PlayStation Classic เครื่องเกมย้อนวัยของคนยุค 90

เราได้เห็นเครื่องเกมอย่างย้อนยุคกันมาบ้าง ตอนนี้ถึงคิวที่โซนี่จะเอาเครื่องเกมของตนอย่าง PlayStation ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้ใคร เป็นเครื่องเกมในดวงใจของเด็กและวัยรุ่นมานานมาทำการย้อนยุคกับเขาบ้าง กับ PlayStation Classic

ถ้าคนสนใจก็สอยได้เลยเพราะเปิดตัวกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2018 เป็นวันเดียวกับที่ PlayStation รุ่นแรกได้เปิดตัวในปี 1994 เมื่อได้เห็นตัวเครื่องแว๊บแรกต้องบอกว่าใครที่อยู่ในยุค 90 เห็นแล้วคงอดคิดถึงช่วงเวลานั้นไม่ได้จริงๆ รูปแบบของเครื่องเหมือนเดิม เด๊ะๆ จะมีก็แต่ขนาดเท่านั้นที่ต่างๆ ไปจากเดิม มีขนาดเล็กพอๆ กับฝ่ามือเรานี่เอง

เรื่องของกล่องใส่ก็ยังอ้างอิงภาพและกราฟิกในยุคนั้นเลย โดยจะมีกล่องที่เป็นภาพรูปตัวเครื่องที่ชัดเจนกับกล่องที่เป็นภาพเส้นๆ ขีดๆ ก็จะแตกต่างกันไปตามโซนที่ขาย สำหรับอุปกรณ์ในกล่องที่ให้มาประกอบด้วยแน่นอนว่ามีตัวเครื่อง PlayStation Classic ซึ่งนอกจากดีไซน์ที่เหมือนเดิมแล้ว วัสดุที่ใช้ก็ยังเป็นพลาสติกที่คุ้นเคยอีกด้วย ได้จับได้สัมผัสกันแล้วรู้สึกย้อนยุคจริงๆ มีจอยสติ๊กให้ 2 ตัว เล่น 2 คนได้เลย จะเอาไปต่อเล่นเกมในคอมฯ ก็ได้นะเขามีอะแดปเตอร์ USB มาให้ด้วย (แต่เป็นจอยรุ่นที่ไม่มีระบบสั่นนะ) และมีสาย MicroUSB กับ HDMI รวมถึงคู่มือซึ่งถ้าเป็นเครื่องศูนย์ไทยก็จะเป็นคู่มือภาษาไทย

แต่อาจจะขัดใจนิดหน่อยตรงที่เรื่องของเกมเขากำหนดมาเลย หมายถึงใส่เกมมาให้แล้ว 20 เกม ไม่สามารถเปลี่ยน เพิ่ม หรือเลือกเกมได้ เกมที่ให้มาจากรายชื่อเกมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ มีเกมสนุกๆ หลายเกมที่หลายคนน่าจะชอบ และก็น่าเสียดายที่เกมยอดฮิตหลายเกมไม่ได้ถูกใส่มาให้ เช่น เกม  Winning 3, Castlevania หรือ Harvest Moon เป็นต้น

ซึ่งการเลือกเกมทางโซนี่ใช้วิธีการประมวลผลจากเกมยอดฮิตในแต่ละโซน ถ้าถามว่าแล้วทำไมเกมยอดฮิตที่คนไทยชอบหลายเกมไม่ติดโผ นั่นเป็นเพราะการประเมินความนิยมเขาไม่ได้นับจำนวนแผ่นที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์น่ะสิ

สำหรับราคาค่าตัวก็ย่อมๆ ตามขนาดตัว 3,590 บาท ถ้าใครสนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านเกมหรือศูนย์โซนี่ไทยได้เลย แม้จะไม่สามารถเพิ่มเกมได้ แต่ถ้าคิดว่าซื้อหามาเป็นที่ระลึกโดยได้เกมมาเล่น 20 เกมก็ถือว่าราคานี้ไม่แพงเลย

TicPods Free หูฟังไร้สายอัจฉริยะ ควบคุมทุกอย่างที่ตัวหูฟัง

บริษัท อินโนเวชั่นอีทีซี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของ TicWatch และ TicPods Free ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้นำเข้าสมาร์ทวอช TicWatch เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี โดยปัจจุบันมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้นำ TicPods Free หูฟังอัจฉริยะไร้สาย เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีอีกเช่นกัน เนื่องจาก TicPods Free เพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติ Feature ในการใช้งานที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้งานหูฟังไร้สายแบบเดิมๆ ไปทั้งหมด สามารถใช้ได้ทั้งกับ Android และ iOS มาพร้อมกับดีไซน์ล้ำสมัย และมีสีให้เลือกได้ตามความชอบถึง 3 สี

