soundcore ประกาศเปิดตัว “Anker soundcore Work – AI Recorder Coin” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

soundcore ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด Anker soundcore Work – AI Recorder Coin ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะจากทางแบรนด์ soundcore พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพและเหล่าครีเอเตอร์ ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้คล่องตัวและชาญฉลาดยิ่งกว่าเดิม

สร้างสรรค์มาเพื่อคนไทยวัยทำงาน
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ คนไทยวัยทำงานต้องรับมือกับการประชุม การนำเสนองาน การสัมภาษณ์ และโปรเจกต์ความร่วมมือต่าง ๆ มากมายในแต่ละสัปดาห์ ทว่าเรายังคงต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการนั่งถอดความและจัดระเบียบเนื้อหาจากการสนทนาเหล่านั้นด้วยตัวเอง Anker soundcore Work – AI Recorder Coin ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกภาระเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการบันทึกทุกคำพูดได้อย่างแม่นยำ พร้อมสร้างสรุปเนื้อหาที่นำไปใช้งานต่อได้ทันที และแชร์ข้อมูลได้รวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที

อุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นการเปิดตัวนิยามใหม่ของนวัตกรรมที่ AI และความคล่องตัวมาบรรจบกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้บริหารที่ต้องดูแลการประชุมแบบ Hybrid, นักข่าวที่ต้องสัมภาษณ์แหล่งข้อมูล หรือนักศึกษาที่กำลังเตรียมทำรายงานโปรเจกต์ Anker soundcore Work – AI Recorder Coin จะช่วยให้ทุกคนจดจ่ออยู่กับการคิดวิเคราะห์และการสนทนาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพะวงกับการพิมพ์หรือการนั่งจดบันทึกอีกต่อไป

วิธีทำงานที่สมาร์ทกว่าเดิม
ภายใต้แนวคิด “Do Less, Capture More” หรือการลงมือน้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น Anker soundcore Work – AI Recorder Coin จะเปลี่ยนนิยามของการบันทึกไอเดียและการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่ทรงพลัง

ขนาดกะทัดรัด – ด้วยน้ำหนักเพียง 10 กรัม AI Recorder Coin จึงมีน้ำหนักเบายิ่งกว่าเหรียญ มอบความคล่องตัวขนาดพกพาอย่างแท้จริงโดยไม่สร้างภาระในการใช้งาน
การถอดความและสรุปโดย AI – อัลกอริทึมอัจฉริยะช่วยแปลงเสียงพูดเป็นข้อความที่มีโครงสร้างชัดเจน รองรับมากกว่า 100 ภาษา พร้อมสร้างสรุปการประชุมหรือรายการสิ่งที่ต้องทำที่กระชับและเข้าใจง่ายได้ในทันที
การทำงานที่ลื่นไหลไร้รอยต่อ – ทุกคนสามารถเริ่มต้นบันทึกเสียงได้ง่าย ๆ เพียงคลิกเดียว พร้อมฟังก์ชัน Double-tap เพื่อไฮไลต์ช่วงสำคัญ และสำหรับผู้ใช้ Apple จะได้รับประสบการณ์การถ่ายโอนข้อมูลผ่าน Bluetooth แบบเรียลไทม์ พร้อมการซิงค์ข้อมูลที่รวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชัน มั่นใจได้ในความลื่นไหลทุกขั้นตอน
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – ข้อมูลที่บันทึกไว้ทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสอย่างปลอดภัยและจะถูกลบออกทันทีหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการถอดความ เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวอย่างครบถ้วน
ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกจังหวะชีวิต – ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาธุรกิจไปจนถึงการบรรยายในห้องเรียน หรือจากการระดมสมองไปจนถึงงานอีเวนต์หลายภาษา ทุกช่วงเวลาสำคัญจะถูกบันทึกไว้อย่างแม่นยำ สรุปเนื้อหาได้อย่างตรงประเด็น และแชร์ข้อมูลต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ

