Instagram Walkie Talkie ฟีเจอร์ใหม่ส่งเสียงทักทายเพื่อนได้ใน Direct Message

มาอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ Instagram กันหน่อย เปิดให้ใช้กันเมื่อเดือนธันวาคม 2018 นี้เองกับฟีเจอร์ Walkie Talkie

จริงๆ เรียก Walkie Talkie ดูไม่ค่อยจะตรงกับรูปแบบการใช้งานสักเท่าไร ฟีเจอร์นี้เป็นความสามารถที่ให้ผู้ใช้ส่งข้อความเสียคุยกับเพื่อนใน Direct Message ได้

เมื่อเราเข้าไปที่โพรไฟล์ของเพื่อนและแตะที่ “Message” เพื่อเข้าสู่หน้าต่างการส่งข้อความสนทนา จะเห็นไอคอนรูปไมโครโฟนเพิ่มขึ้นมานั่นคือปุ่ม Walkie Talkie ให้แตะค้างแล้วพูดข้อความที่ต้องการแล้วส่งให้เพื่อน

 

 

จริงๆ น่าจะเรียกว่า Audio Message มากกว่า ถ้า Walkie Talkie จริงๆ เมื่อเราแตะปุ่มแล้วพูดเพื่อนจะได้ยินเสียงจากเราทันที

แต่ก็ถือว่าเป็นอีกความสามารถที่ Instagram เพิ่มขึ้นมาให้

V-Turn นวัตกรรมช่วยกลับรถ ลดปัญหาจราจร

นานๆ จะได้เห็นนวัตกรรมเกี่ยวกับการจราจรสักที ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะหากนวัตกรรมดังกล่าวใช้ได้ดีชีวิตบนท้องถนนของคนใช้รถคงจะดีขึ้นด้วย นวัตกรรมดังกล่าวนี้มีชื่อว่า V-Turn พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาในการกลับรถ

คุณประพัฒน์ บรรจงศิริเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บก.ซัฟฟิเชียนท์ ซึ่งได้คิดค้นนวัตกรรมตัวนี้ขึ้นมาโดยมีการทำงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. บอกว่าการกลับรถที่เป็นอยู่ต้องใช้ช่องการจราจรถึง 2 ช่องส่งผลให้การจราจรติดขัด ซึ่งตัว V-Turn จะช่วยให้การกลับรถคล่องตัว ไม่เสียช่องจราจร ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

V-Turn เป็นอุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่นวงกลมที่สามารถรองรับน้ำหนักของรถยนต์ขนาด 4 ล้อได้ หลักการทำงานคือนำไปติดตั้งตรงจุดกลับรถให้รถยนต์ที่ต้องการกลับรถขับขึ้นไปบนแท่น จากนั้นแท่นจะหมุนเพื่อให้รถยนต์สามารถกลับรถได้อย่างคล่องตัวและเข้าสู่ช่องจราจรด้านขวาสุดเพียงช่องเดียว

สำหรับการหมุนของแท่นไม่ได้ใช้ไฟฟ้าแต่อย่างใดเพื่อความปลอดภัยของการใช้งาน แต่ถูกออกแบบให้ทำงานด้วยกลไก โดยอาศัยการกดในแนวดิ่งของรถยนต์ไปทำให้ Ball Screw เป็นตัวหมุนแท่นวงกลม

นับว่าน่าสนใจมากทีเดียว สำหรับนวัตกรรมตัวนี้จะมีการนำไปใช้งานจริงหรือว่าทดลองใช้เมื่อไรหรือจุดไหนบ้างต้องติดตามกันต่อไป

ข้อมูลจาก : ข่าวรอบวัน ช่อง TNN

ไฟฉายทางเดินอัตโนมัติ เปิดเองเมื่อเดินผ่านตอนกลางคืน

Mi Activated-Motion Night Light เป็นไฟรืมทางเดินในบ้านที่ใส่ใช้ถ่านไฟฉาย 3 ก้อน เมื่อเปิดสวิทซ์ ไฟจะติดเองเมื่อเดินผ่านตอนที่แสงน้อย เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ที่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน

การบันทึกเสียงคุยโทรศัพท์ในมือถือ Android

ในมือถือ Android หลายคนอยากบันทึกเสียงการพูดคุยระหว่างที่เราโทรศัพท์ เราสามารถเซตได้ง่ายๆเพียง

  • เข้าแอพโทรศัพท์
  • กด มีปุ่ม 3ขีด      
  • มีหัวข้อ บัยทึกสายสนทนา
  • Tick เปิด

ศึกกล้องเล็ก GoPro Hero7 Black ปะทะ DJI Osmo Pocket

ตอนที่ GoPro ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้นำแห่งกล้อง Action Camera เปิดตัว GoPro Hero7 Black ออกมาก็สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย หลายคนจากที่จดๆ จ้องๆ กับ GoPro มานานก็ตัดสินใจซื้อกับรุ่นนี้ ใครที่ใช้ GoPro อยู่แล้วก็ยังยอมรับว่าฟีเจอร์ของรุ่นนี้ดีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกันสั่นเทพๆ อย่าง HyperSmooth หรือการที่สามารถ Live Stream ได้ เป็นต้น

ผ่านไปไม่นาน GoPro 7 ก็ต้องมาเจอคู่แข่งที่ทำเอาคนซื้อต้องชะงักเสียแล้วว่าจะยังเลือก GoPro อย่างที่ตั้งใจหรือว่าจะไปหาคู่แข่งหน้าใหม่ในกลุ่มกล้องเล็กแต่เป็นแบรนด์ที่มี Gadget เจ๋งๆ ออกมาหลายรุ่นแล้วอย่าง DJI ที่ล่าสุดเปิดตัว DJI Osmo Pocket ออกมา ทั้งคุณสมบัติและราคานั้นเทียบเท่ากับ GoPro เลยทีเดียว

เริ่มกันที่ราคา

  • ฝากฝั่ง GoPro Hero7 Black ราคา 14,500 บาท
  • ส่วน DJI Osmo Pocket เปิดตัวมาในราคา 13,500 บาท

ถือว่า DJI มาพร้อมคุณสมบัติและลูกเล่นที่น่าสนใจมากในราคาที่ถูกกว่า 1,000 บาท ยิ่งทำให้ลังเล แล้วอย่างอื่นล่ะ ฟีเจอร์หลักๆ ที่จะเปรียบเทียบในเชิงการใช้งานมีอะไรบ้าง

รูปทรงลักษณะการใช้งาน

  • Gopro7 Blck ดีไซน์ทรงเหลี่ยมดูกระทัดรัด ไม่มีก้านหรือแกนต่อ ทำให้มันดูจะเหมาะกับการใช้งานที่ลุยๆ สมบุกสมบันได้มากกว่า
  • DJI Pocket มาพร้อมด้ามจับที่เป็นกันสั่นในตัว ถ้าเป็นการใช้งานเบาๆ ขิวๆ ถ่ายแนวไลฟ์สไตล์ก็คงดีเพราะมีขนาดเล็กกระทัดรัดเช่นกัน ใส่กระเป๋าเสื้อได้สบายๆ แต่การที่มาพร้อมด้ามจับจึงอาจจะลุยสู้ GoPro ไม่ได้

กันสั่นเป็นไง

  • GoPro7 Black มาพร้อม Hypersmooth ที่เป็นกันสั่นแบบซอฟต์แวร์ ซึ่งก็ทำงานได้ดีทีเดียวจากที่มีการรีวิวกันเยอะแยะต่างก็บอกว่าน่าประทับใจนะ
  • DJI Pocket มาพร้อมด้ามจับที่เป็น Gimbal หรือกันสั่นแบบ 3 แกนในตัว อีกทั้ง DJI แม้จะเป็นน้องใหม่ในกลุ่มกล้องเล็กแบบนี้ แต่ก็เป็นผู้นำเรื่อง Gimbal เหมือนกันดังนั้นเรื่องความนิ่งของภาพคงมั่นใจได้แน่นอน

คงต้องพิจารณาย้อนไปถึงหัวข้อข้างบนว่าลักษณะการใช้งานเป็นแบบไหน ถ่ายแนวไลฟ์สไตล์หรือถ่ายแนวลุยๆ