คุณสมบัติของ TicPods Free ได้แก่

  • ใช้ได้กับทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส สามารถใช้งาน Siri และ Google Assistant ได้
  • ควบคุมด้วยการสัมผัสที่ก้านหูฟัง TicPods Free เอง โดยมีคำสั่งที่สามารถใช้งานได้ ได้แก่ รูดขึ้นลงบนตัวหูฟังเพื่อปรับเสียง ดับเบิ้ลแท็บเพื่อรับหรือวางสายเมื่อมีสายโทรเข้า หรือดับเบิ้ลแท็บเพื่อข้ามเพลงที่กำลังเล่นอยู่ แตะค้างเป็นเวลา 2 วินาที เพื่อปฏิเสธสายที่โทรเข้า หรือแตะค้างเพื่อเรียกใช้งาน voice assistant
  • ตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ (In-ear detection) หูฟังจะรู้ได้เองว่าเมื่อไหร่ที่อยู่ในหูคุณ และจะทำงานหรือเล่นเพลงทันทีเมื่อใส่ทั้ง 2 หู และหยุดเล่นเมื่อคุณถอดออก
  • ใช้งานได้ทั้ง 2 หูในระหว่างคุยโทรศัพท์ และเล่นเพลง
  • ไมค์ตัดเสียงรบกวนในการคุยโทรศัพท์ด้วยระบบลดเสียงรบกวนขั้นสูง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจน
  • ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเฉพาะด้วยหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) ที่ทำให้หูฟังบล็อกเสียงจากภายนอกที่จะลอดเข้ามาให้คุณได้ยิน มาพร้อมซิลิโคนหุ้มหูฟัง 2 ขนาดให้เลือกได้ตามความต้องการ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งการชาร์จแต่ละครั้งจะใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น และเมื่อใช้งานกับเคสชาร์จที่สามารถชาร์จได้อีกหลายครั้ง และพกพาสะดวก ทำให้ใช้งานได้รวมนานถึง 18 ชั่วโมง
  • กันน้ำระดับ IPX5 ทนฝน และเหงื่อได้
  • การออกแบบระดับรางวัล จาก Free boast Red Dot และ iF product design awards
  • มีให้เลือกถึง 3 สี คือ ขาว น้ำเงิน และแดง

TicPods Free ได้รับการพัฒนาโดย Mobvoi บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ Google และ Volkswagen และโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพและการใช้งานผลิตภัณฑ์ 

—————————————————————-

ข้อมูลทางเทคนิค TicPods Free :

รองรับระบบปฏิบัติการ

Android, iOS

รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

Siri, the Google Assistant, Alexa

การเชื่อมต่อ

Bluetooth 4.2

การควบคุมด้วยการสัมผัส

ดับเบิ้ลแท็บ เลื่อน กดค้าง

Voice trigger

กดค้าง 2 วินาที

ควบคุมระดับเสียง

เลื่อน

ระดับการกันน้ำ

IPX5

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ (เมื่อใช้กับเคส)

18 ชั่วโมง

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (สำหรับการฟังเพลง)

4 ชั่วโมง

Speaker

95 dB SPL

Audio codec support

AAC & SBC

Fast-charging

ได้ (ชาร์จ 15 นาที ฟังเพลงได้ 85 นาที)

ตรวจจับการใช้งานหูฟังอัตโนมัติ

ได้

ตัดเสียงรบกวนขณะพูด

ได้

ตั้งค่าทันทีอย่างรวดเร็ว

ได้

ตัดเสียงรบกวนในการฟัง

ได้

งงไปตามๆ กัน ร้านขายแผ่นผี ซีดี/ดีวีดีเถื่อน ฟ้อง หนุ่ย พงศ์สุข

เป็นเรื่องเป็นราวที่สร้างความวงงวยให้กับคนที่เห็นข่าวนี้ไปตามๆ กัน เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงว่าคดีแบบนี้ก็มีด้วยหรือกับการที่ ร้านขายแผ่นผี ซีดี ดีวีดีเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์ในห้างดังแจ้งความดำเนินคดีกับพิธีกรไอทีชื่อดังอย่าง หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

จากกรณีที่ หนุ่ย พงศ์สุข ได้โพสต์ข้อความติติงห้างดังย่านบางนาว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ร้านขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างแผ่นผี ซีดีเถื่อนเข้ามาขายในห้างได้โดยไม่เกรงกลัวกฏหมายและไม่เกรงใจร้านที่ขายแผ่นซีดี ดีวีดีอย่างถูกต้อง

หลังจากที่ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวทำให้ผู้บริหารของห้างลงมาตรวจสอบและยกเลิกสัญญาเช่าของร้านค้านั้นไปในที่สุด

จนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2561 หนุ่ย พงศ์สุข ได้โพสต์เฟสบุ้กถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเองได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจาก สน.ใกล้บ้าน ให้เข้าไปพบ เมื่อตรวจสอบว่าผู้แจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้นเป็นใครจึงได้ทราบว่าเป็น “เจ้าของร้านที่ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง” โดยผู้แจ้งความได้ให้ถ้อยคำกับตำรวจว่า “โพสต์ของตน (หนุ่ย พงศ์สุข) เป็นเหตุให้ทางห้างยกเลิกสัญญาเช่าของตน”

ที่มาของโพสต์จากเฟสบุ้ก : Pongsuk Nuishow Hiranprueck

ตอนแรกตกใจ แต่พอรู้เรื่องแล้วก็…ตลก!