การผสานรวมระหว่างการออกแบบที่ชาญฉลาด, เทคโนโลยี AI ที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ soundcore ในการยกระดับรูปแบบการทำงานและการสื่อสารของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น เพราะด้วย Anker soundcore Work – AI Recorder Coin ทุกไอเดียล้วนมีความหมาย และทุกวินาทีของคุณมีค่าเสมอ

วิสัยทัศน์ของ soundcore ในประเทศไทย
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) และเปิดรับเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทาง soundcore เล็งเห็นศักยภาพอันมหาศาลในการสนับสนุนให้กลุ่มคนทำงานสามารถทำงานได้อย่าง “ฉลาดขึ้น โดยไม่ต้องเหนื่อยหนักกว่าเดิม” (Smarter, Not Harder) ซึ่งการเปิดตัว Anker soundcore Work – AI Recorder Coin คือรูปธรรมของความตั้งใจนี้ ในการเปลี่ยนการสนทนาในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่มีค่าได้ในทันที

“ที่ soundcore เราเชื่อว่าเทคโนโลยีควรมีหน้าที่ส่งเสริมศักยภาพและการจดจ่อของมนุษย์” ตัวแทนจาก soundcore กล่าว “แทนที่จะต้องเสียเวลาไปกับการนั่งย้อนจดบันทึกการประชุม คนไทยวัยทำงานสามารถวางใจให้ AI ช่วยสรุป จัดระเบียบ และดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนได้เวลาคืนมาเพื่อนำไปใช้ในการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ แทน

การวางจำหน่ายและข้อเสนอพิเศษ
Anker soundcore Work – AI Recorder Coin จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ราคา 4,999 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop (Anker Official Store) และร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ พิเศษช่วงเปิดตัว! สำหรับลูกค้าที่ซื้อและลงทะเบียนใช้งานภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์อัปเกรดเป็น Pro Membership ฟรี 6 เดือน (มูลค่า 2,199 บาท) เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ AI ระดับสูง และเพิ่มโควตานาทีในการถอดความให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วยคำค้นหา “Anker AI Recorder Coin” หรือ “Anker soundcore Work” และติดตามข่าวสารล่าสุดรวมถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Anker Thailand

ที่มา

Google เดินหน้าขยายขีดความสามารถของ Gemini อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดตัว Lyria 3 โมเดล AI สร้างดนตรีรุ่นใหม่

Google เดินหน้าขยายขีดความสามารถของ Gemini อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดตัว Lyria 3 โมเดล AI สำหรับสร้างดนตรี (Music Generation Model) รุ่นใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพเสียง ความสมจริง และการควบคุมรายละเอียดของเพลงได้เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า

การมาของ Lyria 3 สะท้อนทิศทางสำคัญของ Google ที่ต้องการผลักดัน AI เชิงสร้างสรรค์ (Creative AI) ให้ครอบคลุมทั้งข้อความ ภาพ วิดีโอ และตอนนี้คือ “ดนตรีระดับโปรดักชัน”

🎵 Lyria 3 คืออะไร?

Lyria 3 คือโมเดล AI สำหรับสร้างเพลงและองค์ประกอบทางดนตรีจากข้อความ (Text-to-Music) โดยถูกพัฒนาให้:

สร้างเพลงคุณภาพสูงขึ้น

ควบคุมสไตล์ แนวเพลง และอารมณ์ได้แม่นยำกว่าเดิม

ให้โครงสร้างเพลงที่สมจริงมากขึ้น เช่น อินโทร ท่อนฮุก บริดจ์

รองรับงานเชิงพาณิชย์และงานครีเอเตอร์

โมเดลนี้ถูกผสานเข้ากับระบบของ Google DeepMind และเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม Gemini

🚀 จุดเด่นของ Lyria 3
1. คุณภาพเสียงระดับโปรดักชัน

Lyria 3 ปรับปรุงคุณภาพเสียงให้มีความคมชัดและสมจริงยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของเครื่องดนตรี จังหวะ และไดนามิกของเพลง

