Gmail New Version เตรียมพบกับโฉมใหม่เร็วๆ นี้

ตอนนี้น่าจะมีหลายคนที่ได้รับอีเมลจาก Google แจ้งเรื่องการอัปเดต Gmail เวอร์ชั่นใหม่พร้อมกับลิงก์ให้เข้าไปทดลองใช้งาน

ถ้าใครยังไม่ได้รับเมลลองคลิกที่ลิงก์นี้ก็ได้ inbox.google.com ก็จะพบหน้า Gmail ที่ใช้งานอยู่ในรูปแบบใหม่ อินเตอร์แบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หน้าตาของ Gmail แบบใหม่ นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งดูสมาร์ทมากขึ้น (แต่คงจะงงกันไม่น้อยล่ะในช่วงแรกของการปรับตัว) ถ้าใครเข้าไปตามลิ้งค์ที่บอกไว้ก็จะเห็นว่าอีเมลที่เข้ามาใน Inbox ไม่ได้เรียงกันเป็นตารางอีกแล้ว แต่จะแสดงเป็นแถบข้อความ ถ้าอีเมลฉบับไหนมีการแนบไฟล์ภาพมาด้วยก็จะมีภาพพรีวิวแสดงให้เห็นเลย

Gmail แบบใหม่ ยังมาพร้อมการใช้งานที่สมาร์ทขึ้นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน Gmail เอง เช่น คุณสมบัติ Smart Reply ที่สามารถตอบกลับอีเมลได้สะดวกขึ้น Snooze Email สามารถตั้งวันที่และเวลาของอีเมลใน Inbox ได้ว่าจะให้แสดงว่าเป็นอีเมลที่ยังไม่ได้อ่านหรืออีเมลที่เข้ามาใหม่ในวันที่เท่าไร เวลาไหน

และที่น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้อีเมลและการจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยก็คือ การที่ Gmail แบบใหม่จะพ่วงหรือเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้เลย เช่น แอป Google Calendar หรือ Dropbox เป็นต้น ทำให้เราสามารถเช็กตารางนัดหมาย บันทึกนัดหมาย หรืออัปโหลด/ดาวน์โหลดภาพกับ Dropbox ได้ทันที

นอกจากการใช้งานบนเดสก์ท็อปแล้ว Gmail เวอร์ชั่นใหม่คาดว่าจะรองรับและใช้งานบน Mobile Device ในรูปแบบเดียวกันนี้ด้วย

True มีให้ใช้แล้ว Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular

Apple Watch Series 3 เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2017 สิ่งหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจให้กับสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่นี้ก็คือ รุ่น Cellular ที่มาพร้อมกับ eSIM ซึ่งเป็นซิมการ์ดรุ่นใหม่ล่าสุด (eSIM คืออะไร)

ตอนนั้นเป็นที่น่าเสียดายว่าในไทยยังไม่มีรุ่น Cellular เนื่องจากบ้านเรายังไม่มีผู้ให้บริการรายใดที่มี eSIM ให้ใช้งาน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2018 ค่ายทรูก็ได้ฤกษ์จำหน่าย Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular ที่มาพร้อมกับ eSIM ให้ใช้งานแบบ Apple Watch One Number ร่วมกับโทรศัพท์มือถือเป็นค่ายแรก

ดังนั้นใครที่ชื่นชอบ Apple Watch อยู่แล้ว และอยากได้ฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานแทนโทรศัพท์ได้ คนที่ชอบออกกำลังกายแต่ไม่อยากพกโทรศัพท์ติดตั้วไปด้วย แต่ก็ไม่อยากพลาดการติดต่อ หรือคนที่สนใจของใหม่อย่าง eSIM ตอนนี้ก็สามารถที่จะเลือกหา Apple Watch 3 มาตอบโจทย์ได้เลย

โดย Apple Watch 3 รุ่น Cellular หรือรุ่นที่มี eSIM นั้นจะสามารถที่จะโทรออก-รับสายแทนโทรศัพท์ได้เลย รวมถึงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือโวเชียลมีเดียต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบ Apple Watch One Number หรือก็คือการที่ใช้หมายเลขเดียวกับโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกันอยู่

