Kingston เป็นผู้นำการจัดส่ง SSD ติดต่อกันเป็นปีที่ 6

·          ผลงานที่ยอดเยี่ยมด้าน SSD และการบริการลูกค้าที่ได้รับการยอมรับนำไปสู่ส่วนแบ่งการตลาด 28%

·          ครองตำแหน่งซัพพลายเออร์ประเภทบุคคลที่สามอันดับ 1 ในปี 2565 พร้อมสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566

Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศว่าได้รับการจัดอันดับจาก TrendForce ให้ครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งสำหรับการเป็นซัพพลายเออร์ SSD ประเภทบุคคลที่สามในช่องทางการจัดส่งประจำปี 2565 ซึ่งนับเป็น 6 ปีติดต่อกันที่สามารถคงตำแหน่งผู้นำไว้ได้ โดย Kingston มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 28% ของจำนวน SSD ที่จัดส่งทั้งหมด 114 ล้านหน่วยในปี 2565

ข้อมูลจากผลการวิเคราะห์ดังกล่าวระบุว่า อุปสงค์และอุปทานของตลาด SSD ทั่วโลกในปี 2565 มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนวงจรรวม (IC) ที่เคยเป็นอุปสรรคในปี 2563 ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามการจัดส่ง SSD ของทั่วโลกยังคงลดลง โดยมีการจัดส่งเพียง 114 ล้านหน่วยในปี 2565 ซึ่งลดลง 10.7% จากปีก่อนหน้า แต่ Kingston สามารถคงความเป็นผู้นำในการจัดส่ง SSD ให้อยู่อันดับหนึ่งของปี 2565 ได้ โดยรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021 นอกจากนี้แม้ว่าตลาดจะมีความท้าทาย แต่ซัพพลายเออร์ประเภทบุคคลที่สามจำนวน 5 อันดับแรก (ที่ไม่ใช่เซมิคอนดักเตอร์) ยังมีสัดส่วนเกือบ 60% ของการจัดส่งทั้งหมดในปี 2565 ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์นี้ได้ตอกย้ำตำแหน่งความเป็นผู้นำของ Kingston ในด้านการผลิต SSD เนื่องจากซัพพลายเออร์อันดับสองมีสัดส่วนเพียง 9% ของส่วนแบ่งการตลาดในช่องทางการจัดส่งทั้งหมด

ในปี 2566 เศรษฐกิจโลกยังคงประสบปัญหา ส่งผลให้การจัดส่งโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปมีจำกัด โดยผู้ผลิตโมดูลต้องวางกลยุทธ์ในการจัดการสินค้าคงคลังที่มีต้นทุนสูงผ่านการใช้กลยุทธ์การตั้งราคาที่แข่งขันได้ เมื่อไตรมาสที่สามใกล้สิ้นสุดลง ความเชื่อมั่นของตลาดก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยสาเหตุหลักจากซัพพลายเออร์ NAND Flash ที่ลดการผลิตลงอย่างมาก ซึ่งสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากราคาของ SSD ที่ปรับตัว โดยท้ายที่สุดก็ช่วยให้ผู้ผลิตโมดูลมีสินค้าคงคลังราคาถูกลง

ความต้องการ SSD มาตรฐาน PCIe 4.0 NVMe  ยังคงเป็นตัวกำหนดภาพรวมของตลาด ส่งผลให้กลุ่มโมดูลต่างๆ เปลี่ยนจาก SATA เป็น PCle อย่างต่อเนื่อง โดย TrendForce คาดการณ์ว่าการอัปเกรดเป็น NVme จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นและเพิ่มการจัดส่งให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในปี 2565 Kingston ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในด้านความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูง ตลอดจนไดร์ฟประเภทภายนอกและแบบที่มีการเข้ารหัส ด้วยการเปิดตัวไดรฟ์ NV2 มาตรฐาน NVMe รุ่นใหม่ในปี 2565 ซึ่งกลายเป็นไดรฟ์ที่มียอดขายสูงสุดอย่างรวดเร็วในปีดังกล่าว ด้วยยอดขายมากกว่า 12 ล้านชิ้นทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัว นอกจากนี้เพื่อสานต่อความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลอย่าง Kingston FURY Renegade SSD ทำให้ Kingston ได้อัปเกรดไดรฟ์ด้วยการเพิ่มตัวเลือกฮีทซิงค์ ช่วยตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบการเล่นเกมคอนโซลและพีซี ซึ่งเป็นการตอกย้้ำถึงความมุ่งมั่นของ Kingston ในการพัฒนาโซลูชัน NVMe ที่มีคุณภาพสูง

นอกเหนือจากการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการซื้อของลูกค้าแล้ว Kingston ยังให้การสนับสนุนลูกค้าด้วยบริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และวิศวกรของเราได้ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในด้านความน่าเชื่อถือและการบริการลูกค้ามานานกว่าสามทศวรรษ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Kingston สามารถครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาด SSD เป็นเวลา 6 ปีติดต่อกันได้ รวมทั้งแนวทางเดียวกันนี้ก็ได้ถูกดำเนินการสำหรับผลิตภัณฑ์ DRAM ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นซัพพลายเออร์โมดูลหน่วยความจำประเภทบุคคลที่สามรายใหญ่ที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 20

Kingston กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับสูงสุดอีกหนึ่งปี โดยความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าและพันธมิตรในช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วโลกยังคงเหมือนเดิมตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งและยั่งยืนเหล่านี้ ธุรกิจ SSD ของเราจึงเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก TrendForce นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นของทีมงานทั้งหมดของเรา ซึ่งเรารู้สึกขอบคุณสำหรับการยอมรับและความสำเร็จของเราร่วมกับพวกเขาเหล่านี้”

สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ kingston.com

สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:  

Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/ 

YouTube: https://www.youtube.com/user/KingstonTechnologyTH 

vivo จัดเต็มส่งท้ายปี! ปรับราคา vivo V29 5G สมาร์ตโฟนสายพอร์ตเทรตสุดฮิต

vivo fans ชาวไทยเตรียมเฮลั่น เมื่อ vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประกาศปรับราคาสมาร์ตโฟนจากตระกูล V Series สุดฮิตอย่าง vivo V29 5G รุ่นความจุ 12GB + 256GB พร้อมฟีเจอร์จัดเต็มทุกฟังก์ชัน ลดลงทันที 1,000 บาท จาก 14,999 บาท เหลือเพียง 13,999 บาทเท่านั้น พร้อมให้แฟนชาวไทยเป็นเจ้าของ V29 5G ในราคาสุดพิเศษแล้ววันนี้

vivo ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการถ่ายพอร์ตเทรตอีกครั้งกับสมาร์ตโฟนที่ได้รับความนิยมอย่าง vivo V29 5G โดดเด่นด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตกับแนวคิด “ออร่าพอร์ตเทรตพิเศษที่ความรู้สึก” ด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 50MP เสริมทัพด้วยเทคโนโลยีAura Light Portrait 2.0 ผสานพลังด้วยฟีเจอร์ Smart Color Temperature Adjustment ผ่านวงแหวนออร่าขนาดใหญ่ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ ช่วยให้เก็บโมเมนต์สุดประทับใจได้คมชัดในทุกมิติ เสริมประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ตทรงพลัง Qualcomm Snapdragon® 778G เชื่อมต่อ 5G ได้อย่างราบรื่น หมดกังวลเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Memory Booster รองรับ Extended RAM 3.0 ขยายได้สูงสุดถึง 8GB อีกทั้งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชาร์จไว FlashCharge 80W ที่อัปเกรดใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4600mAh ให้ผู้ใช้งานได้ดื่มด่ำกับความสนุกได้ทั้งวัน ไม่มีสะดุด