ความสามารถในการกันน้ำ

  • GoPro7 Black กันน้ำลึกได้โดยไม่ต้องใส่อุปกรณ์เสริมในระดับ 10 เมตร
  • DJI Pocket กันน้ำไม่ได้ แต่ถ้าจะใช้ถ่ายใต้น้ำก็ได้อยู่นะ แต่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมซึ่งมีขายแยก

เรื่องของการกันน้ำ บางทีอาจจะไม่ได้หมายถึงต้องดำน้ำเสมอไป กันฝนกันละอองน้ำได้ก็ช่วยให้ไม่ต้องกังวล ถ้าพูดถึงการใช้งานแนวสมบุกสมบัน GoPro คงได้เปรียบมากกว่า

ความละเอียดของวิดีโอ

  • GoPro7 Black ความละเอียดระดับ 4K ที่ 60p และ Full HD ที่ 240p
  • DJI Pocket ความละเอียดระดับ 4K ที่ 60p และ Full HD ที่ 120p

เรื่องความละเอียดของภาพไม่หนีกันนะ แต่ฟังก์ชั่นการถ่ายมีสิ่งที่ต้องเลือก ถ้านเน้นถ่ายเป็นเรื่องเป็นราว DJI น่าจะดีกว่ากับการที่สามารถแพนกล้องได้อย่างราบลื่นด้วยด้ามจับที่เป็น Gimbal ในตัว แม้ว่า GoPro จะมีระบบกันสั่นที่ดี แต่การ Tilt การ Pan ด้วยมือคงสู้ Gimbal ไม่ได้

มุมมองภาพนิ่ง

  • GoPro7 Black 180 องศา f2.8 ใครชอบภาพมุมกว้างก็ต้อง GoPro แต่ก็สามารถตั้งค่าให้เป็นมุมมองปกติได้นะ มาพร้อมฟีเจอร์ SuperPhoto ที่ให้สีภาพที่สดใส ถ่ายง่ายไม่ต้องโฟกัสเพราะชัดทั้งภาพ
  • DJI Pocket 80 องศา f2.0 ได้ภาพมุมมองที่ไม่กว้าง แต่ก็ได้ในเรื่องของการถ่ายที่ดูจะมีลูกเล่นในเรื่องของหน้าชัดหลังเบลอ

ความจุแบตเตอรี่

  • GoPro7 Black แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 105 นาที
  • DJI Pocket แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 140 นาที

อุปกรณ์เสริม ความหลากหลายในการใช้งาน

  • GoPro7 Black ขายมานานอุปกรณ์เสริมเพียบ มีทั้งของแท้ของเทียม มีอุปกรณ์จำพวกตัวยึดจับต่างๆ มากมายทั้งติดหมวกกันน็อก จักรยาน ติดแขน ติดกระจะรถยนต์ ฯลฯ
  • DJI Pocket ของทั่วไปอาจยังไม่มีให้เลือก ถ้าจะใช้คงต้องดูของ DJI เท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกใช้งานได้หลายลักษณะเหมือนกันนะมี Quick Release Base สำหรับยึดติดเพื่อถ่ายในพื้นที่หรือกิจกรรมใดๆ ที่ต้องการ มี Extentension Rod มีWaterproof Case สำหรับดำน้ำ ฯลฯ

การต่อไมค์นอก

  • GoPro7 Black มีไมค์ในตัว แต่ถ้าจะต่อไมค์นอกมีอะแดปเตอร์ขายแยก 2,000 บาท
  • DJI Pocket แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 140 นาที ไม่แน่ใจว่ามีไมค์ในตัวไหม แต่เห็นว่ามีอะแดปเตอร์ 3.5 มม. ที่ใช้เชื่อมต่อกับ Universal Port น่าจะต่อไมค์นอกได้