2. ควบคุมรายละเอียดได้ละเอียดกว่าเดิม

ผู้ใช้สามารถระบุ:

แนวเพลง (Pop, EDM, Orchestral, Jazz ฯลฯ)

อารมณ์เพลง (ดราม่า สนุก สดใส ลึกลับ)

จังหวะและบีท

โครงสร้างเพลง

AI จะสร้างผลงานที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ระบุใน Prompt มากขึ้น

3. เหมาะกับ Creator และนักพัฒนา

Google วางตำแหน่ง Lyria 3 สำหรับ:

ครีเอเตอร์ที่ต้องการเพลงประกอบวิดีโอ

นักพัฒนาแอปที่ต้องการระบบสร้างเพลงอัตโนมัติ

โปรดิวเซอร์ที่ต้องการไอเดียต้นแบบ (Music Drafting)

🤖 Gemini กำลังกลายเป็นแพลตฟอร์ม Multi-Modal เต็มรูปแบบ

การเปิดตัว Lyria 3 แสดงให้เห็นว่า Gemini ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลแชตหรือสร้างข้อความ แต่กำลังพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจรที่รองรับ:
Text
Image
Video
Code
และตอนนี้คือ Music

Google กำลังสร้าง Ecosystem ที่รวมความสามารถ AI ทุกด้านไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

⚖️ ประเด็นด้านลิขสิทธิ์และความโปร่งใส

เช่นเดียวกับ AI ด้านภาพและวิดีโอ การสร้างเพลงด้วย AI ทำให้เกิดคำถามด้านลิขสิทธิ์ Google ระบุว่ามีการพัฒนาแนวทางด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์และการใช้งานในทางที่ไม่เหมาะสม

📊 สรุปภาพรวม

Lyria 3 คือก้าวสำคัญของ Google ในตลาด AI สร้างสรรค์ โดยเฉพาะด้านดนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทั้งในวงการครีเอเตอร์และอุตสาหกรรมบันเทิง

หากพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Gemini อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวมทุกเครื่องมือสร้างสรรค์ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่เขียนบท ทำภาพ สร้างวิดีโอ ไปจนถึงแต่งเพลง

ที่มา

Google อัปเกรด Chrome ครั้งใหญ่ เน้น Productivity ทำงานเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเป็นระเบียบกว่าเดิม

Google ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Google Chrome โดยโฟกัสชัดเจนที่การเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity) สำหรับผู้ใช้งานทั้งสายทำงาน นักเรียน นักพัฒนา และองค์กรธุรกิจ ที่ต้องเปิดแท็บจำนวนมากและทำงานหลายอย่างพร้อมกันในแต่ละวัน

การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การปรับดีไซน์เล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ใช้งาน Chrome ให้ “จัดการง่ายขึ้น ค้นหาเร็วขึ้น และทำงานลื่นไหลขึ้น” อย่างเห็นได้ชัด

🔎 1. ค้นหาแท็บเร็วขึ้น ไม่ต้องไล่หาทีละอัน

หนึ่งในปัญหาหลักของผู้ใช้ Chrome คือ “แท็บล้นจอ” โดยเฉพาะคนที่เปิดงานหลายโปรเจกต์พร้อมกัน

Google ได้ปรับปรุงระบบ Tab Search ให้ฉลาดขึ้น ช่วยให้:

ค้นหาแท็บที่เปิดอยู่ได้รวดเร็วกว่าเดิม

ค้นหาแท็บที่เคยปิดไปแล้วได้ง่าย

ค้นหาข้ามอุปกรณ์ (ถ้าใช้บัญชี Google เดียวกัน)