vivo V29 5G มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู ทันสมัย ผสานเทคนิคการออกแบบและแรงบันดาลใจอย่างมีระดับ จนได้ตัวเลือกสีสันที่โดดเด่นทั้ง 3 สีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ vivo สีม่วงสตารี่ (Starry Purple) สะท้อนเนรมิตห้วงอวกาศสีม่วงอันเจิดจรัส เข้ากับเทรนด์แฟชั่นได้อย่างลงตัว สีแดงเข้ม (Magic Maroon) ผลิตด้วยเทคโนโลยี Color Changing Fluorite AG Glass เอกสิทธิ์เฉพาะของ vivo ที่เปลี่ยนสีได้ภายใต้แสง UV สะท้อนออร่า
ความมีพรีเมียม ด้วยแรงบันดาลใจจากสีสันของไวน์ชั้นดี ผสานความเงางามดั่งผืนผ้าไหมที่บรรจงถักทอไว้ และสีดำ (Noble Black) เฉดสีแห่งความมีระดับ มอบความรู้สึกหรูหรา ล้ำสมัย เพิ่มลูกเล่นด้วยชิมเมอร์สุดแวววับโดยใช้เทคนิคฝังลงในผิววัสดุ

ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ vivo V29 5G (12GB + 256GB) ทั้ง 3 สี ในราคาใหม่ 13,999 บาท ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก vivo Thailand และเว็บไซต์ https://www.vivo.com/th

#vivoV295GAuraPortrait #ออร่าพอร์ตเทรตพิเศษทุกความรู้สึก

vivo และการท่องเที่ยวสิงคโปร์ เชิญชวนทุกคนมาร่วมค้นและพบความเซอร์ไพรส์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่สิงคโปร์

vivo บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบสมาร์ตโฟน ร่วมกับการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) นำเสนอแคมเปญโปรโมตสมาร์ตโฟนสีใหม่อย่าง vivo V29 สีม่วงสตารี่ (Starry Purple) ในดีไซน์ที่สวยสะกดทุกสายตา ไปพร้อมกับการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ในสิงคโปร์ ซึ่งรอให้ทุกคนไปค้นและพบ โดยมี vivo V29 สีม่วงสตารี่ (Starry Purple) เป็นตัวช่วยในการพอร์ตเทรตทุกความพิเศษเกินคาดหมายที่สิงคโปร์

ติดตามข่าวสารล่าสุดของ vivo ได้ที่ https://www.vivo.com/en/about-vivo/news

นายลี เจียน ซวน (Lee Jian Xuan) ผู้จัดการประจำภาคพื้นประเทศมาเลเซีย ไทย และบรูไน ของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ vivo ในการจัดทำแคมเปญเพื่อนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายในประเทศสิงคโปร์อย่างสร้างสรรค์ ผ่านมุมมองของนักท่องเที่ยวทั้งชาวมาเลเซียและไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ยอดฮิตไปจนถึงสถานที่แสนพิเศษที่ซ่อนอยู่ เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้ออกไปสำรวจและเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บภาพความทรงจำสุดพิเศษในสิงคโปร์”

vivo ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวสิงคโปร์เชิญชวนศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์จากมาเลเซียและไทยมาร่วมสัมผัสประสบการณ์วันหยุดอันแสนพิเศษที่สิงคโปร์ ภายใต้แนวคิด “Find Your Wow” ผ่านการออกสำรวจความเซอร์ไพรส์ที่สิงคโปร์และแคปเจอร์ทุกบรรยากาศอันน่าประทับใจ ให้กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยกล้องของ vivo V29 สีม่วงสตารี่ ที่มาพร้อมศักยภาพการถ่ายภาพอันยอดเยี่ยม มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 512 GB พร้อม RAM ขนาด 12 GB รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W และแบตเตอรี่ความจุ 4600mAh ให้ใช้งานได้ไม่มีสะดุด ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถเก็บภาพบรรยากาศตลอดการเดินทางอย่างต่อเนื่องทุกช็อต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพของรูปถ่ายและวิดีโอ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือแม้แต่ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่