เงื่อนไขและแพ็กเกจการใช้งาน

เงื่อนไขการใช้ Apple Watch Series 3 ร่วมกับโทรศัพท์มือถือในรูปแบบของ Apple Watch One Number ได้นั้นจะต้องเป็นลูกค้าหรือผู้ที่ใช้งานหมายเลขของ Truemove แบบรายเดือนในแพ็กเกจ 499 บาท/เดือนขึ้นไป ยกเว้นแพ็กเกจ 4G+ Family Share Plan เท่านั้นที่ไม่สามารใช้ได้

ใครอยากรู้ว่าหมายเลขหรือเบอร์ของตัวเองสามารถใช้โทรศัพท์ร่วมกับ Apple Watch 3 ได้ไหม สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ที่ “ตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน Apple Watch

นอกจากแพ็กเกจการใช้งานที่จะต้องเป็นแพ็กเกจ 499 บาท/เดือนขึ้นไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ การใช้งาน eSIM กับ Apple Watch 3 นั้นจะต้องมีค่าเปิดใช้บริการด้วย 299 บาท และค่าบริการหรืออีกนัยหนึ่งก็คือค่าธรรมเนียมการใช้งาน eSIM เดือนละ 199 บาท (ไม่เกี่ยวกับค่าโทรและค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต) ทั้งนี้ค่าบริการทั้ง 2 ส่วนของ eSIM อาจจะเสียหรือไม่เสีย หรือได้รับการยกเว้นเป็นระยะเวลาเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขโปรโมชั่นของผู้ให้บริการด้วย ต้องตรวจสอบรายละเอียดตามช่วงเวลา

รุ่นและราคาของ Apple Watch 3

ก็ถือว่าน่าสนใจและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากมีวิถีการติดต่อในอีกลักษณะหนึ่งที่ไม่ต้องยึดติดกับเครื่องโทรศัพท์เสมอไป

EHang 184 โดรนจีนผงาดฟ้า ทดสอบจนสำเร็จเตรียมใช้จริงเร็วๆ นี้

Passenger Drone หรือโดรนโดยสารจะเป็นแบบส่วนบุคคลหรือแบบให้บริการสาธารณะหรือแท็กซี่ก็ตาม อีกไม่นานคงเป็นยานพาหนะที่เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของเราอย่างแน่นอน

ประมาณ 2-3 ปีก่อนเราได้เห็นโปรเจ็กการสร้างและทดลอง Passenger Drone ของผู้พัฒนาหลายเจ้าไม่ว่าจะเป็นที่ดูไบ Uber หรือที่จีน โดยที่จีนมีชื่อเรียกขานว่า EHang 184 หลังจากสร้างกระแสได้ช่วงหนึ่งก็ดูเหมือนว่าข่าวคราวจะเงียบหายไป แต่ในวันนี้ EHang 184 ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความสำเร็จ

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเมืองจีนตอนนี้พัฒนาไปไกลทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หลังจากทดสอบการบินนับพันๆ เที่ยว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 สื่อจีน CGTN ก็ได้รายงานข่าวความสำเร็จของ EHang 184 โดยคาดว่าอาจมีการนำ Passenger Drone รุ่นดังกล่าวนี้ไปใช้งานทั้งในจีนและประเทศอื่นในโลกในปีนี้

สำหรับสมรรถนะของ EHang 184 นั้นเป็นโดรนแบบ 4 ใบพัดรองรับผู้โดยสารได้ 1 คน รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ทำความเร็วได้ 100 กม./ชม. ระดับความสูงที่บินได้สูงสุดอยู่ที่ 500 เมตร ขีดจำกัดของการบิน 25 นาทีจากการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้า นอกจากนั้นยังมีการออกแบบในเรื่องของความปลอดภัยไว้ในระดับหนึ่ง เช่น การทนต่อแรงลมระดับปานกลางที่มีความเร็ว 50 กม./ชม. หรือการเตือนให้ผู้โดยสารนำโดรนลงจอดฉุกเฉิน เป็นต้น

นับว่าน่าสนใจมากทีเดียวกับพาหนะรูปแบบใหม่นี้ น่าจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและปัญหาการจราจรบนท้องถนนได้ดีทีเดียว แต่เมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ก็คงต้องวางแผนเรื่องโครงสร้างและการจัดการให้ดี ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต แต่อย่างไรก็คงต้องเกิดขึ้นอน่างแน่นอน