ผลลัพธ์คือ ลดเวลาการไล่หาแท็บ และช่วยให้โฟกัสกับงานได้มากขึ้น

📌 2. Tab Groups จัดระเบียบงานเป็นหมวดหมู่

Chrome พัฒนาฟีเจอร์ Tab Groups ให้ใช้งานง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่ทำงานหลายหัวข้อ เช่น:

งานลูกค้าแต่ละราย

โปรเจกต์แยกตามทีม

การค้นคว้าแต่ละหัวข้อ

ผู้ใช้สามารถ:

ตั้งชื่อกลุ่มแท็บ

เลือกสีแยกหมวดหมู่

ยุบ/ขยายกลุ่มแท็บเพื่อลดความรกหน้าจอ

ฟีเจอร์นี้ช่วยเปลี่ยน Chrome จาก “เบราว์เซอร์ธรรมดา” ให้กลายเป็นเครื่องมือจัดการงานแบบ lightweight productivity tool ได้เลย

⚡ 3. ประสิทธิภาพดีขึ้น โหลดเร็ว ใช้ RAM ฉลาดขึ้น

Google ยังคงปรับปรุงด้าน Performance อย่างต่อเนื่อง โดยเน้น:

ลดการใช้หน่วยความจำ (Memory optimization)

จัดการแท็บที่ไม่ได้ใช้งานให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง

เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ

สำหรับผู้ใช้ที่เปิดแท็บจำนวนมากหรือใช้งานบนโน้ตบุ๊ก จะเห็นผลเรื่องความลื่นและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น

🔐 4. ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งขึ้น

Chrome ยังคงเสริมระบบความปลอดภัย เช่น:

การเตือนเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย

ระบบป้องกันฟิชชิ่ง

การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์

Google ย้ำว่าการเพิ่ม Productivity ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยของผู้ใช้

💼 Chrome กำลังกลายเป็น “Workspace” เต็มตัว

จากการอัปเดตครั้งนี้จะเห็นว่า Chrome ไม่ได้เป็นแค่เว็บเบราว์เซอร์อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่เครื่องมือทำงานครบวงจร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับ:

Google Docs / Sheets / Slides

Google Drive

Google Meet

ส่วนขยาย (Extensions) ด้าน Productivity

แนวทางนี้ทำให้ Chrome แข็งแกร่งมากในตลาดองค์กรและผู้ใช้สายทำงาน

📊 สรุปภาพรวม

การอัปเดต Chrome รอบนี้เน้น 3 แกนหลัก:

จัดการแท็บง่ายขึ้น

ทำงานเร็วขึ้น

ใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้จะไม่มีดีไซน์ใหม่หวือหวา แต่เป็นการพัฒนา “ประสบการณ์ใช้งานจริง” ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในชีวิตประจำวันโดยตรง

ที่มา https://blog.google/products-and-platforms/products/chrome/chrome-productivity-improvements/

vivo V70 ดึง ‘หลิง-ออม’ คัมแบ็กในฐานะ vivo Friends ชวนตามล่าช็อตสวยแบบ ‘ลูกรักพระเจ้า’ 26 ก.พ. นี้

vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก เตรียมปลุกกระแสใหม่ในตลาดสมาร์ตโฟนพอร์ตเทรตด้วยการเปิดตัว vivo V70 รุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล V Series ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดโดดเด่น ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’ ที่พร้อมยกระดับทุกช็อตให้ “ขึ้นกล้อง” อย่างเป็นธรรมชาติ โดยครั้งนี้ได้สองนักแสดงสาวขวัญใจแฟน ๆ อย่าง ‘หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง’ และ ‘ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์’ กลับมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของการถ่ายภาพพอร์ตเทรตบนสมาร์ตโฟนอีกครั้งในฐานะ vivo Friends ปักวันเผยโฉมอย่างเป็นทางการ 26 กุมภาพันธ์นี้!

