เมื่อปีที่แล้วก็มีการพูดถึงเรื่องของการฝังชิป (Chip) ในร่างกายและในช่วงเดือนพฤษภาคม 2018 ก็มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง กับการฝังชิฟใต้ข้อมือในประเทศสวีเดน
จากรายงานข่าวล่าสุดของเว็บไซต์ businessinsider ตอนนี้มีชาวสวีเดนราว 3,000 คนแล้วที่เริ่มฝังชิปไว้ใต้ข้อมือของตนเอง และหากติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่เฉพาะสวีเดนเท่านั้น ในประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา เยอรมัน หรือฝรั่งเศสก็มีการฝังชิปแบบนี้ด้วยเช่นกัน
การฝังชิปแบบที่ว่านี้วัตถุประสงค์ในตอนนี้ก็เพื่อความสะดวกในการดำเนินชีวิตกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนต่างๆ ด้วยข้อมูลบัตรประชาชน การจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ การสมัครสมาชิกคลับ การผ่านประตูในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น เพราะเมื่อฝังชิปเข้าไปแล้วก็จะสามารถใส่ข้อมูลเหล่านั้นเข้าไปได้ทั้งเลขบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัญชีธนาคาร ฯลฯ โดยการทำงานของชิปก็จะเป็นระบบ RFID เหมือนกับการสแกนบัตรต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่
แม้ว่าจะเริ่มมีคนรู้จักและสนใจเทคโนโลยีนี้มากขึ้น มีการยอมรับมากขึ้น โดยบางบริษัทก็สนับสนุนให้พนักงานฝังชิปที่ว่านี้เพื่อความสะดวกในการเข้าออกหรือบันทึกเวลาการทำงาน หรือการให้บริการรถไฟก็มีการพัฒนาระบบเก็บเงินผ่านชิปด้วยเช่นกัน เมื่อลูกค้าขึ้นมาโดยสารบนรถไฟแล้วพนักงานรถไฟก็จะเดินถือสมาร์ทโฟนไปสแกนที่ข้อมือเพื่อเก็บเงินค่าโดยสาร เป็นต้น แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่ยังคิดว่าการฝังชิปยังไม่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกอะไรมากนัก
ในส่วนของขั้นตอนการฝังชิป Ulrika หนึ่งในผู้ทดลองฝังชิปให้ข้อมูลว่าการฝังชิปไม่ได้เจ็บอะไรมาก เจ็บเพียงนิดหน่อยเท่านั้น แต่ถ้าดูจากวิดีโอสาธิตก็อาจจะรู้สึกเสียวๆ อยู่เหมือนกันโดยเฉพาะกับคนที่กลัวเข็ม
เป็นธรรมดาเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะมีผู้คิดเห็นเป็นสองด้านเสมอ ด้านหนึ่งคือคิดว่าดีแน่ๆ กับอีกด้านที่มีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งก็ไม่มีใครผิด เพราะการฝังชิปที่ว่านี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ต่อไปมีการคิดไปถึงขั้นที่ว่าร่างกายคนเราก็คือแพลตฟอร์มหนึ่งที่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
จึงไม่แปลกที่จะมีคนกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะการที่มีชิปซึ่งมีข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของเราอยู่ในตัว ถ้าต่อไปมีเครื่องสแกนที่เพียงแค่มิจฉาชีพเดินผ่านแล้วรู้ได้เลยว่าเลขบัตรประชาชน บัตรเครดิต และอื่นๆ ของเราคืออะไร จะเกิดอะไรขึ้น!
Source : businessinsider.com