นอกจากโดรนแบบ 1 ที่นั่งแล้ว หากดูในวิดีโอจะเห็นโดรนแบบ 8 ใบพัดที่รองรับผู้โดยสาร 2 ที่นั่งด้วย น่าจะเป็นอีกโปรเจ็กหรืออีกรุ่นหนึ่งที่อาจต่อยอดขึ้นมาจากโปรเจ็กนี้ เห็นข่าวแบบนี้ก็หวังลึกๆ ว่าประเทศไทยจะมีโอกาสได้ใช้กับเขาบ้าง แต่ก็คงอีกนานพอดู เพราะตอนนี้แค่รถยนต์ไร้คนขับยังไร้วี่แววอยู่เลย ลำพังแค่รถไฟฟ้าก็ยังยากเย็นที่จะได้ใช้

Facebook เครื่องมือเพื่อความเป็นส่วนตัวสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการปรับปรุง เพื่อบังคับใช้นโยบายของเราให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจวิธีการทำงานของ Facebook และทางเลือกที่พวกเขาสามารถใช้เพื่อควบคุมข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาได้ เราเข้าใจดีว่าก่อนหน้านี้ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและเครื่องมือที่สำคัญอื่น ๆ ค้นหาได้ยาก และเราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่และเต็มกำลังในการให้ข้อมูลกับผู้ใช้ ดังนั้น นอกเหนือจากโพสต์การประกาศของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เมื่อสัปดาห์
ที่แล้ว เกี่ยวกับการป้องกันการใช้งานแพลตฟอร์ม Facebook ในทางที่ผิด การปรับนโยบายของเราให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และการช่วยให้ผู้ใช้งานเรียกคืนข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาจากการอนุญาตให้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ นำข้อมูลไปใช้นั้น เรายังจะเพิ่มมาตรการอื่น ๆ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น โดยการอัพเดทส่วนใหญ่นี้
ถูกพัฒนามาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมาได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการดังกล่าวมากยิ่งขึ้น

เครื่องมือและการตั้งค่าข้อมูลจะสามารถค้นหาได้ง่ายขึ้น

การควบคุมที่สามารถค้นหาและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

เราได้ออกแบบเมนูการตั้งค่าบนโทรศัพท์ขึ้นใหม่ทั้งหมดในทุก ๆ ส่วน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเมนูการตั้งค่าได้ง่ายยิ่งขึ้น แทนที่จะกระจายอยู่ตามหน้าจอต่าง ๆ เกือบ 20 หน้าจอ ในขณะนี้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงการตั้งค่าทั้งหมดจากหน้าจอเดียวได้ และเรายังได้ปรับปรุงการตั้งค่าที่ไม่อัพเดตเพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าข้อมูลใดสามารถแชร์ได้หรือไม่ได้ร่วมกับแอพต่างๆ

เมนูทางลัดสู่ความเป็นส่วนตัวรูปแบบใหม่หรือ Privacy Shortcuts

นอกจากการปรับเมนูการตั้งค่าของเราให้ใช้งานง่ายขึ้นแล้ว เรายังได้รับคำแนะนำจากผู้ใช้งานว่าข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และโฆษณาต่าง ๆ ควรถูกปรับให้ค้นหา
ได้ง่ายยิ่งขึ้น ทางลัดสู่ความเป็นส่วนตัวแบบใหม่หรือ Privacy Shortcuts คือเมนูที่จะช่วยให้คุณควบคุมข้อมูลผ่านการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง พร้อมคำอธิบายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานด้านการควบคุมของเรา ในขณะนี้ เราได้นำเสนอประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพได้ดีขึ้น ชัดเจนยิ่งขึ้น และค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้น จากการอัพเดทนี้ คุณสามารถ