vivo ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด vivo V70 ที่พร้อมจะเสกทุกการกดชัตเตอร์ให้กลายเป็น ‘ช็อตลูกรักพระเจ้า’ ได้อย่างง่ายดาย เน้นเจาะกลุ่มผู้รักการถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับโปรด้วยระบบกล้องสุดล้ำที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS พาร์ตเนอร์เลนส์ชั้นนำระดับโลก มอบผลลัพธ์ภาพถ่ายที่คมชัด มีมิติ และถ่ายทอดความสง่างามของบุคคลออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติในทุกสถานการณ์ โดยครั้งนี้ได้สองนักแสดงสาวชื่อดังอย่าง หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ และ ออม-กรณ์นภัส ควงแขนกันกลับมาร่วมงานอีกครั้งในฐานะ vivo Friends พร้อมเป็นตัวแทนแชร์ประสบการณ์ความงามในแบบฉบับลูกรักพระเจ้าอย่างแท้จริง ผ่านภาพลักษณ์ความพรีเมียมและนิยามความสวยอย่างไร้ที่ติ

A cell phone on a grass field

AI-generated content may be incorrect.

นอกจากสมรรถนะของกล้องที่เหนือระดับแล้ว vivo ยังขอเอาใจชาว Gen Z และนักสะสมอาร์ตทอยด้วยคอลแลบสุดพิเศษกับ POP MART ดึงเอาคาแรกเตอร์น่ารักปนซุกซนอย่าง ZSIGA ในคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ‘Under the Sun’ มาเติมเต็มสีสันให้กับการเปิดตัวครั้งนี้อีกด้วย ตอกย้ำการเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่ผสานความล้ำเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

A group of cell phones

AI-generated content may be incorrect.

vivo V70 นำเสนอบนดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว จับถือสะดวก และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวใน 3 ตัวเลือกสีสันสุดพรีเมียม ได้แก่ สีทอง Golden Hour เปล่งประกายมีเสน่ห์เหมือนท้องฟ้ายามเย็น สี Alpine Gray โทนเทาเรียบเท่ ทันสมัย และสีดำ Authentic Black สุดคลาสสิกเหนือกาลเวลา ทำงานบนระบบปฏิบัติการใหม่แกะกล่องอย่าง OriginOS 6 พร้อมฮาร์ดแวร์ที่ลื่นไหลและตอบสนองฉับไว รองรับการใช้งานตลอดวันด้วย แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6500mAh พร้อมเทคโนโลยี 90W FlashCharge เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69

ปักหมุดรอไว้ได้เลย! vivo V70 เตรียมนับถอยหลังสู่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดรับสมัครเหล่า “ลูกรักพระเจ้า” และแฟน ๆ มาร่วมรับชมความสนุกในงานเปิดตัว พบกับ ‘หลิง-ออม’ ในฐานะ vivo friends และแขกรับเชิญพิเศษสุดเซอร์ไพรซ์ พร้อมกันวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ผ่านไลฟ์สตรีมมิงบนช่องทางโซเซียลมีเดียของ vivo ประเทศไทย ดังนี้

Facebook: vivo Thailand
Tiktok: vivo Thailand
X: vivo Thailand
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก vivo Thailand และเว็บไซต์ https://www.vivo.com/th.com/th

#vivo #vivoV70 #เสกช็อตลูกรักพระเจ้า #vivoV70xLingOrm

ที่มา

Amazfit T-rex Ultra 2 สมาร์ทวอทช์ตอบโจทย์สายเอ็กซ์สตรีมตัวจริง

Zepp Health (เซปป์ เฮลท์) บริษัทด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit T-Rex Ultra 2 ที่ถือเป็นรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในไลน์ของ T-Rex เพราะถูกออกด้วยวัสดุคุณภาพสูงมีความแข็งแรงทนทาน รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น พร้อมลุยทุกกิจกรรมเอ็กซ์สตรีม