มร. ยี๋ หมิง เหยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วีโว่ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวสิงคโปร์ในการสร้างประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างสมาร์ตโฟน vivo V29 สีม่วงสตารี่ และท้องฟ้ายามค่ำคืนอันงดงามของสิงคโปร์เข้าด้วยกัน”

สนทนาฮาเฮตามประสาคนไอที EP.3 ไวรัส ไวร้าย ปัญหาโลกแตก

  • ทีม Thaiload มีเรื่องของเจ้าไวรัส ไวร้าย ปัญหาโลกแตก ของทุกๆองค์กร หรือแม้แต่คนทั่วไปมาฝากค่ะ เรามีทั้งเรื่องเจ้าไวรัสขโมยเงินในกระเป๋า และข้อมูลสำคัญมาฝากเพื่อนๆค่ะและมีวิธีป้องกันยังไงบ้างลองมาฟังกันดูนะคะ

สนทนาฮาเฮตามประสาคนไอที EP.2 Internetใช้งานไม่ได้

  • ปัญหาเรื่องต่อไป ที่ ทีม #Thaiload ของเราจะมาแชร์ เชื่อได้เลยว่าปันหานี้คือปัญหาใหญ่ ปัญหาโลกแตก ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจของท่านทำงานติดขัดคือ #Internetใช้งานไม่ได้ ลองมาฟังและมาร่วมแชร์ประสบการณ์กับเราได้เลยนะคะ

สนทนาฮาเฮตามประสาคนไอที EP.1 การที่คอมพิวเตอร์มีปัญหาเปิดไม่ติดไม่ใช่แค่ #ลืมเสียบปลั๊ก

  • ทีม Thaiload ของเรารวบรวมปัญหาหน้างานจริงมาเล่าสู่กันฟังค่ะกับรายการ #เสวนาเฮฮากับมนุษย์ไอที ร่วมพูดคุยกับทีม IT Outsource ให้กับองค์กร แชร์ประสบการณ์การแก้ไขปัญหาระบบไอที ในเคสต่างๆ

Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวนตัวแรกจาก Dyson เจาะตลาดเทคโนโลยีเครื่องเสียง เปิดพรีออเดอร์ในประเทศไทยแล้ววันนี้!

ลังเปิดตัวไปเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดพรีออเดอร์ในประเทศไทยแล้ววันนี้

ถือเป็นการประกาศก้าวแรกของ Dyson ในการรุกเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีเครื่องเสียง หลังทุ่มวิจัยและพัฒนามานานกว่า 5 ปี

Dyson เตรียมสร้างปรากฎการณ์ที่ล้ำไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวนในประเทศไทย มอบประสบการณ์การฟังแบบดื่มด่ำขั้นสุดด้วยเสียงสมจริง กับการใช้งานยาวนานได้สูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ทั้งยังช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงให้ต่ำเป็นพิเศษ พร้อมตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟและสร้างรายละเอียดเสียงที่สมจริงเต็มสเป็กตรัม

ข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ Dyson

Dyson คือบริษัทด้านการวิจัยและเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยงานด้านวิศวกรรม วิจัย พัฒนา ผลิต และทดสอบการปฏิบัติการในสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย เม็กซิโก จีน โปแลนด์ และฟิลิปปินส์ เริ่มต้นจากโรงรถในสหราชอาณาจักร Dyson เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1993 ปัจจุบัน Dyson มีสำนักงานเทคโนโลยี 2 แห่งในสหราชอาณาจักรภายใต้พื้นที่กว่า 800 เอเคอร์ใน มาล์มสบิวรี และ ฮัลลาวิงตัน และสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ Dyson ได้ลงทุนในสำนักงานที่ วิลต์เชอร์ และห้องทดลอง 10 แห่งทั่วโลกเพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของ Dyson ในอนาคต Dyson ยังคงเป็นบริษัทของครอบครัวที่มีพนักงานกว่า 14,000 คนทั่วโลก รวมถึงวิศวกรกว่า 6,000 คน วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใน 84 ประเทศทั่วโลก มีร้าน Dyson Demo Store กว่า 250 แห่ง รวมถึงร้านออนไลน์ผ่านเครื่องมือดิจิทัลและการสร้างประสบการณ์เสมือนจริง  