  • ทำให้บัญชีผู้ใช้ของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้น คุณสามารถเพิ่มขั้นตอนในการป้องกันบัญชีผู้ใช้ของคุณ ด้วยวิธีที่คล้ายกับการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (two-factor authentication) หากคุณเปิดใช้งานฟังก์ชั่นนี้และมีผู้ที่พยายามจะเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของคุณจากอุปกรณ์ที่เราไม่คุ้นเคย คุณจะได้รับการแจ้งเตือนพร้อมคำถามเพื่อการยืนยันตัวตนของคุณ
  • ควบคุมข้อมูลส่วนตัวของคุณ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลที่คุณเคยแชร์ไว้ และสามารถลบข้อมูลนั้น ๆ ออกได้หากต้องการ ซึ่งรวมถึงโพสต์ที่คุณเคยแชร์หรือโต้ตอบด้วย คำขอเป็นเพื่อนที่คุณเคยส่ง และสิ่งที่คุณได้ค้นหาบน Facebook
  • ควบคุมโฆษณาที่คุณเห็น คุณสามารถจัดการข้อมูลที่เราใช้เพื่อแสดงโฆษณาต่าง ๆ ให้แก่คุณได้ โดยเมนูการกำหนดลักษณะโฆษณา (Ad preferences) จะอธิบายถึงวิธีการทำงานของโฆษณาและตัวเลือกที่คุณสามารถใช้เพื่อกำหนดลักษณะโฆษณาที่คุณจะเห็น
  • จัดการเลือกแสดงโพสต์และข้อมูลโปรไฟล์ของคุณ คุณคือเจ้าของข้อมูลที่คุณได้แบ่งปันบน Facebook และคุณสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ เช่น เลือกบุคคลที่คุณต้องการให้เห็นโพสต์หรือข้อมูลที่คุณเลือกให้แสดงบนโปรไฟล์ของคุณ เป็นต้น

เครื่องมือเพื่อค้นหา ดาวน์โหลด และลบข้อมูลบน Facebook ของคุณ

แน่นอนว่าการชี้แจงถึงนโยบายของเราในการรวบรวมและนำข้อมูลไปใช้งานนั้นสำคัญมาก แต่

การแสดงให้ผู้ใช้ได้เห็นและจัดการกับข้อมูลของพวกเขาเองนั้นจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น บางคนอาจต้องการลบสิ่งที่พวกเขาเคยแชร์ไว้บน Facebook ในอดีต ในขณะที่คนอื่น ๆ อาจสงสัยว่า Facebook เก็บข้อมูลอะไรของพวกเขาเอาไว้บ้าง เราจึงขอแนะนำฟังก์ชั่นใหม่ในการเข้าถึงข้อมูลของคุณหรือ Access Your Information ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลของพวกเขาได้อย่างปลอดภัย เช่น โพสต์ การแสดงความรู้สึกต่อโพสต์ การแสดงความคิดเห็น

และสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ค้นหาบน Facebook คุณสามารถใช้บริการนี้เพื่อลบข้อมูลใดก็ตามที่คุณ

ไม่ต้องการให้แสดงอยู่บน Facebook ออกจากไทม์ไลน์หรือโปรไฟล์ของคุณได้อีกด้วย

เรายังทำให้การดาวน์โหลดข้อมูลที่คุณเคยแชร์ไว้บน Facebook เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ข้อมูลเหล่านั้นล้วนแต่เป็นข้อมูลของคุณเอง โดยคุณสามารถดาวน์โหลดสำเนาข้อมูลเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย หรือแม้กระทั่งย้ายข้อมูลนั้นไปยังช่องทางบริการอื่น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ได้แก่ รูปภาพที่คุณเคยอัพโหลด ข้อมูลการติดต่อที่คุณเลือกให้แสดงอยู่ในบัญชีผู้ใช้ รวมถึงโพสต์บนไทม์ไลน์ของคุณ และอื่นๆ 

แนวทางในอนาคต

การแจ้งให้ทราบถึงวิธีการเก็บและใช้งานข้อมูลของคุณอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายนับเป็น
ความรับผิดชอบและหน้าที่ของเรา ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะนำเสนอการอัพเดทเกี่ยวกับข้อกำหนดในการบริการของ Facebook ซึ่งรวมถึงความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ใช้ของเรา นอกจากนี้ เรายังจะอัพเดทนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้รายละเอียดอย่างชัดเจนว่าเราเก็บข้อมูลใดจากผู้ใช้บ้าง และข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปใช้งานอย่างไร ซึ่งอัพเดทเหล่านี้มาจากเจตนาที่ต้องการแสดงความโปร่งใสต่อผู้ใช้ และไม่ใช่การขอสิทธิใหม่ในการเก็บ ใช้งาน และแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้แต่อย่างใด