Amazfit T-Rex Ultra 2 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 51 มม. กระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน และขอบตัวเรือนและฝาหลังทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงทั้งบนและใต้น้ำ ด้วยคุณสมบัติกันน้ำ 10 ATM (ประมาณ 100 เมตร) และได้รับการรับรองมาตรฐานการดำน้ำได้อย่างดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 30 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์ และติดตามตำแหน่งด้วย GPS ได้นานกว่า 50 ชั่วโมง ทำให้ T-Rex Ultra 2 พร้อมรองรับการผจญภัยหลายวันได้อย่างยาวนานอย่างมีประสิทธิภาพ มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 64GB สามารถบันทึกแผนที่ เพลง และกิจกรรมต่างๆ ลงในนาฬิกาได้โดยตรง ทำให้เดินทางการผจญภัยได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องกังวลกับการพกโทรศัพท์มือถือ

Amazfit T-Rex Ultra 2 รุ่นนี้ยังมีไฟฉายแบบสองโหมดในตัว ปรับความสว่างได้ ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นหน้าจอนาฬิกาได้อย่างชัดเจนขณะสวมแว่นมองกลางคืนที่มีสภาพทัศนวิสัยต่ำและมีสัญญาณ SOS สำหรับกรณีฉุกเฉิน เปิดใช้งานโหมด Boost เพื่อเพิ่มแสงสว่างเมื่อต้องใช้ระบบ GPS นำทางในเวลากลางคืนหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

และยังเป็นครั้งแรกในตระกูล T-Rex ที่มาพร้อมแผนที่สีสันสดใสในแอป Zepp ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกสถานที่ที่ต้องการลงในนาฬิกาหรือค้นหาสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถกำหนดเส้นทางใหม่อัตโนมัติเพื่อใช้ระบบนำทางด้วยระบบ GPS ขั้นสูงที่รองรับโดยระบบดาวเทียม 6 ดวง จึงให้การระบุตำแหน่งและการนำทางรวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงข้อมูลแผนที่ก็ยังได้รับการพัฒนาให้สามารถแยกแยะประเภทของภูมิประเทศได้ดียิ่งขึ้นด้วย มีการวางแผนเส้นทางแบบออฟไลน์ที่ขยายได้สูงสุดถึง 100 กม.

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ที่ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมการเดินทางและปีนเขาในเส้นทางผจญภัย อย่างระบบแสดงจุดตรวจสอบอัจฉริยะและการแจ้งเตือน ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถกำหนดจุดสำคัญ เช่น แหล่งน้ำ ที่พัก ระดับความสูง หรือการแบ่งช่วงการปีนเขาในระดับความสูงที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของการปีนเขาที่จะเกิดขึ้นได้ชัดเจนและสามารถจัดการจังหวะการเดิน วิ่ง และปีนได้ดียิ่งขึ้นตลอดการปีนเขา อีกทั้งยังมีการปรับจังหวะตามความลาดชันเพื่อให้ได้ข้อมูลประสิทธิภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้นบนภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆอย่างการบันทึกเสียงระหว่างการออกกำลังกาย การโทรผ่านบลูทูธและการแจ้งเตือนด้วยเสียง และยังสามารถทำงานร่วมกับแอป Zepp ได้อย่างราบรื่น ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการฝึกฝน การฟื้นตัว การนอนหลับ โภชนาการ และสุขภาพโดยรวมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Amazfit ในทุก ๆ รุ่น

Amazfit T-rex Ultra 2 มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 19,990 บาท ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit บน Shopee, Lazada และ TikTok Shop สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amazfit.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: @AmazfitThailand
###

ที่มา

แอลจี ประเทศไทย ปฏิวัติชีวิตยุคใหม่ เปิดงาน ‘LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You’

เพื่อช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แอลจียังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าใจและใส่ใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสชีวิตที่ “Life’s Good” อย่างยั่งยืนต่อไป

