูกค้าหรือบริษัทขนส่งต้องการ เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่บอดี้หรือรูปแบบตัวถังอย่างเดียวแต่อยู่ที่ฟังก์ชันหรือรูปแบบการใช้ประโยชน์ของพื้นที่วางของในตัวรถ ส่วนเหตุผลที่เริ่มจากพัฒนารถขนส่งขนาดเล็กก่อนเพื่อรองรับการขนส่งในพื้นที่หรือเส้นทางที่คับแคบ

รถขนส่งขนาดเล็กที่ว่านี้เล็กมากในระดับ Micro Car เลยทีเดียว ใครนึกภาพไม่ออกว่าไมโครคาร์เล็กขนาดไหน ก็ประมาณรถตุ๊กตุ๊กบ้านเรานั่นเอง

งานนนี้ฮอนด้าร่วมมือกับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบทางด้านดิจิตอลอย่าง Kabuku โดยฮอนด้านำรถต้นแบบ Micro Commuter ของตนในส่วนของโครงสร้างตัวถัง เครื่องยนต์ และช่วงล่างมาให้ Kabuku ออกแบบในส่วนของบอดี้ โดยมีต้นแบบเป็นรถขนส่งของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Toshimaya จะเห็นว่าบอดี้หรือตัวถังของรถมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยพื้นที่ด้านหลังออกแบบให้เป็นที่วางของหรือสินค้า แม้แต่โลโก้ของบริษัทก็สามารถที่จะออกแบบได้ และที่เฉพาะตัวมากๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติคือ ลวดลายที่ฝาท้ายซึ่งออกแบบเป็นลายฉลุ

เรียกว่าออกแบบตัวถังและพื้นที่ใช้สอยได้ตามสั่ง และใช้ระยะเวลาการทำไม่นานประมาณ 2 เดือนเท่านั้น เห็นอย่างนี้แล้วนึกถึงการเปลี่ยนเคสโทรศัพท์มือถือจริงๆ อีกไม่นานรถยนต์ก็คงเปลี่ยนบอดี้ได้เหมือนเคสโทรศัพท์เหมือนกันสินะ

ที่มา : engadget.com

WD My Cloud ปัญหากวนใจระหว่างการใช้งาน

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา

ก่อนหน้านี้ไม่นานผมได้เขียนถึงเรื่องของการหา External Harddisk แบบ Wireless หรือไร้สายมาใช้งาน โดยได้แนะนำทั้ง External Harddisk Wireless แบบต่างๆ และท้ายที่สุดได้พรีวิว WD My Cloud ซึ่งเป็น External Harddisk แบบ Wireless ที่ผมเลือกมาใช้งาน

หลังจากใช้งานไปได้สักระยะหนึ่งมีแง่มุมของการใช้งานที่อยากจะมาแชร์ให้กับผู้ที่สนใจได้ทราบกัน เผื่อว่าใครที่กำลังจะซื้อพื้นที่เก็บข้อมูล My Cloud ของ WD แบบผมมาใช้ จะได้รู้ว่าระหว่างใช้งานอาจเจอปัญหาแบบนี้นะ ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร และไม่ได้เป็นปัญหาอันเนื่องมาจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ผมเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากระบบเครือข่ายหรือเน็ตเวิร์กภายในบ้านมากกว่า

ปัญหาก็คือ ระหว่างการใช้งานเมื่อใดก็ตามที่ถอดปลั๊กของ WD My Cloud ออก เท่ากับเป็นการปิดการทำงานของเครื่องจะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือหากเกิดเหตุไฟดับ เมื่อเสียบปลั๊กหรือไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติและเครื่องเปิดการทำงาน ผมมักเจอปัญหาว่าไม่สามารถที่จะเข้าใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลใน My Cloud ได้ตามปกติในทันที

มักจะต้องทำการรีเซ็ตใหม่ทุกครั้งไป โดยการกดปุ่ม Reset ด้านหลังเครื่องเป็นเวลาประมาณ 4 วินาที

การหาคลิปเล็กๆ หรือไม้จิ้มฟันไปกดปุ่มรีเซ็ตแค่ 4 วินาที ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่บางครั้ง พบว่าเมื่อเข้าถึงพื้นที่เก็บข้อมูลได้แล้ว กลับพบว่าไม่สามารถที่จะเข้าไปในส่วนของ Dashboard ของ My Cloud ซึ่งเป็นส่วนของการตั้งค่าหรือตรวจสอบสถานะการใช้งานของเครื่องได้