Dyson ลงทุนเป็นมูลค่า 2.75 พันล้านปอนด์เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลก และมีทีมวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกที่ร่วมพัฒนาแบตเตอรี่แบบโซลิดสเตท ดิจิทัลมอเตอร์ความเร็วสูง ระบบเซนเซอร์และวิชั่น หุ่นยนต์ เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง และปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ประดิษฐ์เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้ถุงเครื่องแรกในปี 1993 Dyson ได้สร้างเทคโนโลยีที่สามารถแก้ปัญหาในหลากหลายแขนง ตั้งแต่การดูแลเส้นผม การกรองอากาศ หุ่นยนต์ โคมไฟ เครื่องเป่ามือ และล่าสุดกับหูฟังด้วย Dyson Zone เฮดโฟนตัดเสียงรบกวนที่มาพร้อมระบบฟอกอากาศ ที่เตรียมวางจำหน่ายในปีนี้

สถิติและข้อมูลที่น่าสนใจ 

  • ถึงแม้จะเจอความท้าทายทางธุรกิจและการผลิตที่ลดลงจากการระบาดของโรค COVID-19 และการขาดแคลนชิปทั่วโลก Dyson ยังคงมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปี 2021 ถึง 5% ที่ 6 พันล้านปอนด์ (รายได้ปี 2020 ที่ 5.7 พันล้านปอนด์) โดยถือเป็นกำไร (EBITDA) เพิ่มขึ้น 16% ที่ 1.5 พันล้านปอนด์ (กำไรปี 2020 ที่ 1.3 พันล้านปอนด์) 
  • ตั้งแต่เปิดตัวและวางจำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson ได้ขายเครื่องดูดฝุ่นไร้สายไปแล้วมากกว่า 70 ล้านเครื่องทั่วโลก 
  • ในปี 2022 Dyson ได้เข้าร่วมการประชุมนานาชาติ Robotics and Automation และได้ให้เบาะแสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับอนาคตของหุ่นยนต์ในครัวเรือน โดยเผยแพร่ภาพและวิดีโอที่ Dyson ทำการวิจัยหุ่นยนต์ในครัวเรือนในระยะเริ่มต้นทั่วทั้งวิทยาเขต ฮัลลาวิงตัน และสิงคโปร์  เป็นครั้งแรก
  • Dyson ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพอากาศเป็นวงกว้างในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ซึ่งทำการวัดด้วยกระเป๋า Dyson Air Quality Backpack ใน 14 เมืองทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย รวมถึงข้อมูลจากเครื่องกรองอากาศ Dyson จากครัวเรือนทั่วโลก ซึ่งผลการสำรวจบ่งชี้ถึงประมาณ PM2.5 ภายในอาคารที่เพิ่มขึ้นเพราะผู้คนต่างกักตัวอยู่ภายในบ้าน
  • Dyson Global Dust Study คือการศึกษา สำรวจ และวิจัยประจำปีเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำความสะอาดของผู้คน เพื่อสร้างการการตระหนักรู้เกี่ยวกับฝุ่น และผลกระทบของฝุ่นที่มีต่อสุขภาพ และเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอันเนื่องมาจากการระบาดของโรค COVID-19 การศึกษาจึงขยายไปถึงความเกี่ยวข้องของสัตว์เลี้ยงกับฝุ่นภายในบ้าน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้จำนวน 32,282 คนจาก 33 ประเทศทั่วโลก 
  • มูลนิธิ James Dyson ให้ทุน 1.5 ล้านปอนด์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยภาวะสมองเสื่อมโดยร่วมมือกับ Race Against Dementia ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ก่อตั้งโดยท่านเซอร์แจ็คกี้ สจวร์ต (Sir Jackie Stewart) อดีตนักแข่งรถ F1 ซึ่งเพื่อนร่วมงานของเขา ดร. แคลร์ เดอร์แรนท์ กำลังเดินหน้าสร้างแบบจำลองใหม่เพื่อมนุษย์ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ โดยตรวจสอบบทบาทของ tau ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม 
  • ฤดูใบไม้ร่วงนี้ ศูนย์มะเร็ง Dyson Cancer Center ที่ Royal United Hospitals จะเปิดทำการ หลังจากมูลนิธิ James Dyson บริจาคเงิน 4 ล้านปอนด์ ศูนย์มะเร็งดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางบริการด้านมะเร็งสำหรับผู้ป่วย 500,000 คนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ 
  • รางวัล James Dyson Award เตรียมจัดขึ้นในโปรตุเกสเป็นครั้งแรกในปี 2566 นี้ โดยตั้งแต่ปี 2548 รางวัลดังกล่าวได้ให้การยกย่องสนับสนุนสิ่งประดิษฐ์ 390 รายการที่เยาวชนทั่วโลกเป็นผู้คิดค้นสร้างสรรค์ขึ้น