แอลจีชวนลูกค้าสัมผัสนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแอลจีกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้าและดีลเลอร์ชั้นนำ เพื่อมอบประสบการณ์การเลือกซื้อที่สะดวกและมั่นใจในคุณภาพการบริการ พร้อมเปิดช่องทางออนไลน์ทางการที่ www.lg.com/th ให้ลูกค้าเลือกช้อปได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับ “Secret Deal โปรลับต้องคลิก” ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.lg.com/th/promotions/secretdeal สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 0-2057-5757 หรือติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิพิเศษจากแอลจีได้ทาง Facebook: LG Global และ Instagram: @lg_thailand

ที่มา

Apple เตรียมจัดงานอีเวนต์ 4 มีนาคมนี้ คาดเปิดตัว Mac และ iPad รุ่นใหม่

Apple ประกาศเตรียมจัดงานอีเวนต์ครั้งถัดไปในวันที่ 4 มีนาคม ที่จะถึงนี้ โดยแม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัว แต่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากวงการเทคโนโลยีชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เราอาจได้เห็นการอัปเดตใหญ่ในกลุ่ม Mac และ iPad รุ่นใหม่ รวมถึงชิป Apple Silicon เจเนอเรชันล่าสุด

ไฮไลต์ที่คาดว่าจะเปิดตัว
💻 Mac รุ่นใหม่พร้อมชิป M รุ่นอัปเกรด

หนึ่งในความเป็นไปได้สูงคือการเปิดตัว MacBook หรือ Mac รุ่นปรับสเปก ที่มาพร้อมชิปตระกูล M3 หรือ M4 ซึ่งจะเน้นประสิทธิภาพที่แรงขึ้น และประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม รองรับงาน AI และงานประมวลผลขั้นสูงได้ดียิ่งขึ้น

Apple เดินหน้าพัฒนา Apple Silicon อย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่มีอีเวนต์ช่วงต้นปี ก็มักเกี่ยวข้องกับการอัปเดตไลน์อัป Mac อยู่เสมอ

📱 iPad รุ่นใหม่

มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า Apple เตรียมรีเฟรช iPad หลายรุ่น โดยเฉพาะ:

iPad Pro รุ่นใหม่

iPad Air เวอร์ชันอัปเกรด

อาจรวมถึง iPad รุ่นมาตรฐาน

คาดว่ารุ่นใหม่จะมาพร้อมชิปที่แรงขึ้น หน้าจอคุณภาพสูงกว่าเดิม และอาจมีการปรับดีไซน์บางส่วน รวมถึงรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil รุ่นใหม่

🧠 ฟีเจอร์ AI และซอฟต์แวร์

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการผลักดันฟีเจอร์ด้าน AI และ Machine Learning ภายใน macOS และ iPadOS ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2026 ที่หลายบริษัทเร่งนำ AI เข้ามาเป็นจุดขายหลัก

แม้ Apple จะยังไม่เปิดไพ่ทั้งหมด แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพูดถึงความสามารถด้าน AI บนอุปกรณ์ที่ประมวลผลแบบ On-device มากขึ้น

ที่มา https://www.engadget.com/computing/laptops/apples-next-event-is-set-for-march-4-145931890.html

ดิสนีย์กล่าวหา ByteDance ว่าใช้ผลงานที่มีลิขสิทธิ์เพื่อฝึกฝนเอไอของตน

ตามรายงานจาก Axios ดิสนีย์ได้ส่งจดหมายขอให้ยุติการกระทำ (cease-and-desist) ซึ่งชี้ให้เห็นตัวอย่างวิดีโอจาก Seedance ที่มีตัวละครซึ่งมีลิขสิทธิ์