พยายามทดลองแก้ปัญหาหลายๆ วิธี ทั้งปิดและเปิดเครื่องใหม่ รีเซ็ตใหม่ และอื่นๆ เท่าที่จะนึกได้ ก็ไม่หาย สุดท้ายต้องทำการรีเซ็ตอีกวิธ๊หนึ่ง

การรีเซ็ต My Cloud ของ WD มี 2 แบบคือ…

– Option A กดปุ่มรีเซ็ตหลังเครื่องเป็นเวลาประมาณ 4 วินาที เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านหรือเคลียร์ดีฟอลต์ของเครื่อง

– Option B กดปุ่มรีเซ็ตหลังเครื่องประมาณ 40 วินาที เป็นการฮาร์ดรีเซ็ต เมื่อรีเซ็ตเสร็จแล้วต้องทำการตั้งค่า Set up หรือกำหนดแอ็กเคาต์ใหม่เลย

ตอนแรกกังวลเหมือนกันเกี่ยวกับข้อมูลที่อยู่ด้านในหากจะต้องทำการรีเซ็ตตาม Option B แต่ผมจะมีแบ็กอัพข้อมูลไว้ใน External Harddik ตัวอื่นอีก เรื่องการสำรองข้อมูลนี่สำคัญมาก แต่โชคดีหน่อยที่ว่า แม้จะทำการรีเซ็ตเครื่องใหม่และ Set up ใหม่ ข้อมูลที่เคยถูกจัดเก็บไว้ก่อนหน้าก็จะยังคงอยู่ตามโฟลเดอร์หรือหมวดหมู่เดิมที่เคยสร้างไว้

ทั้งนี้ไม้แน่เสมอไปว่าข้อมูลจะยังคงอยู่ หากจะต้องรีเซ็ตตาม Option B แนะนำให้สำรองข้อมูลไว้อีกที่หนึ่งก่อนเพื่อความชัวร์

โดยรวม MY Cloud ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ จะมีปัญหาก็ตามที่ว่ามานี้แค่นั้น ซึ่งการแก้ไขก็คือ เสียบปลั๊กทั้งเร้าเตอร์และ My Cloud ผ่าน UPS แม้ไฟดับก็จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเซ็ตอัพกันใหม่ทุกครั้งไป

7-Eleven อเมริกาส่งสินค้าด้วย Drone

เมื่อปีที่ผ่านมาเราเห็นการพัฒนาวิธีการจัดส่งสินค้าของเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง Amazon มาแล้ว ที่มีการทดสอบและวางแผนว่าในอนาคตจะใช้ Drone ในการจัดส่งสินค้า ในปี 2016 นี้ ข่าวเกี่ยวกับการใช้ Drone จัดส่งสินค้ามีให้อัพเดทกันอีกแล้ว

เป็นการวางระบบการจัดส่งรูปแบบใหม่โดยการใช้ Drone ส่งสินค้าถึงหน้าบ้านลูกค้าด้วย Drone ของ 7-Eleven หากแต่ไม่ใช่เซเว่นในไทย แต่เป็นเซเว่นที่อเมริกา โดยเริ่มจัดส่งด้วย Drone แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

โครงการจัดส่งสินค้าด้วย Drone ของเซเว่นเกิดจากการตอบรับโครงการของสตาร์ทอัพออสเตรเลียที่มีชื่อว่า Flirtey ที่นำเสนอการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าโดยใช้ Drone ให้กับ 7-Eleven เป็นการใช้ Drone ในเชิงพาณิชย์ซึ่งตอนนี้กฏหมายเกี่ยวกับการใช้ Drone ในเชิงพาณิชย์บินเหนือน่านฟ้าของอเมริกาได้รับการอนุญาติให้ทำการบินได้อย่างถูกต้องแล้วจากสำนักบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา

สินค้าที่จะจัดส่งผ่านช่องทางนี้ในเบื้องต้นเข้าใจว่าจะเน้นไปทางอาหารการกินอย่างไส้กรอก แซนด์วิส สเลอปี้ โดนัท เครื่องดื่ม และอื่นๆ ซึ่งจะถูกบรรจุอย่างดีในภาชนะที่ออกแบบมาเป็นพิเศษมีความแข็งแรง สะอาด และสามารถเก็บความร้อนความเย็นได้