ผลิตภัณฑ์หลัก

  • Dyson Purifier Big+Quiet™ Formaldehyde: ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในพื้นที่อาคารสำนักงานโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจาก Dyson Purifier Big+Quiet สามารถใช้งานได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว เพื่อให้ใช้งานในพื้นที่ส่วนรวมได้อย่างสะดวกสบาย โดยผลิตภัณฑ์นี้สามารถตรวจจับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อจำเป็นต้องมีการระบายอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสำนักงานที่มีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการทำงานและการรับรู้ โดย การทำงานที่ไร้เสียงรบกวนยังช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์ โดยไม่มีเสียงกวนใจ นอกจากนี้ ระบบการกรองแบบสามเฟสยังดักจับมลพิษที่มีขนาดเล็กมาก กรองก๊าซที่ไม่พึงประสงค์ออกไป และขจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้อีกด้วย
  • Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน ขจัดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมและเสียงเครื่องยนต์ มอบเสียงที่มีความแม่นยำสูงเพื่อให้ศิลปินหรือครีเอเตอร์สร้างสำเนาเสียงได้อย่างที่ต้องการ Dyson Zone™ ขับเคลื่อนด้วยคอมเพรสเซอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ของ Dyson โดยจะดึงอากาศผ่านตัวกรองประจุไฟฟ้าสถิตในหูฟังแต่ละข้างเพื่อดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอน และปล่อยอากาศที่บริสุทธิ์กว่าไปยังจมูกและปากของผู้สวมใส่ผ่านหน้ากากกรองอากาศสำหรับการเดินทาง ด้วยตัวกรองคาร์บอนเคลือบโพแทสเซียม ซึ่งสามารถขจัดฝุ่นในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Dyson Airwrap™ multi-styler อุปกรณ์จัดแต่งทรงที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดของ Dyson ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมใหม่เพื่อให้จัดทรงผมได้รวดเร็วและง่ายขึ้นภายในเครื่องเดียว มี 13 หัวไดร์ที่สามารถเลือกจัดทรงผมได้หลายสไตล์ เหมาะกับสภาพผมหลายประเภท จะดัดลอน จัดทรง เรียบตรง และซ่อนเส้นผมชี้ฟู โดยไม่เกิดความเสียหายจากความร้อน
  • Dyson Supersonic™ hair dryer ไดร์เป่าผมที่เป่าผมแห้งเร็ว ขับเคลื่อนด้วย Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ V9 ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง หมุนด้วยความเร็วสูงถึง 110,000 รอบต่อนาที เร็วกว่ามอเตอร์ไดร์เป่าผมทั่วไปถึง 6 เท่า พร้อมระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะหรือ Intelligent Heat Control วัดอุณหภูมิอากาศมากกว่า 40 ครั้งต่อวินาที และควบคุมความร้อนเพื่อช่วยปกป้องเส้นผมของคุณให้เงางาม ตอนนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่หลากหลายสำหรับผมประเภทต่างๆ รวมถึง Flyaway attachment
  • Dyson Corrale™ straightener เครื่องหนีบผมตรงเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้แผ่นโค้งงอจัดทรงเพื่อรวบผม ซึ่งช่วยให้จัดแต่งทรงด้วยการใช้ความร้อนที่ไม่สูงมากและทำร้ายผมน้อยลง ประกอบด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะเพื่อควบคุมและปรับอุณหภูมิของแผ่นโค้งงอ 100 ครั้งต่อวินาที   ให้มั่นใจได้ถึงพลังและความร้อนที่สม่ำเสมอเพื่อการจัดแต่งทรงผมที่ดียิ่งขึ้นโดยไม่ทำให้ผมเสีย ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์แบบไร้สาย