เช้านี้ผมได้รับ #หมายเรียกผู้ต้องหา จาก ส.น. ใกล้บ้านครับ …

ทุกคนคงยังจำโพสต์ที่ผมเขียนติงห้างหรูย่านบางนา (ที่ผมเป็นลูกค้าประจำ) เมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อนว่าไหนๆ Renovate ห้างใหม่แล้วก็ไม่ควรให้ “ร้านดีวีดี/บลูเรย์หนังละเมิดลิขสิทธิ์” มาเช่าพื้นที่ขายอยู่หรา โดยให้ทัศนะว่าถ้าไม่เกรงกฎหมาย ไม่เกรงเสียภาพลักษณ์ ก็ควรเกรงใจร้านหนังลิขสิทธิ์ถูกต้องที่เขาเช่าห้างมาอย่างยาวนานด้วย

ปรากฎว่าโพสต์นั้นได้ผลมากถึงมากที่สุด คือมีเพื่อนเฟซบุ๊กที่ห่วงใยประเด็นนี้ในจำนวนมากก็แชร์ต่อให้เป็นเรื่องสำคัญ สำนักข่าวที่ใส่ใจในปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ก็กรุณาออกข่าวเผยแพร่ต่อให้หลายสำนัก เรื่องจึงถึงดวงดาว

ผู้บริหารห้างผู้กว้างขวางในแวดวงการตลาด ก็กรุณาลงมาดูแลปัญหานี้ โทรมาแจ้งผลกับผมด้วยตัวท่านเองว่าได้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่แล้ว … แล้วผมก็ไม่เห็นร้านนั้นในห้างหรูนี้อีกเลย

จนมาวันนี้ครับ หมายเรียกตัวผมระบุชื่อบุคคลเป็นสตรีที่ผมไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคุ้นชื่อมาก่อน … ผมก็งงมากว่าเรื่องอะไร?

ผมก็เลยต้องมอบหมายคุณทนายผู้มากฝีมือที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานไปดูแลคดีให้ … ปรากฎได้ทราบเรื่องราวที่แท้จริงแล้วครับว่า …

คุณผู้หญิงตามหมายแจ้งความคือ
“เจ้าของร้านหนังละเมิดสิทธิ์นั่น”

เธอแจ้งความดำเนินคดีกับผมโดยให้ถ้อยคำกับทางตำรวจว่า “โพสต์ของผมนั้นทำให้เธอถูกยกเลิกสัญญากับทางห้าง” โดยเธอนำหลักฐานแจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจเป็น CD บันทึกข้อความทุกตัวอักษรของผม ไร้ตลงแผ่น (น่าน~ มาละเมิดลิขสิทธิ์ผมอี๊ก!) เพื่อประกอบการแจ้งความ

… แล้วเจ้าพนักงานก็รับแจ้งความเป็นคดี “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” โดยเห็นอยู่ชัดๆ ว่าผมบ่นเรื่องการกระทำผิดทางกฎหมายของเธอตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2537

พี่ทนายบอกว่าผมต้องเหนื่อยสู้คดีนี้หน่อย เพราะเจ้าพนักงานก็รับแจ้งความแล้วและต้องการตัวให้ผมไปพบ…

ยังไงกันดีครับเนี่ยประเทศไทย?

เราจะทำอย่างไรให้…

– คนทำผิดกฎหมายไม่หน้าด้านได้ขนาดนี้ครับ?

เราจะทำอย่างไรให้…

– เจ้าหน้าที่รัฐห้ามปรามคนหน้าด้านแบบนี้ไม่สร้างคดีให้รกศาล? … กระดาษอีกตั้งกี่รีมที่จะต้องถูกพรินต์เพื่อแก้ต่างคดีนี้ครับ?

และเราจะทำอย่างไรให้…

– ผู้บริสุทธิ์ใจ (ที่มีอีกมาก) ไม่ท้อแท้ครับ?

ช่วยกันระดมสมองเพื่อให้สมองของผมมี Wisdom มากพอต่อการเข้าพบเจ้าพนักงานที่ ส.น. ใกล้บ้านเร็ว ๆ นี้ครับ

***ผมขออนุญาตไม่ระบุชื่ออะไรเลย เพราะขี้เกียจโดนฟ้อง (แก้เก้อ) อีกคดีครับ …

*****โพสต์เริ่มไปไกลแล้ว : ผมตัดสินใจ “เพิ่มภาพ” ปกหนังในร้านนี้ที่ผมสามารถปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไว้ได้ (บ้าง) ในครั้งนั้น เผื่อเจ้าของหนังจะช่วยแจ้งความเอาผิดให้ได้บ้างนะครับ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ที่เห็นหรือทราบข่าวต่างงงงวยไปตามๆ กันว่า ผู้ที่ทำผิดกฏหมายมีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อื่นด้วยหรือ? และกรณีแบบนี้แทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กลับรับแจ้งความจากผู้ที่กระทำผิดกฏหมายได้อย่างไร?

ภาพจาก : Pongsuk Nuishow Hiranprueck

Apple Special Event 2018 เปิดตัว iPhone Xs, Xs Max, Xr และ Apple Watch 4

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในปี 2018 ที่เป็นเหมือนเสียงสัญญาณการตกรุ่นของผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวไปในปีที่แล้ว

ครั้งนี้เรายังอยู่กันที่ iPhone X หรือไอโฟนเท็น ทว่าเป็นเจนใหม่ที่มีรหัสต่อท้ายให้เลือกซื้อถึง 3 รุ่นย่อยนั่นคือ iPhone Xs เป็นรุ่นปกติ, iPhone Xs Max รุ่นหน้าจอใหญ่ และรุ่นราคาย่อมเยา iPhone Xr พ่วงด้วยนาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch 4

iPhone Xs

เริ่มกันที่ iPhone Xs (ไอโฟนเท็นเอส) ตัวเครื่องมีขนาด 143.6 x 70.9 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 5.8 นิ้ว มี 3 สีให้เลือกคือ สีเงิน สีเทา และสีทอง