DJI Osmo Pocket กล้องตัวจิ๋วที่มาพร้อม Gimbal ในตัว

มีของใหม่มาให้เลือกกันอีกแล้วสำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพถ่ายวิดีโอในเชิงไลฟ์สไตล์ DJI Osmo Pocket ที่มีลักษณะคล้ายๆ Gimbal ที่ต่อกับมือถือ หรืออุปกรณ์ของ DJI รุ่นแรกๆ อย่าง DJI Osmo ที่มาพร้อมกล้องในตัวที่หัวกลมๆ อีกมุมหนึ่งก็ลักษณะการใช้งานในเชิงไลฟ์สไตล์คล้ายๆ Action Camera อยู่เหมือนกัน ซึ่งได้เห็นพรีวิวการใช้งานของอุปกรณ์แล้วต้องบอกว่าโดนใจน่าใช้ไม่น้อยทีเดียว

DJI Osmo Pocket มีขนาดเล็กเท่าๆ ฝ่ามือเรานี่เอง เรื่องของการพกพาสะดวกแน่นอน ใส่กระเป๋าเสื้อได้สบายๆ มีขนาด 121.9×36.9×28.6 มม. หนัก 116 กรัม ส่วนประกอบของอุปกรณ์แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ ส่วนของกล้องและส่วนของด้ามจับ

ส่วนของกล้องนั้นรองรับการทำงานทั้งกานถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติและโหมดการถ่ายภาพหลากหลาย ตัวกล้องใช้เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.3 นิ้ว f/2.0 ให้มุมภาพกว้าง 80 องศา รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ที่ 100 Mbps ปรับตั้งค่าแบบ Manual ได้ทั้งรูรับแสง, ISO, ความเร็วชัตเตอร์

โหมดการถ่ายภาพมีให้เลือกทั้ง…

  • FPV มุมมองบุคคล
  • ActiveTrack แพนกล้องติดตามวัตถุ
  • 3×3 Panorama ถ่าย 9 ภาพเพื่อนำมาต่อเป็นภาพใหญ่
  • Motionlapse ถ่ายวิดีโอ Timelapse สามารถเคลื่อนกล้องได้
  • Nightshot ถ่ายภาพกลางคืนได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
  • Story Mode ช่วยแนะนำการถ่ายวิดีโอ

ในส่วนของด้ามจับไม่ได้เป็นด้ามจับธรรมดา แต่เป็น Gimbal ในตัว หรือ Mechanical Gimbal จึงสามารถจับและถือได้อย่างถนัดมือพร้อมทั้งยังให้ภาพที่นิ่งแน่นอน ซึ่งที่ด้ามจับยังมีหน้าจอแสดงผลมาให้ด้วยซึ่งการตั้งค่าบนหน้าจอสามารถทำได้ด้วยมือเดียว และด้านล่างของหน้าจอจะมี Universal Port เอาไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ และมีปุ่ม Record อยู่ด้านล่างของหน้าจอ

สำหรับแบตเตอรี่เป็นแบบ LiPo ความ 875 มิลลิแอมป์ ใช้งานได้ต่อเนื่อง 140 นาที ใช้เวลาชาร์จ 73 นาที

ที่บอกไปว่ามันมีความสามารถในเชิงไลฟ์สไตล์คล้ายๆ Action Camera อยู่เหมือนกันก็เพราะมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกสำหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น Waterproof Case เอาไว้สำหรับใส่เพื่อใช้ถ่ายใต้น้ำได้ มี Extension Rod เอาไว้ต่อเพื่อถ่ายในลักษณะต่างๆ ตามสถานการณ์ มี Quick Release Base สำหรับยึดติดเพื่อถ่ายในพื้นที่หรือกิจกรรมใดๆ ที่ต้องการ เป็นต้น

ถือว่าน่าใช้มากทีเดียว เล็กจิ๋ว พกพาสะดวก มีความคล่องตัว และที่สำคัญมาพร้อมคุณสมบัติในการถ่ายภาพที่ดีและหลากหลาย สนนราคา 13,500 บาท