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson ZoneTM เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ ที่ www.dyson.co.th และ Dyson Demo Store ทุกสาขาจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ที่ Dyson Demo Store ทุกสาขา

บีเอสเอเผยงานสาธารณะความปลอดภัยในประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะเสี่ยง หากบริษัทวิศวกรรมและการออกแบบใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

สืบเนื่องจากรายงานล่าสุดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในงานสาธารณะ บีเอสเอ|กลุ่มพันธมิตรซอฟต์แวร์ (BSA | Software Alliance) จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคธุรกิจในประเทศไทยตระหนักและแน่ใจว่าองค์กรต้องใช้เพียงซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์และปลอดภัยเท่านั้น การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายล่าสุดโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าดำเนินคดีเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในบริษัทวิศวกรรมและการออกแบบที่มีส่วนร่วมในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทย

การเข้าตรวจค้นเมื่อไม่นานมานี้ เผยให้เห็นว่าผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือวัดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเขื่อนในประเทศไทยได้ใช้ซอฟต์แวร์ AutoCAD ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อออกแบบพิมพ์เขียวที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือวัดเฉพาะทางสำหรับใช้ในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติและการใช้งานที่สำคัญอื่น ๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบการใช้ซอฟต์แวร์ AutoCAD ผิดกฎหมายจำนวน 8 ไลเซ่น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านบาท

จากข้อมูลของบีเอสเอ ในกรณีของการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายถือเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงผู้นำธุรกิจในงานสาธารณะและภาคโครงสร้างพื้นฐาน ผู้บริหารของบีเอสเอทราบดีถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่สำคัญในประเทศไทย ว่าจะนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะและความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร

“เนื่องด้วยประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมในความพยายามเหล่านี้จะต้องมั่นใจในความสมบูรณ์แบบของโครงการของตนและความปลอดภัยต่อสาธารณชน” นายดรุณ ซอว์เนย์ ผู้อำนวยการอาวุโสของ บีเอสเอ กล่าว “ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและผู้นำธุรกิจในการจัดหาซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายมาใช้งาน เนื่องจากไม่เพียงรับประกันความปลอดภัยของโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่ยังช่วยในด้านการป้องกันเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น”

บก.ปอศ.กล่าวว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ทางบก.ปอศ.ได้มีการบุกตรวจจับบริษัทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากกว่า 104 แห่ง ที่มีการใช้ซอฟต์แวร์ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 120 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ค้นพบซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมากกว่า 500 รายการ

“เราเชื่อว่ามีบริษัทวิศวกรรมอีกมากมายที่จงใจใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าบริษัทวิศวกรรมบางแห่งไม่มีการจัดการการใช้ซอฟต์แวร์อย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้นักออกแบบของพวกเขาใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์” นายดรุณ กล่าว “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การใช้ซอฟต์แวร์ในลักษณะนี้มีความอันตรายและไม่จำเป็น โดยปกติแล้วบริษัทวิศวกรรมรายใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานระดับชาตินั้น ได้รับงบประมาณจำนวนมากจากรัฐบาล ดังนั้นพวกเขาควรลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์การออกแบบที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย ผู้เสียภาษีสมควรที่จะได้รับรู้ว่างานสาธารณะต่าง ๆ ได้รับการออกแบบโดยใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งช่วยให้การใช้ชีวิตของพวกเขาปลอดภัย”