ทางด้านสเปคในส่วนของชิปประมวลผลพูดได้ว่าเป็นชิปที่มีความแรงที่สุดบนสมาร์ทโฟนในตอนนี้กับชิป A12 Bionic (เดิม A11) ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 15% ประมวลผล GPU เร็วขึ้น 50% แต่ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 50%

ทางด้านหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Super Retina มีความละเอียด  1125 x 2436 พิกเซล กล้องหลังยังเป็นกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F1.8 พร้อม Tele Photo F2.4 กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มาพร้อมการพัฒนาในเรื่องของการถ่ายภาพที่ดีขึ้น เช่น HDR ที่ดีขึ้น หรือการถ่ายภาพบุคคลที่สามารถละลายหลังได้ ความสามารถด้านวดีโอรองรับการถ่ายความละเอียดในระดับ 4K ที่เลือกได้ทั้ง 24 fps, 30 fps และ 60 fps

iPhone Xs Max

เปลี่ยนชื่อใหม่จาก Plus เป็น Max หมายถึงรุ่นหน้าจอใหญ่นั่นเอง ตัวเครื่องมีขนาด 157.5 x 77.4 x 7.7 มม. หน้าจอมีขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1242 x 2688 พิกเซล รายละเอียดในส่วนของกล้องและชิปประมวลผลเหมือนกันกับ iPhone Xs

สิ่งที่หลายคนอาจแปลกใจ แต่จะถูกใจหรือไม่ก็คงเป็นอีกเรื่องกับการที่ iPhone X รุ่นใหม่มาพร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Dual SIM หลายคนอาจชอบที่จะได้ใช้ 2 เบอร์บนไอโฟนเครื่องเดียวได้แล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่า Apple ไม่น่าทำตาม Android เลย เรื่องของ Dual SIM นั้นจะขายเฉพาะที่จีนเท่านั้น สำหรับ Dual SIM ที่จะขายโดยทั่วไปรวมถึงบ้านเรา ซิมหนึ่งจะเป็น Nano SIM แบบปกติ ส่วนอีกซิมคือ eSIM ที่ไม่ได้มีซิมการ์ดจริงๆ เป็นการเพิ่มข้อมูลในทางซอฟร์แวร์ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Apple Watch

สำหรับความจุที่มีให้เลือก จะเริ่มตั้งแต่ 64GB, 256GB และ 512GB

อีกความโดดเด่นมากๆ ใน iPhone Xs และ iPhone Xs Max คงเป็นเรื่องของการรองรับเทคโนโลยี AR ที่มีการโชว์ถึงการเล่นเกมและใช้งานที่หลายๆ คนสามารถมาแจมกันได้ในโลกจริงที่ผสานกับโลกเสมือน มันน่าสนใจมาก

iPhone Xr

เป็นรุ่นราคาย่อมเยาว์ของ Apple แต่ก็คงยังถือว่าแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับ Android หลายๆ รุ่น แต่ถ้าชอบไอโฟนแต่ไม่สะดวกรุ่นที่ราคาสูงก็เลือก Xr ได้ คล้ายๆ กับ iPhone 5C นั่นแหละ แต่วัสดุจะดีกว่าเป็นอลูมิเนียมซีรีย์ 7000 ส่วนดีไซน์หน้าจอก็จะคล้ายกับ iPhone X ตัวเครื่องมีขนาด 150.9 x 75.7 x 8.3 มม. หน้าจอมีขนาด 6.1 นิ้ว

ทำงานด้วยชิป  A12 Bionic เช่นกัน กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แต่จะไม่ใช่กล้องคู่เหมือนกับ iPhone Xs แต่ก็รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K และกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิเซล

เรื่องของสีตัวเครื่อง iPhone Xr จะต่างจาก iPhone Xs และ Xs Max เพราะสีสันจะสดใสและหลากหลายกว่า มีให้เลือกถึง 6 สีคือ แดง, เหลือง, ขาว, ดำ, ฟ้า และสี Coral (เหมือนจะเป็นสีโอโรส)

Apple Watch Series 4

Watch 4 มาพร้อมดีไซน์ใหม่และขนาดที่ใหญ่ขึ้นราว 30% มี 2 ขนาดให้เลือกคือ 40 มม. และ 44 มม. รวมทั้งยังมีการปรับรายละเอียดหลายจุดให้ทำงานได้ดีขึ้น ปุ่ม Digital Crown ด้านข้างไม่ได้มีเพียงขอบสีแดงที่ดูเด่นขึ้นแต่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถสั่นเตือนได้ ตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ดีขึ้น ลำโพงดังขึ้น ชิประมวลผลเป็น S4 ที่มีโปรเซสเวอร์ 64 บิต Dual-Core ที่ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น 2 เท่า

  • iPhone Xs ราคาอยู่ที่ 999$ เริ่มวางจำหน่าย 26 กันยายน
  • iPhone Xs Max ราคาอยู่ที่ ,1099$ เปิดให้จอง 21 กันยายน 2018 วางขาย 26 กันยายน 2018
  • iPhone Xr เริ่มอยู่ที่ 749$ เปิดให้จอง 19 ตุลาคม 2018 วางขาย 26 ตุลาคม 2018

แนวคิด Elon Musk กับการสร้างอุปกรณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน

จากที่มีข่าวว่า Elon Musk มหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงและเป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า TESLA เสนอตัวว่าจะหาทางช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน

ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เพียงแค่การพูดเล่นๆ เพราะตอนนี้ Elon Musk มีการเดินหน้าแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจดังกล่าวแล้ว โดยมีการทวีตผ่าน Twitter ถึงแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์ช่วยเหลือในการนำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ โดยเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผ่านอุปกรณ์สำคัญตรงจุดที่เป็นคอคอดได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