ก๊อกน้ำอัตโนมัติ ราคาประหยัด ซื้อมาลองเล่นไม่แน่ใจว่าทนไหม

ปกติเราจะเห็นตามห้างหรือโรงแรม จะมีพวกก๊อกน้ำอัตโนมัติ ใช้ล้างมือเวลาเข้าห้องน้ำ เลยคิดว่าน่าจะซื้อมาใช้ที่บ้านดูบ้าง อยากทำบ้านเป็น Smarthome ก็ไปหาข้อมูลและถามตามห้างที่ขายพวกอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านทั้งหลาย ก็มีแต่ราคาสูงมาก 5พันกว่า และต้องเดินสายไฟด้วย ทำให้ไม่ตอบโจทย์ บังเอิญไปเจอที่ Lazada เจอก๊อกน้ำของจีน ราคาขายช่วงโปร 11-11 เหลือราคาแค่ 900 บาท แถมตัวนี้ใช้ถ่านไม่ต้องเดินไฟเพิ่ม น่าจะตอบโจทย์ ใครสนใจลองเข้าไปดูที่
Lazada https://www.lazada.co.th/-i170155477-s212129827.html?spm=a2o4m.order_list.detail_image..64c46108lCVAPq&urlFlag=true&mp=1

 

SmartHome 4.0 ด้วย Smart LED Light bulb with google assistant

Clip Unbox YeeLight Smart LED Light ที่สามารถใช้ร่วมกับ Google Assistant ในมือถือ Android ได้

Clip ติดตั้ง APP Yeelight เพื่อควบคุม Smart LED Light โดยผ่าน APP ในมือถือ Android สามารถ Download ได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.yeelight.cherry

Clip ทดสอบการเชื่อมต่อระหว่าง Yeelight กับ Google Assistant

Clip ทดสอบการสั่งด้วยเสียง

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yeelight.com/en_US/product/lemon-color

มาเสียที Mac Mini 2018

หลังจากขายมาเนิ่นนานกว่า 4 ปีตั้งแต่ปี 2014 ก็ไม่มีวี่แววที่จะเปิดตัวอีกเลยจนทำให้คนรออดคิดไม่ได้ว่าจะไม่ทำตลาดแล้วหรือเปล่าสำหรับ Mac Mini คอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยาว์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ใช้แมคมือใหม่และผู้ที่ไม่ต้องการหน้าจอของแอปเปิล

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อ Apple ได้เปิดตัว Mac Mini รุ่นใหม่ออกมาในปี 2018 พร้อมด้วยสเปคที่เร็วและแรงขึ้นตามยุคสมัย

เริ่มกันที่ซีพียูมาพร้อม Intel Core i5 รุ่นที่ 8 แบบ 6-core ความเร็ว 3.0GHz ที่มี Turbo Boost สูงสุด 4.1GHz ซึ่งประสิทธิภาพของระบบเร็วขึ้น 5 เท่า ทางด้านกราฟิก Intel UHD Graphics 630 เร็วขึ้น 60% ในเรื่องของความร้อนขณะทำงานสถาปัตยกรรมการควบคุมความร้อนเป็นแบบใหม่มาพร้อมพัดลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและช่องระบายความร้อนที่กว้างขึ้นช่วยให้อากาศไหลผ่านได้มากขึ้น 2 เท่า ระดับกำลังไฟสูงสุดที่ใช้งานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 70%

ทางด้านหน่วยความจำเป็น DDR4 ความเร็ว 2666MHz ขนาด 8GB เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 64GB

Mac mini มาพร้อมกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลชนิด PCIe แบบแฟลชทั้งหมด ซึ่งมีความเร็วในการอ่านข้อมูลมากกว่าตัวจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชในรุ่นก่อนหน้าถึงเท่า สามารถโหลดไฟล์ขนาดใหญ่และเปิดใช้งานแอพได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นยังมี SSD ที่มีความจุถึง 2TB ให้เลือกด้วย

สำหรับการเชื่อมต่อมาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) 4 พอร์ต, HDMI 2.0 1 พอร์ต, USB 3.0 2 พอร์ต และช่องต่อหูฟัง 3.5 มม. 1 ช่อง

Mac Mini 2018 มีให้เลือก 2 รุ่นคือ…

  • รุ่น Quad-core ความเร็ว 3.6GHz ความจุ 128GB ราคา 27,900 บาท
  • รุ่น 6-core ความเร็ว 3.0GHz พร้อม Turbo Boost สูงสุด 4.1GHz ความจุ 256GB ราคา 38,400 บาท