ในการเดินทางของ Drone ไปยังจุดหมาย แน่นอนว่าต้องอาศัยการนำทางของ GPS ซึ่งจะมีการนำทางและการกำหนดพิกัดที่มีความแม่นยำสูง

ภาพจาก : techcrunch.com

Matrix ERP กับฟีเจอร์ Mobile Application

บทความโดย : นายกิตติ ภูวนิธิธนา

เพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพองค์กรจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์เข้าไปช่วยในการบริหารการดำเนินงานในส่วนต่างๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นระบบแต่ยังช่วยให้แต่ละส่วนงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้

เมื่อมีการทำงานที่เป้นระบบระเบียบย่อมช่วยเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นและเติบโตขึ้นด้วย โดยหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่มีบทบาทสำคัญสำหรับองค์กรคือ ERP (Enterprise Resource Planning) ซอฟต์แวร์การจัดการทรัพยากรในองค์กร

ในปัจจุบันองค์กรสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ ERP ได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นองค์กรขนาดเล็กก็สามารถที่จะใช้งานได้ เนื่องจากมีซอฟต์แวร์ ERP ที่ให้บริการแบบออนไลน์ที่ชื่อว่า Matrix ERP ของ CS LOXINFO เป็นซอฟต์แวร์ที่องค์กรสามารถใช้งานงานได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์ ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ด้วยการจ่ายเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว แต่เป็นการจ่ายค่าบริการตามขอบเขตหรือฟังก์ชันที่ใช้งานจริงเป็นรายเดือนหรือรายปี

อีกทั้งการใช้บริการ Matrix ERP ยังไม่มีค่าบริการรายปีและค่าอัพเกรดซอฟต์แวร์อีกด้วย โดยรวมแล้ว Matrix ERP มีข้อดีหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบการใช้บริการซอฟต์แวร์แบบเดิม โดยหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ ในแต่ละฟังก์ชันการใช้งานทั้งในส่วนของฝ่ายขาย ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดส่งสินค้า ฝ่ายบัญชี และฝ่ายผลิตจะมีฟีเจอร์ Mobile Application ให้ใช้งานทำให้การทำงานของผู้ปฏิบัติงานมีความคล่องตัวมากขึ้น

ฟีเจอร์ Mobile Application ของ Matrix ERP มีดังนี้

– Sale2go แอพพลิเคชันสำหรับฝ่ายขาย ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของฝ่ายขายมีความสะดวกมากขึ้น แม้ว่าจะปฏิบัติงานนอกสถานที่ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลที่ต้องการได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นประวัติลูกค้า ยอดขาย สินค้าคงคลัง หรือเปิดใบสั่งขาย

– DigiDrive แอพพลิเคชันสำหรับฝ่ายจัดส่งสินค้า เพื่อให้พนักงานขับรถใช้ในการตรวจรับสินค้าที่ต้องจัดส่ง ไปจนถึงตรวจสอบเส้นทางและลำดับการจัดส่ง ภายในแอพพลิเคชันจะมีแผนที่บอกการเดินทางในการจัดส่งสินค้าแต่ละจุดพร้อมข้อมูลผู้รับสินค้าอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบการเซ็นต์รับสินค้าและยังสามารถถ่ายภาพผู้รับสินค้าเพื่อเป็นการยืนยันการจัดส่งได้

– DigiMove แอพพลิเคชันสำหรับคลังสินค้า ใช้ในการตรวจสอบสถานะการจัดส่ง สามารถตรวจสอบตำแหน่งของรถส่งสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ใช้ในการจัดลำดับเส้นทางการจัดส่งให้กับพนักงานขับรถ นอกจากสามารถกำหนดลำดับการจัดส่งตามปกติแล้ว ยังสามารถกำหนดการรับคำสั่งแทรกหรือออร์เดอร์เพิ่มระหว่างการจัดส่งปกติได้ เช่น การรับเช็กวางบิลหรือรับสิ่งของ ณ จุดใดๆ ระหว่างการจัดส่ง และยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยคำนวณระยะทางการจัดส่งสินค้าของแต่ละที่เพื่อคำนวณต้นทุนและบริหารการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

– Stock2go แอพพลิเคชันสำหรับบัญชี สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องอ่านบาร์โค้ดเพื่อความสะดวกในการสแกนบาร์โค้ดของทรัพย์สิน การจัดทำข้อมูลทรัพย์สินสามารถบันทึกภาพได้เพื่อความสะดวกและความชัดเจนในการตรวจสอบครั้งต่อไป พร้อมกันนั้นยังสามารถบันทึกพิกัดของทรัพย์สินได้เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา ในการตรวจสอบทรัพสินหลังการตรวจนับสามารถโอนข้อมูลเข้าสู่ระบบของ Matrix ERP เพื่อจัดเก็บได้ทันที

