องค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) ประกาศเปิดโครงการใหม่ที่อนุญาตให้บริษัทพัฒนา Air Taxi หรือแท็กซี่บินได้แบบ eVTOL สามารถเริ่มทดสอบการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริงได้มากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งให้เทคโนโลยีการเดินทางทางอากาศในเมืองเข้าใกล้การใช้งานเชิงพาณิชย์
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางของ FAA ที่ต้องการผลักดัน Advanced Air Mobility (AAM) ซึ่งเป็นระบบการเดินทางทางอากาศรูปแบบใหม่ที่ใช้เครื่องบินไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง หรือ eVTOL เพื่อให้การเดินทางระยะสั้นในเมืองรวดเร็วและลดปัญหาการจราจร
เปิดสนามทดสอบจริงสำหรับ Air Taxi
ก่อนหน้านี้ บริษัทผู้พัฒนา Air Taxi ต้องทดสอบระบบส่วนใหญ่ในสภาพแวดล้อมจำกัด แต่ภายใต้โครงการใหม่ของ FAA บริษัทสามารถทดลองระบบในสถานการณ์จริงมากขึ้น เช่น
การบินในพื้นที่เมือง
การประสานงานกับระบบจราจรทางอากาศ
การทดสอบขั้นตอนรับส่งผู้โดยสาร
การจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อมูลจากการทดลองเหล่านี้จะช่วยให้ FAA สามารถกำหนด มาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบ สำหรับการให้บริการ Air Taxi ในอนาคต
หลายบริษัทเตรียมเข้าร่วม
ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพและบริษัทการบินหลายรายกำลังพัฒนา Air Taxi เช่น
Joby Aviation
Archer Aviation
Beta Technologies
Wisk Aero
บริษัทเหล่านี้กำลังแข่งขันกันพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าที่สามารถบินขึ้นลงแนวดิ่งได้ และมีเป้าหมายให้บริการแท็กซี่ทางอากาศในเมืองใหญ่
ก้าวสำคัญสู่การเปิดบริการจริง
FAA คาดว่าโครงการทดสอบนี้จะช่วยเร่งกระบวนการรับรองความปลอดภัยของ Air Taxi และทำให้บริการเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น
หลายบริษัทตั้งเป้าว่าจะเริ่มให้บริการ แท็กซี่บินได้ภายในช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีปัญหาการจราจร เช่น ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก หรือดูไบ
หากเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จ การเดินทางระยะ 30–60 นาทีบนถนน อาจลดเหลือเพียง 10–15 นาทีทางอากาศ
อนาคตของการเดินทางในเมือง
Air Taxi ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางในอนาคต โดยผสานเข้ากับระบบขนส่งเดิม เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน และระบบขนส่งสาธารณะ
แม้ยังมีความท้าทายด้านความปลอดภัย กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐาน แต่การเปิดทดสอบในโลกจริงของ FAA ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ แท็กซี่บินได้ใกล้ความจริงมากขึ้น
ที่มา https://www.engadget.com/transportation/faa-opens-up-real-world-testing-for-air-taxi-startups-112219316.html