TicPods Free หูฟังไร้สายอัจฉริยะ ควบคุมทุกอย่างที่ตัวหูฟัง

บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของ TicWatch และ TicPods Free ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้นำเข้าสมาร์ทวอช TicWatch เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี โดยปัจจุบันมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้นำ TicPods Free หูฟังอัจฉริยะไร้สาย เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีอีกเช่นกัน เนื่องจาก TicPods Free เพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติ Feature ในการใช้งานที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้งานหูฟังไร้สายแบบเดิมๆ ไปทั้งหมด สามารถใช้ได้ทั้งกับ Android และ iOS มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำสมัย และมีสีให้เลือกได้ตามความชอบถึง 3 สี

คุณสมบัติของ TicPods Free ได้แก่

  • ใช้ได้กับทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส สามารถใช้งาน Siri และ Google Assistant ได้
  • ควบคุมด้วยการสัมผัสที่ก้านหูฟัง TicPods Free เอง โดยมีคำสั่งที่สามารถใช้งานได้ ได้แก่ รูดขึ้นลงบนตัวหูฟังเพื่อปรับเสียง ดับเบิ้ลแท็บเพื่อรับหรือวางสายเมื่อมีสายโทรเข้า หรือดับเบิ้ลแท็บเพื่อข้ามเพลงที่กำลังเล่นอยู่ แตะค้างเป็นเวลา 2 วินาที เพื่อปฏิเสธสายที่โทรเข้า หรือแตะค้างเพื่อเรียกใช้งาน voice assistant
  • ตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ (In-ear detection) หูฟังจะรู้ได้เองว่าเมื่อไหร่ที่อยู่ในหูคุณ และจะทำงานหรือเล่นเพลงทันทีเมื่อใส่ทั้ง 2 หู และหยุดเล่นเมื่อคุณถอดออก
  • ใช้งานได้ทั้ง 2 หูในระหว่างคุยโทรศัพท์ และเล่นเพลง
  • ไมค์ตัดเสียงรบกวนในการคุยโทรศัพท์ด้วยระบบลดเสียงรบกวนขั้นสูง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจน
  • ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเฉพาะด้วยหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) ที่ทำให้หูฟังบล็อกเสียงจากภายนอกที่จะลอดเข้ามาให้คุณได้ยิน มาพร้อมซิลิโคนหุ้มหูฟัง 2 ขนาดให้เลือกได้ตามความต้องการ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งการชาร์จแต่ละครั้งจะใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น และเมื่อใช้งานกับเคสชาร์จที่สามารถชาร์จได้อีกหลายครั้ง และพกพาสะดวก ทำให้ใช้งานได้รวมนานถึง 18 ชั่วโมง
  • กันน้ำระดับ IPX5 ทนฝน และเหงื่อได้
  • การออกแบบระดับรางวัล จาก Free boast Red Dot และ iF product design awards
  • มีให้เลือกถึง 3 สี คือ ขาว น้ำเงิน และแดง

TicPods Free ได้รับการพัฒนาโดย Mobvoi บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Google และ Volkswagen และโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพและการใช้งานผลิตภัณฑ์ 

—————————————————————-

ข้อมูลทางเทคนิค TicPods Free :

รองรับระบบปฏิบัติการ

Android, iOS

รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

Siri, the Google Assistant, Alexa

การเชื่อมต่อ

Bluetooth 4.2

การควบคุมด้วยการสัมผัส

ดับเบิ้ลแท็บ เลื่อน กดค้าง

Voice trigger

กดค้าง 2 วินาที

ควบคุมระดับเสียง

เลื่อน

ระดับการกันน้ำ

IPX5

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (เมื่อใช้กับเคส)

18 ชั่วโมง

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (สำหรับการฟังเพลง)

4 ชั่วโมง

Speaker

95 dB SPL

Audio codec support

AAC & SBC

Fast-charging

ได้ (ชาร์จ 15 นาที ฟังเพลงได้ 85 นาที)

ตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ

ได้

ตัดเสียงรบกวนขณะพูด

ได้

ตั้งค่าทันทีอย่างรวดเร็ว

ได้

ตัดเสียงรบกวนในการฟัง

ได้