– WorkOrder แอพพลิเคชันสำหรับฝ่ายผลิต เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า สามารถเรียกดูใบสั่งผลิตได้ โดยจะแสดงข้อมูลการผลิตพร้อมภาพตัวอย่างของสินค้าสำเร็จรูปซึ่งสามารถที่จะซูมดูรายละเอียดได้อย่างชัดเจนผ่านแอพพลิเคชัน

PayPal.me โอนเงินให้กันผ่าน URL

ก่อนหน้านี้ไม่นานหรือแม้แต่ในขณะนี้ก็ตามเพิ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิธีการโอนเงินแบบใหม่เกิดขึ้นในบ้านเรากับการโอนเงินผ่านเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่เรียกว่า การโอนเงินแบบ พร้อมแพย์ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ในตอนนี้ก็มีวิธีการโอนเงินรูปแบบใหม่มาให้ติดตามและปรับตัวกันอีกแล้ว เป็นการโอนเงินผ่าน PayPal วิธีการใหม่ที่เปิดให้ใช้บริการได้แล้วในไทยในตอนนี้

วิธีการโอนเงินแบบใหม่ของ PayPal ที่จะเขียนถึงนี้อาจไม่เกี่ยวข้องหรือมีผลกับคนไทยโดยส่วนใหญ่ แต่ก็เกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะสำคัญกับคน 2 กลุ่มหลักๆ นั่นคือ ผู้ที่ทำการค้าการขายทั้งขายของออนไลน์และค้าขายระหว่างประเทศ และภาคการเงินการธนาคาร

ผู้ที่ทำการค้าขายจำเป็นต้องมีความพร้อมที่จะรองรับการรับโอนเงินผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกที่สุด ซึ่ง PayPal ก็ถือว่าเป็นช่องทางที่สำคัญ เมื่อ PayPal มีวิธีการโอนเงินแบบใหม่ ก็ควรที่จะต้องรู้หรือจะให้ดีก็ต้องเตรียมการไว้ด้วย

ส่วนภาคการเงินการธนาคารจะมีความเกี่ยวข้องในเชิงของการใช้บริการ เป็นกระทบที่ไม่แน่ว่าต่อไปผู้คนจะให้ความสำคัญกับธนาคารน้อยลง แน่นอนว่าเรายังต้องนำเงินไปฝากธนาคาร แต่ในการทำธุรกรรมต่างๆ ในการจับจ่ายใช้สอย บทบาทของธนาคารอาจจะน้อยลง อาจยังไม่เห็นผลทันทีในตอนนี้ แต่ในอนาคตก็เป็นสิ่งที่น่าคิดและน่าติดตาม เพราะดูเหมือนว่ารูปแบบการใช้เงินจะเป็นเวอร์ชวลเข้าไปทุกที

PayPal.me คืออะไร ดียังไง

PayPal เป็นผู้ให้บริการตัวกลางการรับโอนเงินที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล ที่ผ่านการโอนเงินผ่านเพย์พาลจะเป็นการบอกอีเมลแอดเดรสของกันและกันและทำธุรกรรมการโอนผ่านระบบหรือเว็บไซต์ แต่สำหรับ PayPal.me จะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่แตกต่างและสะดวกขึ้น

PayPal.me จะโอนเงินให้กันได้ผ่าน URL ที่สมาชิกเพย์พาลแต่ละคนตั้งขึ้นเอง เรียกว่าเป็นชื่อเฉพาะของใครของใคร เช่น paypak.me/thaiload เป็นต้น เข้าไปสมัครใช้บริการ PayPal.me ได้ที่ www.paypal.com

ถ้าคุณมีแอ็กเคาต์ PayPal อยู่แล้วก็ล็อกอินและสมัครได้ทันที แต่ถ้ายังไม่มีแอ็กเคาต์ก็ต้องลงทะเบียนก่อน

การสมัครไม่ยาก คล้ายๆ กับเวลาที่เราตั้งชื่อ URL ของ Facebook หรือคิดชื่อโดเมนของเว็บไซต์อะไรทำนองนั้น ถ้าชื่อที่จะใช้มีคนใช้ไปแล้วก็ใช้ไม่ได้ ต้องคิดใหม่ คิดชื่อที่ไม่สลับซับซ้อนมากนัก เวลาบอก URL ให้ใครโอนเงินมาให้ คนโอนจะได้จำและโอนมาให้ได้ง่ายๆ