ดิสนีย์กำลังดำเนินการกับเครื่องมือสร้างเอไอ (Generative AI) โดยกล่าวหา ByteDance และเครื่องมือ Seedance 2.0 ที่เพิ่งเปิดตัวไป ว่าใช้สื่อที่มีลิขสิทธิ์ของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายงานแรกของ Axios ทาง Walt Disney Company ได้ส่งจดหมายขอให้ยุติการกระดังกล่าวถึง ByteDance โดยอ้างว่าบริษัทจีนได้พัฒนาเครื่องมือ Seedance ของตน ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครที่มีลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ จาก Star Wars, Marvel และแฟรนไชส์อื่นๆ ของดิสนีย์ เสมือนว่าทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นที่หมายปองของดิสนีย์เป็นเสมือนคลิปอาร์ตสาธารณสมบัติที่ใช้ได้ฟรี

จดหมายดังกล่าวซึ่ง Axios ได้รับมา รวมถึงตัวอย่างวิดีโอจาก Seedance ที่มีตัวละครซึ่งมีลิขสิทธิ์ของดิสนีย์ ปรากฏอยู่ เช่น Spider-Man, Darth Vader, Peter Griffin และอื่นๆ แม้ว่า ByteDance เพิ่งจะเปิดตัว Seedance 2.0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มันก็ได้รับทั้งคำชม แต่ก็รวมถึงความไม่พอใจจากสตูดิโอฮอลลีวูด ในส่วนของความสามารถในการสร้างสรรค์ด้วยเอไอ

ด้วยกระแสตอบรับช่วงแรกที่แข็งแกร่ง ทำให้ Seedance ตกเป็นเป้าหมายของหนึ่งในบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดิสนีย์ขู่จะดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทเอไอ เนื่องจาก Character.AI ก็ได้รับจดหมายขอให้ยุติการกระทำในความผิดเดียวกันนี้เมื่อเดือนกันยายน ไม่กี่เดือนต่อมา ดิสนีย์ยังกล่าวหา Google ว่าละเมิดลิขสิทธิ์ในการฝึกฝนโมเดลเอไอของตนอีกด้วย ในทางกลับกัน ดิสนีย์ได้ร่วมมือกับ OpenAI ในข้อตกลงใบอนุญาตสามปี ซึ่งอนุญาตให้ยักษ์ใหญ่ด้านเอไอรายนี้สร้างภาพและวิดีโอโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นที่ต้องการสูงเหล่านั้น

ที่มา https://www.engadget.com/ai/disney-accuses-bytedance-of-virtual-smash-and-grab-when-using-copyrighted-works-to-train-its-ai-191116136.html

บันทึกวันที่ไว้! Google I/O 2026 จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 พฤษภาคม

Google I/O การประชุมนักพัฒนาประจำปีของเรา จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 พฤษภาคม ณ Shoreline Amphitheatre ในเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย และทางออนไลน์ที่ io.google ร่วมรับฟังเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านเอไอล่าสุดของเราและการอัปเดตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั่วทั้งบริษัท ตั้งแต่ Gemini ไปจนถึง Android และอีกมากมาย

งานนี้จะมีการปาฐกถาสำคัญจากผู้นำของ Google การพูดคุยแบบเป็นกันเอง การสาธิตผลิตภัณฑ์ และอีกมากมาย ในขณะที่คุณรอวันสำคัญ คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์เซฟเดดเดทในปีนี้ ซึ่งคุณสามารถเล่น สร้างสรรค์ และรีมิกซ์ไปกับสนามเด็กเล่นแห่งประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ด้วย Gemini

ที่มา https://blog.google/innovation-and-ai/technology/developers-tools/io-2026-save-the-date/

จ่ายเท่าพนักงาน 1 คน แต่ได้ไอทีดูแลทั้งทีม! ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงจ้างพนักงานไอที 1 คน แต่เหมือนได้ทีมงานมาช่วยดูแลระบบทั้งทีม โทรเลย 668-5058-9999 หรือ LINE OA

THAILOAD

#ดูแลระบบคอมพิวเตอร์
#ITOutsource
#ดูแลระบบรายเดือน
#เรื่องไอทีมีปัญหาปรึกษาเรา
#Thaiload
#Livestreaming
#ThailoadLive
#ThailoadService

ที่มา