เราได้ทำงานร่วมกับผู้มีอำนาจในการควบคุม ผู้บัญญัติกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายความเป็นส่วนตัว ในการพัฒนาเครื่องมือและอัพเดทเหล่านี้ และเราจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการเหล่านี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งรวมถึงอัพเดทเกี่ยวกับมาตรการที่มาร์คได้ประกาศไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอีกด้วย

Honda ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ออกแบบรถขนส่งขนาดเล็ก

บทความโดย : กิตติ ภูวนิธิธนา

เทคโนโลยีทางด้านไอทีเริ่มเข้าไปมีบทบาทกับการพัฒนารถยนต์มากขึ้นหรือกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีทางด้านไอทีเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยียานยนต์มากขึ้น เริ่มตั้งแต่ที่รถยนต์เริ่มมีการควบคุมด้วยสมองกลหรือ ECU จากนั้นเราก็ได้เห็นการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และไอทีเข้าไปใช้ในระบบต่างๆ ของรถยนต์มากขึ้นจนในขณะนี้เริ่มมีการพัฒนาระบบปฏิบัติเพื่อใช้งานในการควบคุมรถยนต์แล้ว หรือที่เห็นเป็นรูปธรรมสักหน่อยเป็นเทคโนโลยีใกล้ๆ ตัวในตอนนี้ก็อย่างเช่น ระบบอินโฟเทนเม้นต์ในรถยนต์ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Apple CarPlay หรือ Android Auto

ครั้งนี้มีอีกหนึ่งนวัตกรรมทางด้านไอทีที่เข้าไปมีบทบาทกับการพัฒนารถยนต์มาพูดคุยกันนั่นคือ การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing ในการสร้างหรือผลิตรถยนต์ การพัฒนาที่หยิบยกมาคุยเป็นโครงการของฮอนด้า

ฮอนด้าอาจไม่ใช่เจ้าแรกที่มีการนำเอาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติไปใช้กับการพัฒนารถยนต์ แต่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่เพิ่งมีผลงานโชว์ในงาน CEATEC 2016 ที่ผ่านมาและได้รับความสนใจอย่างมาก

โครงการนี้ฮอนด้ามีวัตถุประสงค์ที่ต้องการพัฒนาวิธีการสร้างตัวถังรถยนต์สำหรับรถขนส่งขนาดเล็กตามรูปแบบที่ลูกค้าหรือบริษัทขนส่งต้องการ เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่บอดี้หรือรูปแบบตัวถังอย่างเดียวแต่อยู่ที่ฟังก์ชันหรือรูปแบบการใช้ประโยชน์ของพื้นที่วางของในตัวรถ ส่วนเหตุผลที่เริ่มจากพัฒนารถขนส่งขนาดเล็กก่อนเพื่อรองรับการขนส่งในพื้นที่หรือเส้นทางที่คับแคบ

รถขนส่งขนาดเล็กที่ว่านี้เล็กมากในระดับ Micro Car เลยทีเดียว ใครนึกภาพไม่ออกว่าไมโครคาร์เล็กขนาดไหน ก็ประมาณรถตุ๊กตุ๊กบ้านเรานั่นเอง

งานนนี้ฮอนด้าร่วมมือกับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบทางด้านดิจิตอลอย่าง Kabuku โดยฮอนด้านำรถต้นแบบ Micro Commuter ของตนในส่วนของโครงสร้างตัวถัง เครื่องยนต์ และช่วงล่างมาให้ Kabuku ออกแบบในส่วนของบอดี้ โดยมีต้นแบบเป็นรถขนส่งของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Toshimaya จะเห็นว่าบอดี้หรือตัวถังของรถมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยพื้นที่ด้านหลังออกแบบให้เป็นที่วางของหรือสินค้า แม้แต่โลโก้ของบริษัทก็สามารถที่จะออกแบบได้ และที่เฉพาะตัวมากๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติคือ ลวดลายที่ฝาท้ายซึ่งออกแบบเป็นลายฉลุ

เรียกว่าออกแบบตัวถังและพื้นที่ใช้สอยได้ตามสั่ง และใช้ระยะเวลาการทำไม่นานประมาณ 2 เดือนเท่านั้น เห็นอย่างนี้แล้วนึกถึงการเปลี่ยนเคสโทรศัพท์มือถือจริงๆ อีกไม่นานรถยนต์ก็คงเปลี่ยนบอดี้ได้เหมือนเคสโทรศัพท์เหมือนกันสินะ

ที่มา : engadget.com