เมื่อได้ชื่อ URL เฉพาะในการรับโอนเงินผ่าน PayPal มาแล้ว ต่อไปถ้าใครจะโอนเงินมาให้ผ่านเพย์พาลก็เพียงแค่บอก URL ไป ซึ่งวิธีนี้ผู้โอนก็มีความสะดวกด้วย เพราะเพียงแค่พิมพ์ URL ของผู้รับโอนแล้วตามด้วยจำนวนเงิน แค่นั้นเอง เช่น paypal.me/thaiload/10USD หรือ paypal.me/thaiload/200THB เป็นต้น

เมื่อ Alibaba หันมาผลิตรถยนต์ที่สั่งงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

ระยะเวลาหลายปีมานี้ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จักชื่อของ Alibaba โดยชื่อนี้แสดงแสนยานุภาพมากขึ้นๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระดับโลก ทัดเทียมหรืออาจจะมีศักยภาพมากกว่าเว็บไซต์ในระดับเดียวกันเจ้าอื่นๆ เสียอีก

ที่ผ่านมา Alibab อาจเป็นแหล่งที่คนค้าขายหรือทำธุรกิจต่างนึกถึง หากคิดจะค้าคิดจะขายต้องนึกถึง Alibaba แต่ว่าต่อจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อ-ขายสินค้าเท่านั้น เพราะในขณะนี้ Alibaba ได้หันมาพัฒนาระบบปฏิบัติการเพื่อใช้ในการควบคุมหรือสั่งงานรถยนต์ด้วย และไม่ใช่แค่เพียงแนวคิดเท่านั้น ตอนนี้ Alibaba ได้เปิดตัวรถยนต์ที่ตัวเองพัฒนาขึ้นมาจริงๆ แล้ว

รถยนต์รุ่นดังกล่าวก็คือ Roewe RX5 เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท SAIC Motor หรือบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกับ MG Cars นั่นเอง ส่วนที่ Alibaba เข้าไปมีบทบาทสำคัญก็คือ การนำเอาระบบปฏิบัติการที่ตนเองพํมนาขึ้นซึ่งมีชื่อว่า YunOS เข้าไปใช้ในการควบคุมและสั่งการรถยนต์นรุ่นดังกล่าวและรุ่นอื่นๆ ที่คงจะเปิดตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต

YunOS ไม่ใช่ระบบปฏิบัติใหม่เสียทีเดียว เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2011 โน่นแล้ว โดยพัฒนาขึ้นมาในลักษณะของ Open Source ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้นำไปพัฒนาต่อยอดได้ และมีใช้แล้วในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น มีอยู่ใช้งานแล้วกว่า 40 ล้านราย ซึ่งเป้าหมายของ Alibaba จะผลักดันให้ YunOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ และจะทำให้ YunOS ก้าวขึ้นเป็นระบบปฏิบัติการยอดนิยมแทน iOS ในอนาคต

กลับมาว่ากันที่เรื่องของรถยนต์ Roewe RX5 ในส่วนของรถยนต์ยังคงมีพื้นฐานในระบบต่างๆ เช่นรถยนต์ทั่วไป ใช้ขุมพลังที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2 ขนาดคือ 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร แต่ความพิเศษคือ การที่จะมี YunOS ช่วยในการควบคุมสิ่งต่างๆ ในการใช้รถยนต์คันดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการสาร์ทเครื่องยนต์ เปิด-ปิดตลอดจนควบคุมระบบปรับอากาศ มีระบบจดจำการตั้งค่าต่างๆ ของผู้ขับขี่แต่ละคน การสื่อสารกับระบบภายในรถยนต์หรือระบบ Infotainment ที่สามารถสื่อสารกับผู้ช่วยในการค้นหาเพลง เลือกเพลง ปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร หรือการค้นหาเส้นทาง เป็นต้น นอกจากนั้นยังรองรับการจองห้องพัก การเเติมน้ำมัน การใช้บริการร้านอาหารที่สามารถหักเงินผ่าน AliPay ได้ทันที

ต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังการใช้งาน ผู้ที่โอกาสได้ใช้งานรถยนต์ที่พัฒนาโดย Alibab ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทาง Taobao.com นั้น เป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว

ภาพจาก : forbes.com