สำหรับการเผยแพร่แนวคิดนี้ของ Elon Musk ได้ถูกแชร์และเผยแพร่ทาง Facebook ของคุณ Tony Chaiwong ที่นอกจากแชร์แนวคิดจากทวีตของ Elon Musk แล้ว คุณ Tony Chaiwong ยังวาดภาพที่สื่อให้เห็นถึงแนวคิดดังกล่าวชัดเจนขึ้นด้วยว่าน่าจะออกมาในลักษณะอย่างไร

แนวคิดของ Elon Musk ที่บอกผ่าน Tweeter คือ…

“เขาจะใช้อุปกรณ์จากท่อส่งอ๊อกซิเจนเหลวของจรวด Falcon มาทำเป็นลำตัวของแคปซูลที่มีขนาดเบาพอที่จะยกได้โดยนักดำน้ำ 2 คน และเล็กมากพอจะผ่านช่องว่างขนาดเล็กในถ้ำ ที่สำคัญคือแข็งแรงสุดๆ เพราะทำมาจากวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ทำจรวด

อุปกรณ์นี้ จะมีที่จับ 4จุดด้านหน้า 4จุดด้านหลัง ต่อถังบรรจุอากาศ 2ถังที่ด้านหน้า 2ถังด้านหลัง สามารถต่อถังอากาศได้ 1-4 ถังพร้อมกัน ทั้งหมดจะถูกป้องกันจากแรงกระแทกอย่างดี และมีฝาปิดฉุกเฉินในกรณีมีท่อรั่ว

อุปกรณ์นี้จะเล็กพอให้เด็กหรือผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ 1 คนเข้าไปนอนได้ และมีช่องแยกเพื่อใช้ใส่น้ำหนักถ่วงในการดำน้ำหรือปรับการพยุงตัวใต้น้ำ

ตอนนี้ Elon Musk กำลังอยู่กับทีม SpaceX ที่ ลอสแองเจลิส กำลังเร่งสร้างแคปซูลดำน้ำขนาดเล็กนี้ การสร้างน่าจะเสร็จใน 8 ชั่วโมง และจะบินด่วนเพื่อนำยานดำน้ำนี้มาถึงที่ประเทศไทยภายใน 17 ชั่วโมง”

ที่มา : Tony Chaiwong

มาแล้ว Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular จาก AIS

สำหรับผู้ใช้เครือข่าย AIS ที่กำลังสนใจ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular ตอนนี้ทาง AIS มีให้เลือกแล้ว สนใจสามารถจัดมาใช้กันได้เลย ด้วยเงื่อนไขและสิทธิพิเศษทั้งเรื่องของค่าเปิดใช้บริการและค่าบริการรายเดือน

หลังจากที่ปล่อยให้ค่ายคู่แข่งอย่างทรูนำเอา Apple Watch 3 รุ่น Cellular มาทำตลาดไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ AIS ก็มีให้ลูกค้าที่สนใจความคล่องตัวกับสมาร์ทวอชท์ในแบบที่สามารถติดต่อสื่อสารได้โดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการทำกิจกรรมต่างๆ มาให้เลือกแล้ว

Apple Watch 3 รุ่น Cellular ของ AIS มีให้เลือกครบทั้ง 3 รุ่นหลักคือ…

  • Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + Cellular) อะลูมิเนียม
  • Apple Watch Series 3 (รุ่น GPS + Cellular) สแตนเลสสตีล
  • Apple Watch Nike+ Series 3 (รุ่น GPS + Cellular)

รุ่นและราคาสามารถตรวจสอบได้ที่ช็อปเอไอเอสหรือทางเว็บไซต์ ซึ่งในขณะนี้จะมีโปรโมชั่นส่วนลดราคาค่าเครื่องอยู่รุ่นละ 1,000-2,000 บาท

นอกจากโปรโมชั่นส่วนลดค่าเครื่อง Apple Watch 3 รุ่น Cellular แล้ว ก็ยังจะได้รับสิทธิพิเศษในส่วนของค่าเปิดใช้บริการและค่าบริการรายเดือนด้วยตั้งแต่ 6, 12 และ 24 เดือนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการใช้งาน

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับใครที่ต้องการ Smart Watch ที่สามารถใช้งานได้แทนโทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์ การเช็กอีเมล การเช็กข้อความ การใช้โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ และที่สำคัญสามารถใช้ฟังก์ชันของสมาร์ทวอชท์ในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การวัดระยะทาง การบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย ฯลฯ ตอนนี้ Apple Watch Series 3 รุ่น GPS + Cellular ก็มีให้เลือกแล้วทั้ง True และ AIS

มีอะไรย่าสนใจบ้างในงาน Google I/O 2018

เป็นงานอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกงานหนึ่งที่ต้องติดตามกันทุกปีกับงาน Google I/O 2018 โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม ครั้งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างมาอัปเดตกันหน่อย

Android P : เป็นฟีเจอร์การควบคุมสมาร์ทโฟน Android ที่ออกแบบมาให้ใช้ Gesture หรือการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งในทีนี้คือลากนิ้วในรูปแบบต่างๆ แทนการใช้ปุ่มควบคุม 3 ปุ่มแบบเดิม

