เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
Your privacy is important to us. We need your data just for the important process of services. Please allow if you accept the term of privacy comply with PDPA. Read term and privacy policy
คู่หูพอร์ตเทรตรุ่นล่าสุดจาก V Series เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ 29 สิงหาคมนี้!
กรุงเทพฯ 15 สิงหาคม 2567 –vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก เตรียมพร้อมเปิดประสบการณ์พอร์ตเทรตรูปแบบใหม่ให้เหล่า vivo fans ได้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้งกับการเปิดตัว vivo V40 5G และ V40 Pro 5G สมาร์ตโฟน 2 รุ่นล่าสุดจากตระกูล V Series พร้อมยกระดับนวัตกรรมภาพพอร์ตเทรตให้เหนือไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์ระดับโลกอย่าง ZEISS ภายใต้แนวคิด ZEISS Portrait So Pro หรือ ‘พอร์ตเทรตเปิด เกิดทุกคน’ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาแจ้งเกิดกับพอร์ตเทรตระดับโปรไปด้วยกันวันที่ 29 สิงหาคมนี้!
vivo เตรียมเอาใจผู้ที่มีความหลงใหลในการถ่ายภาพ จัดเต็มกับเลนส์กล้องคุณภาพสูงและเทคโนโลยีการถ่ายภาพระดับแนวหน้าที่พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์ระดับโลกอย่าง vivo ZEISS Co-engineered ให้ผู้ใช้งาน V Series ได้สัมผัสกันอีกครั้งหลังจากได้กระแสตอบรับล้นหลามจากรุ่น V30 Pro 5G พร้อมอัปเกรดนวัตกรรมและฟีเจอร์ระดับเทพยิ่งขึ้นให้ผู้ใช้งานได้สนุกไปกับการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแวดล้อม
นอกจากประสบการณ์พอร์ตเทรตที่ทรงพลังขึ้นแล้ว vivo V40 5G และ V40 Pro 5G ยังเสริมความพิเศษกว่าที่เคยด้วยดีไซน์โมดูลกล้องรูปแบบใหม่ ‘Gemini Ring’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสมมาตรอันงดงามและมีเอกลักษณ์ของกลุ่มดาวราศีเมถุน เพิ่มความสวยงามให้กับโมดูลกล้องหลังด้วยรูปทรงโค้งมนที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวกับการออกแบบโดยรวม ดีไซน์ตัวเครื่องยังคงความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ตอกย้ำแนวคิดการออกแบบของ vivo ที่มุ่งเน้นการผสานความโฉบเฉี่ยวทันสมัยเข้ากับประสิทธิภาพการทำงานอันยอดเยี่ยม
vivo V30e 5G เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ภายใต้แนวคิด “Shine Like One Shot” หรือ“ช็อตเดียวก็ปัง” พร้อมส่งมอบประสบการณ์พอร์ตเทรตระดับโปรด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์ Sony IMX882 เพื่อภาพถ่ายพอร์ตเทรตคมชัดทุกรายละเอียดแม้ในที่แสงน้อย นำเสนอบนดีไซน์เรียบหรูที่สะท้อนแรงบันดาลจากนาฬิการะดับไฮเอนด์ วางจำหน่ายใน 2 เฉดสีสุดพรีเมียม ได้แก่ สีน้ำตาล Coco Brown และ สีขาว Cloud White
vivo fans สามารถรับชมวิดีโอสุดพิเศษจาก vivo และ ‘เจ-ชนาธิป’ พร้อมสัมผัสเรื่องราวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก vivo Thailand และ YouTube vivo Thailand รวมถึงสัมผัสประสบการณ์พอร์ตเทรตระดับมืออาชีพในราคาที่จับต้องได้กับ vivo V30e 5G ได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://vivo.com/th/
เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ถือเป็นการพัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม DM พลังงานขับเคลื่อนเทคโนโลยีรูปแบบ Plug-In Hybrid เจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งทีมพัฒนาของ BYD เองนั้นสะสมประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดตั้งแต่เจนเนอเรชันที่ 1 ถึง เจนเนอเรชันที่ 4 มาร่วม 15 ปี ซึ่งการพัฒนาเพื่อขีดจำกัดของประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและเพื่อสอดคล้องกับการใช้รถพลังงานสะอาด เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่ปัจจุบันถูกใช้ใน BYD SEALION 6 DM-i หรือแม้กระทั่งรุ่นอื่นๆ ที่พัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม DM-i Super Hybrid นั้นจะขับเคลื่อนสภาวะขับเคลื่อน Hybrid รูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ ดังนี้
EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า โดยเป็นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ซึ่งมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและไร้เสียงรบกวนเสมือนกับการขับยานยนต์ไฟฟ้า 100%
Series Mode: หรือโหมด HEV แบบอนุกรม เป็นโหมดการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังการขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์ที่มีการเดินเครื่องที่เรียบเนียนจึงทำให้การสร้างพลังงานไร้รอยต่อและสร้างสรรค์การขับเคลื่อนให้มีความนุ่มนวล และด้วยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักจึงทำให้การขับเคลื่อนนั้นเสมือนยนตกรรมไฟฟ้ามากที่สุด
ด้วยการพัฒนา BYD Blade Battery ที่มีรูปแบบการออกแบบการจัดวางอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ในพื้นที่ที่จำกัดสามารถที่จะรองรับความจุของเซลล์แบตเตอรี่ได้มากกว่า จึงทำให้ความจุของแบตเตอรี่สามารถมีความจุที่มากกว่าในพื้นที่ที่จำกัดหากเทียบกับแบตเตอรี่ของรถยนต์พลังงานใหม่อื่นๆ ในท้องตลาด ส่งผลให้รถยนต์พลังงานใหม่ของ BYD สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในระยะทางที่ไกลกว่า และหากยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานระยะเวลาในการชาร์จไฟจาก SOC 10%-80% ที่เร็วที่สุดด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 33 นาทีตลอดจนสามารถรับส่งกำลังได้อย่างมีเสถียรภาพ รถยนต์พลังงานใหม่ที่ติดตั้งด้วย BYD Blade Battery จึงมีประสิทธิภาพสูงในการเร่งและการใช้ความเร็วสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและปลอดภัยไร้กังวลตลอดเส้นทาง
โดดเด่นด้วยการต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี Cell to Body ด้วย BYD Blade Battery
นอกเหนือจากการใช้ BYD Blade Battery ด้วยเทคโนโลยี Cell to Pack (CTP) เป็นพื้นฐานแล้วนั้น ยังคงมีความยีดหยุ่นในการต่อยอดการพัฒนาการใช้งานเป็นเทคโนโลยี Cell to Body (CTB) ได้อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีนี้เองจะช่วยในเรื่องของการใช้พื้นที่และการจัดการน้ำหนักรถ นอกเหนือจากนั้นยังเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างรถยนต์ให้มีความแข็งแกร่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง รวมถึงให้รถมีความสมดุลซึ่งจะช่วยเสริมในด้านของประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์ให้มีความมั่นคงและมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
อายุการใช้งานยาวนาน ประหยัดค่าบำรุงรักษา
BYD Blade Battery เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD นั้นโดดเด่นเรื่องความทนทาน ทำให้อายุการใช้งานนั้นยาวนานเป็นพิเศษ โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD ทุกรุ่นจะได้รับสิทธิ์ RÊVER Care ที่การันตีการรับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[1] โดยที่แบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้เองจึงช่วยลดต้นทุนในระยะยาวสำหรับการดูแลรักษาระบบขุมพลังของรถยนต์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าตลอดการใช้งาน
หากใครสนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัย ทรงประสิทธิภาพ และอุ่นใจได้ทุกเส้นทาง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่มีจำหน่ายและพร้อมส่งมอบในประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์เรเว่ ออโตโมทีฟ หรือสนใจทดลองขับสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการ BYD ใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