ในระหว่างกระบวนการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังพบว่าบริษัทบางแห่งใช้แนวทางการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องโดยการให้พนักงานแอบอ้างว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่นั้นหมดอายุและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบขณะการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์

“แม้ว่าความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานในประเทศจะน่าประทับใจ แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ให้มากขึ้นในภาคธุรกิจเรื่องความสำคัญระยะยาวของการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์เพื่อปกป้องผู้คนและองค์กรของพวกเขา” นายดรุณ กล่าว “การรร่วมมือของ บีเอสเอ ในการให้ความรู้แก่บริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบเกี่ยวกับข้อดีของซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์และปลอดภัยจะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดย บีเอสเอ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนความคิดริเริ่มในการที่จะสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป้าหมายหลักของเราคือการปกป้องเหล่าองค์กรจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและรับรองว่าความปลอดภัยของสาธารณะ”

ความปลอดภัยและเสถียรภาพของโครงการสาธารณประโยชน์จะอยู่ในความเสี่ยงเมื่อภาคธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใบอนุญาต บีเอสเอ จึงได้ร่วมมือกับรัฐบาลทั่วโลกในการดำเนินการและจัดการให้แน่ใจว่าภาคธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายการซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องผ่านการเน้นย้ำความสำคัญของซอฟต์แวร์ที่มีใบอนุญาตและความปลอดภัยในโครงการงานบริการสาธารณะ ซึ่งในปีที่ผ่านมา บีเอสเอ ได้มีการเปิดตัวแคมเปญการศึกษา เพื่อเผยแพร่คู่มือการรับมือและแนวทางปฏิบัติซึ่งได้อธิบายเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่กำลังเพิ่มขึ้นและให้คำแนะแก่นักธุรกิจในการเตรียมความพร้อมและการรักษาความปลอดภัยในทางไซเบอร์ โดย BSA จะยังคงดำเนินโครงการที่คล้ายกันนี้เพื่อป้องกันกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ จากอันตรายทางไซเบอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

# # #

เกี่ยวกับบีเอสเอ

บีเอสเอ | กลุ่มพันธมิตรซอฟต์แวร์ (BSA | The Software Alliance) (www.bsa.org) เป็นผู้นำในการผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทั่วโลกต่อรัฐบาลประเทศต่างๆ และในตลาดระดับสากล สมาชิกของบีเอสเอได้แก่บริษัทนวัตกรรมชั้นนำของโลก ผู้สร้างสรรค์โซลูชันซอฟต์แวร์ที่จุดประกายเศรษฐกิจและพัฒนาชีวิตยุคใหม่ บีเอสเอมีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตันดีซี และดำเนินการในกว่า 60 ประเทศ โดยได้บุกเบิกโครงการสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์ และสนับสนุนนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีและขับเคลื่อนการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล

vivo มอบความสนุก พิเศษทุกความรู้สึก ผ่านบูธกิจกรรม Aura Portrait Studioในคอนเสิร์ตครบรอบ 9 ปี “vivo V29e 5G x What The Duck Family & Friends Party”

และหนึ่งในศิลปินตัวท็อปที่มาขึ้นเวทีในคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ “โบกี้ไลอ้อน – พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ” เจ้าของเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย

สามารถเป็นเจ้าของ vivo V29e 5G ได้แล้ววันนี้ ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ vivo Official Store และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับโปรโมชันดี ๆ ผ่อน 0% นานสูงสุด 48 เดือน กับผู้ให้บริการเครือข่าย พร้อมรับของสมนาคุณจากแบรนด์และสิทธิพิเศษอีกมากมาย

สอบถามและติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่

TRUE: https://bit.ly/476YkdX

dtac: https://bit.ly/3QC5x0e

AIS: https://bit.ly/49cbc4i

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก vivo Thailand และเว็บไซต์ https://www.vivo.com/th

#vivoV29e5G#ออร่าพอร์ตเทรตพิเศษทุกความรู้สึก