Google Assistant/Google Duplex : ความน่าสนใจมี 2 ส่วนด้วยกันคือ การอัปเดต 6 เสียงใหม่สำหรับการใช้งานของ Google Assistant แต่ที่เด็ดสุดๆ และเรียกความสนใจในงานได้อย่างมากคือ ฟีเจอร์ของ Google Assistant ที่ชื่อว่า Google Duplex ซึ่งเปรียบเสมือนเลขาส่วนตัวที่ใช้โทรนัดหมายหรือติดต่อผู้คนแทนเจ้าของได้ มันน่าทึ่งตรงที่สามารถสนทนาได้เหมือนคนจริงๆ โดยที่ปลายทางไม่รู้เลยว่ากำลังคุยกับ AI

Smart Display : ผู้ช่วยส่วนตัวเหมือนกัน Amazon’s Echo ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง เห็นว่าจะขายในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว

Google Maps : ในการค้นหาสถานที่จะมีแท็บ For You เพิ่มขึ้นมาเพื่อแสดงสถานที่ที่คิดว่าเราน่าจะสนใจ เช่น ร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น รวมถึงข้อมูลเบื้องต้นอย่าง การรีวิว คะแนนที่ได้รับ ฯลฯ ในส่วนของการนำทางจะมีฟีเจอร์ AR Street View เพิ่มขึ้นมา โดยเราจะเห็นเส้นทางที่เป็นภาพจริงและมีสัญลักษณ์การนำทางเพิ่มขึ้นมาบนหน้าจอ ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าถึงตรงไหน แยกไหน เราต้องไปทางไหน เรียกว่าเห็นภาพกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

Google Lens : ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ง่ายๆ ด้วยการสแกนตรงข้อความที่สนใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการจากรูปภาพได้ด้วย

ทุเรียนฟีเวอร์ ขายออนไลน์ใช้ไอทีสนับสนุนการตลาด

นับตั้งแต่มีข่าวชาวจีนสั่งซื้อทุเรียนจำนวนถึง 80,000 ลูกภายในเวลาเพียง 1 นาทีผ่านเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Tmall หลังจากมีภาพข่าวการจับมือกันระหว่าง แจ็ก หม่า และนายกรัฐมนตรีของไทย

ข่าวดังกล่าวไม่เพียงสร้างความตื่นตะลุงไปทั่วโลกแต่ยังทำให้เกิดกระแสทุเรียนฟีเวอร์ขึ้นอีกด้วย และดูเหมือนว่าจะไม่จบเพียงแค่นั้น ต่อมายังมีข่าวการกระตุ้นตลาดในการโปรโมทและจำหน่ายทุเรียนด้วยไอทีออกมาให้เห็นกันอีกไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อทุเรียนระดับพรีเมียมผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP และการจัดทำ QR Code ให้กับทุเรียน

ทางด้านการสั่งซื้อทุเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP ก็คือ การสั่งจองทุเรียนพันธ์ุ “กบชายน้ำ” และพันธุ์ “หมอนทอง” ผ่าน Call Center ของ 24catalog สำหรับพันธุ์หมอนทองนั้นราคาจำหน่ายจะอยู่ที่ 699 บาท ส่วนพันธุ์กบชายน้ำนั้นเป็นพันธุ์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี การจำหน่ายจะมี 2 แบบคือ

  • จำนวน 1 ลูก ราคา 11,000 บาท น้ำหนักไม่รวมกล่องประมาณ 1.5-2.0 กิโลกรัม
  • จำนวน 2-3 ลูก ราคา 32,000 บาท น้ำหนักไม่รวมกล่องประมาณ 4.5-6.0 กิโลกรัม

ทั้งนี้การสั่งจะเป็นการพรีออร์เดอร์โดยสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 8-18 พฤษภาคม 2561 และสินค้าจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2561

อีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับการติด QR Code ให้กับทุเรียนนั้นเกิดขึ้นที่จังหวัดระยองเป็นการร่วมมือกันหลายๆ ฝ่ายทั้งเกษตรจังหวัดฯ พาณิชย์จังหวัดฯ และเกษตรกรในพื้นที่ วัตุประสงค์ของการจัดทำ QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงต้นตอแหล่งกำเนิดของทุเรียน รายละเอียดเจ้าของสวนลูกทุเรียน ป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกจำหน่ายและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เห็นเกษตรกรไทยนำเอาไอทีมาปรับใช้ในการจัดจำหน่ายผลผลิต หวังว่าต่อไปนอกจากทุเรียนแล้วจะได้

ใช้เวลาของคุณให้คุ้มค่าที่สุดด้วยอัปเดตใหม่จาก Windows 10

ก้าวล้ำไปอีกขั้นกับอัปเดตล่าสุดของวินโดวส์ 10 ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุด และปลอดภัยที่สุดจากไมโครซอฟท์ ภายใต้ชื่อ “April 2018 Update” ซึ่งต่อยอดจากอัปเดตใหญ่สองครั้งก่อนหน้านี้ ที่มุ่งปลดปล่อยความเป็นนักสร้างสรรค์ในตัวของทุกคนให้ออกมาโลดแล่น ในอัปเดตล่าสุดนี้ ผู้ใช้ทุกคนจะได้พบกับฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า และปันเวลาให้กับเรื่องสำคัญในชีวิตได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ วันพักผ่อน การทำงาน หรือสิ่งต่างๆ ที่คุณรัก

ฟีเจอร์ “Timeline” ช่วยให้คุณค้นหาของสำคัญได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะอยู่บนดีไวซ์ไหน

การเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากของอุปกรณ์ต่างๆ บวกกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของข้อมูล ทำให้เราใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น จนอาจเรียกได้ว่าทุกวันนี้ เราใช้เวลาว่างเกือบทั้งหมดอยู่กับสารพัดหน้าจอรอบตัวเรา ซึ่งก็หมายความว่าข้อมูลของเราต้องกระจัดกระจายไปอยู่กับอุปกรณ์หลายๆ เครื่อง ทำให้การค้นหาไฟล์สักชิ้นหนึ่งกลายเป็นเรื่องยากกว่าที่เคย เราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์การค้นหาไฟล์งานที่เคยทำไว้ทั้งในอีเมล์และโฟลเดอร์มากมาย แต่ก็ยังหาไม่เจอ หรือแม้แต่รูปถ่ายและวิดีโอที่คุณติดใจจนเซฟเก็บไว้ แต่ไม่รู้ว่าไปเก็บไว้ที่ไหน ฟีเจอร์ Timeline ในวินโดวส์ 10 รุ่นล่าสุดจะสามารถช่วยคืนเวลาที่คุณเสียไปนี้ได้

Timeline ในวินโดวส์ 10 ทำให้คุณสามารถย้อนเวลาได้ถึง 30 วัน เพื่อกลับไปค้นหาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่คุณเพิ่งทำในวันนี้ สัปดาห์ก่อน หรือหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการลดความสับสนวุ่นวายให้ชีวิตง่ายขึ้น คุณยังสามารถหยิบงานที่ทำค้างไว้ในเบราว์เซอร์ Microsoft Edge หรือแอป Office 365 บนอุปกรณ์ iOS หรือแอนดรอยด์มาทำต่อบนพีซีของคุณได้ทันที เพียงลงชื่อเข้าใช้บัญชีไมโครซอฟท์ของคุณเท่านั้น ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้โทรศัพท์เลือกโต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำสำหรับการแต่งบ้านใหม่ขณะอยู่ข้างนอก แล้วมาคลิกสั่งซื้อของให้เรียบร้อยบนเครื่องพีซีที่บ้าน หรือทำงานบนเอกสารระหว่างเดินทางอยู่บนรถเมล์ ก่อนที่จะกลับมาทำต่อได้แบบไม่มีสะดุดจากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของคุณ 

“Focus Assist” เสริมสมาธิให้คุณทำงานโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน

ทุกวันนี้ พวกเราส่วนใหญ่ใช้เวลา 3-6 ชั่วโมงในแต่ละวันอยู่กับหน้าจออุปกรณ์ต่างๆ โดยที่ส่วนมากใช้ไปกับการเล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีแต่สิ่งที่คอยทำให้เสียสมาธิอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะใช้หน้าจอหรืออุปกรณ์ไหนอยู่ ข้อมูลมากมายมหาศาลจากช่องทางเหล่านี้ทำให้สมาธิของคุณถูกรบกวนอยู่ตลอด จนไม่สามารถมุ่งเป้าไปทำในสิ่งที่สำคัญได้ ปัญหาเรื่องสมาธินี้เป็นประเด็นที่เราต้องแก้ไขกันอย่างจริงจังเสียที เพราะในเวลาทำงานนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละคนจะสามารถใช้เวลาได้เพียง 3 นาทีในการทำงานสักชิ้นได้อย่างไม่ถูกรบกวน หรือไม่มีการสลับไปทำงานอื่น (ไม่นับกรณีของการประชุม) แต่กลับจำเป็นต้องใช้เวลามากถึง 23 นาทีเพื่อรวบรวมสมาธิให้กลับมาแน่วแน่อีกครั้งหลังถูกรบกวน ดังนั้น ประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์จึงถูกลดทอนลง

วินโดวส์ 10 เวอร์ชัน April 2018 Update มาพร้อมกับ Focus Assist ที่ช่วยให้คุณจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าได้เต็มที่ เพียงเปิดใช้งานเมี่อคุณต้องการทำงานให้เสร็จโดยไร้สิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือการแจ้งเตือนอื่นๆ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าให้ Focus Assist เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติในเวลาที่กำหนด โดยเมื่อหมดเวลาหรือสั่งปิดการทำงานลง คุณจะได้รับแจ้งสรุปว่ามีการแจ้งเตือน อีเมล์ หรืออัปเดตอะไรบ้างที่เข้ามาในระหว่างที่คุณเพ่งสมาธิไปกับการทำงานอยู่ และหากคุณกำลังรอโทรศัพท์หรืออีเมล์จากใครสักคน คุณก็สามารถกำหนดให้วินโดวส์แจ้งเตือนการติดต่อจากบุคคลนั้นตามปกติได้ แม้ขณะเปิดใช้งาน Focus Assist

นอกจากนี้ เรายังช่วยให้คุณตั้งสมาธิไปกับเนื้อหาในเว็บไซต์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นกับเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ที่ให้คุณเลือกปิดหรือเปิดเสียงจากบางแท็บได้ตามใจชอบ เพียงคลิกที่ไอคอนรูปลำโพงของแท็บนั้นๆ ขณะที่หนังสือแบบอีบุ๊ค ไฟล์ PDF และการเปิดเว็บไซต์แบบ Reading Mode ก็สามารถเปิดอ่านได้แบบเต็มจอเพื่อกำจัดสิ่งรบกวนให้พ้นตา ส่วนการช้อปออนไลน์ก็ง่ายกว่าเดิม เมื่อคุณสามารถจัดเก็บทั้งที่อยู่ รายละเอียดการชำระเงิน และข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ Edge ช่วยกรอกลงในแบบฟอร์มการชำระค่าสินค้าได้แบบอัตโนมัติ ขณะที่การสั่งพิมพ์หน้าเว็บลงกระดาษก็สามารถทำได้เรียบร้อย สะอาดตายิ่งขึ้น ด้วยตัวเลือกในการพิมพ์แบบใหม่ที่ตัดส่วนเกินออก สำหรับใครที่เจออุปสรรคในการอ่านเนื้อหาบนหน้าเว็บ สามารถใช้ปุ่มเครื่องมือ Grammar Tools ใหม่ เพื่อเปิดตัวช่วยในการอ่าน เช่นการแยกคำทั้งหมดในหน้าเว็บให้แตกออกเป็นพยางค์ พร้อมระบุชนิดของคำที่แตกต่างกันไป เช่นคำนาม กริยา และคุณศัพท์

ใช้เสียงสั่งงานอย่างเป็นธรรมชาติ

การใช้เสียงของเราสั่งงานอุปกรณ์โดยตรงโดยไม่ต้องพิมพ์ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์การใช้งานในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ โดยเราเชื่อว่าการใช้เสียงสั่งงานจะเข้ามาพลิกรูปแบบการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมาก โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่สถานะความเป็นลูกเล่นแปลกใหม่หรือเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

April 2018 Update สำหรับวินโดวส์ 10 รองรับการสั่งงานด้วยเสียงไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ Dictation ที่ทำให้การจดโน้ตหรือเขียนงานทำได้ง่ายขึ้นด้วยเสียงพูดของคุณเท่านั้น โดยเพียงคลิกเลือกช่องที่ต้องการพิมพ์ข้อความลงไป ไม่ว่าจะในวินโดวส์เองหรือในแอปพลิเคชันใดก็ตาม ตามด้วยกดปุ่ม   + H แล้วพูดออกมาได้เลย ฟีเจอร์ Dictation ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในวินโดวส์ 10 นี้ สามารถจับความคิดของคุณได้รวดเร็วและแม่นยำ ให้คุณได้บันทึกและถ่ายทอดทุกไอเดียที่คุณกับเพื่อนร่วมงานเพิ่งจะคิดออก หรือแม้แต่เตรียมสุนทรพจน์สำหรับงานแต่งงานของเพื่อนสนิทได้อย่างสะดวกสบาย

แน่นอนว่าวินโดวส์ 10 เวอร์ชันอัปเดต April 2018 นี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่อีกมากมายให้คุณได้ใช้ประโยชน์ ทั้งเครื่องมือบริหารจัดการเครื่องพีซีที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กร ลูกเล่นใหม่สำหรับการสร้างผลงานชิ้นเอกจากภาพถ่าย โมเดลสามมิติ และเทคโนโลยี Windows Mixed Reality การรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์รูปแบบใหม่ และการปรับแต่งที่ช่วยเสริมประสบการณ์การเล่นเกมพีซีให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น

อัปเดต April 2018 สำหรับวินโดวส์ 10 เปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ฟรี นับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเริ่มคิดว่าคุณจะนำเวลาอันมีค่าที่วินโดวส์ช่วยประหยัดให้ ไปใช้ทำอะไรได้บ้าง

Facebook Dating ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเพิ่มให้สมาชิกได้ใช้ในปี 2018

ในงาน F8 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา Facebook ได้มีการประกาศว่าจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เอาใจคนโสดที่ชื่อว่า Dating รับรองงานนี้เว็บไซต์หาคู่มีหนาว

หลังจากมีข่าวนี้ออกมาว่าจะมีฟีเจอร์ Facebook Dating ก็มีหลายคนแซวๆ ว่า แค่ปุ่ม Love กับปุ่ม Wow ยังทำให้คนมีคู่ร้าว (ฉาน) ไม่พออีกหรือ นี่เล่นเปิดฟีเจอร์หาคู่นัดเดทกันเลยทีเดียว

สำหรับเหตุผลที่พี่มาร์กแกบอกถึงการพัฒนาฟีเจอร์นี้ออกมาก็คือ เห็นว่าสมาชิก Facebook มีคนโสดอยู่จำนวนมาก เห็นว่าสเตตัสโสดในเฟสบุ้กมีถึง 200 ล้านคน เลยอยากเป็นคิวปิดช่วยสานสัมพันธ์ให้สมาชิกได้มีคู่ พี่แกว่างั้น!

และด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดของ Facebook ก็ดี จำนวนคนโสดที่มีถึง 200 ล้านคนซึ่งจะโสดจริงหรือเปล่าไม่รู้ก็ดี การเชื่อมต่อที่สะดวกหรือใช้งานได้ง่าย และที่สำคัญสามารถใช้งานได้ฟรี งานนี้เว็บไซต์หรือแอปหาคู่ทั้งหลายคงตัวปรับตัวหรือหากลยุทธ์ใหม่มาสู้ฟีเจอร์นี้ของ Facebook กันแล้วล่ะ

สำหรับกำหนดการเปิดตัวฟีเจอร์ Facebook Dating นั้นยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน บอกแต่เพียงว่าจะให้ใช้งานกันในปี 2018 นี้แหละ เอาน่ารออีกหน่อยจะเป็นไรไป เตรียมสเตตัสไว้ให้ดีก็แล้วกันว่าฉัน Single นะ จีบได้!